xs
xsm
sm
md
lg

ก.วิทย์ฯ ชี้คูปอง OTOP วทน.สำเร็จเกินคาด 6 เดือนแห่สมัคร 800 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

 รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเผยความคืบหน้าโครงการ OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ผ่าน 6 เดือน มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 800 ราย คาดว่าส่งผลรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อราย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทย์ฯ ได้เปิดตัวโครงการ OTOP ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ปลายปี 2558 ในรูปแบบบูรณาการหน่วยงานในสังกัด ผ่านกลไก “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” ให้บริการ วทน. 6 เรื่อง ได้แก่ พัฒนาคุณภาพชีวิต กระบวนการผลิต ออกแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร แก่ OTOP ทุกกลุ่มที่ต้องการก้าวสู่ SMEs ซึ่งผลปรากฏว่า “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” ตอบโจทย์ชัด 6 เดือนแรกมีผู้สนใจสมัครเกือบ 800 ราย ผ่านเกณฑ์เกินครึ่ง จากโครงการดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง และมีรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 5% ต่อราย

ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดตัวโครงการในงาน OTOP CITY เมืองทองธานี เมื่อปลายปี 2558 และจัดแถลงข่าวเปิดตัวเป็นทางการในเดือนมกราคม 2559 ก่อนจัดงาน OTOP สัญจร ใน 10 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” ครอบคลุมกลุ่มที่เริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์ (Start Up) กลุ่ม OTOP ปัจจุบัน และกลุ่ม OTOP มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี วงเงิน 300,000-500,000 บาทต่อปีต่อราย โดยสัดส่วนการสนับสนุนเงินคูปองฯ จะดำเนินการผ่านหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และสถาบันการศึกษา ร่วมกับเงินลงทุนของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ 30-70% ขึ้นกับบริการและจำนวนการจ้างงาน ในส่วนของเงินลงทุนร่วมของผู้ประกอบการ อาจจะอยู่ในรูปวัตถุดิบ แรงงาน สถานที่ผลิต หรือการสนับสนุนของหน่วยงานในพื้นที่ที่ไม่อยู่ในรูปตัวเงิน

จากการติดตามข้อมูลข่าวสารจากโฆษกรัฐบาล จะเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุนโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อ OTOP” อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งกำชับให้ วท.ดูแลเรื่องการต่อยอดสนับสนุนผู้ประกอบการหลังได้รับเงินทุนหรือองค์ความรู้จากคูปองวิทย์ฯ ให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งตั้งแต่เปิดตัวโครงการมาเมื่อปลายปี 2558 วท.ได้เดินหน้าดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดงาน OTOP สัญจร จำนวน 10 ครั้ง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม มุกดาหาร สกลนคร อ่างทอง ปทุมธานี ตรัง สุราษฎร์ธานี ลำปาง และตราด

โดยระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2558-เมษายน 2559 มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน 781 ราย และผ่านการพิจารณาครั้งที่ 1 มากถึง 419 ราย หรือร้อยละ 54 โดยในจำนวนนี้ วท.ได้ดำเนินการสนับสนุนคูปองวิทย์ฯ ไปแล้ว 95 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 315 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการที่ได้รับคำปรึกษาเชิงลึกและสามารถดำเนินการโดยไม่จำเป็นต้องใช้คูปองวิทย์เพื่อโอทอปอีกจำนวน 9 ราย และยังมีใบสมัครที่ วท.กำลังดำเนินการพิจารณาเพิ่มเติมอีก 333 ราย ซึ่งจากการยื่นใบสมัครทั้งหมดที่ผ่านมามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเพียง 29 รายเท่านั้น ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย

ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ผ่านการพิจารณาในรอบแรกนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดถึง 266 ราย (ร้อยละ 63) รองลงมาคือ กลุ่มสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน 50 ราย กลุ่มของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก จำนวน 47 ราย กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน 41 ราย และกลุ่มอื่นๆ จำนวน 15 ราย ใน 73 จังหวัดทั่วประเทศ โดยดำเนินงานผ่านการจัดกิจกรรมบูรณาการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น การประชุมหารือเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP กับหน่วยงานสถาบันการเงิน และหน่วยงาน E-commerce เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2559 เพื่อเตรียมช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ (e-market place) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น

อีกทั้งการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาวัตถุดิบ/การผลิตต้นน้ำ มาตรฐาน และการตลาด ตลอดจนการจัดงาน Business Matching Big Day ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เพื่อนำไปสู่การจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ระดับชาติ “ประชารัฐร่วมใจพัฒนา OTOP” ในเดือนสิงหาคม 2559 ต่อไป ซี่งภายในงานจะมีการลงนามความร่วมมือในการพัฒนา OTOP ด้วย วทน.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

โดยคาดหวังความสำเร็จโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อโอทอป” จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์ OTOP ที่พัฒนาด้วย วทน.จะทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อราย และสามารถขายเชิงพาณิชย์ได้ร้อยละ 30 คาดกระตุ้นเงินหมุนเวียนต่อเศรษฐกิจฐานรากไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Call Center 1313 หรือสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี 0-2333-3941

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *




กำลังโหลดความคิดเห็น...