xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมุมมอง “ผู้บริหารตลาดนัดมือโปร” อาชีพสร้างเงินล้าน..แบบไม่ฟลุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายอารยะ พุทธศรี (คุณโต) เจ้าของตลาด
 
การเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากของตลาดนัด เป็นช่องทางหนึ่งช่วยสร้างอาชีพให้คนตกงาน ได้มีช่องทางขายสินค้าเพื่อหารายได้สำหรับเลี้ยงตัวเองและครอบครัว

และการเกิดขึ้นจำนวนมากของตลาดนัดก็ยังเป็นที่มาของธุรกิจที่หลายคนกำลังจับตามอง เพราะการเป็นเจ้าของตลาด และการบริหารตลาดนัดแบบมืออาชีพ ได้สร้างเศรษฐีเงินล้านมาแล้วนักต่อนัก วันนี้มากะเทาะเปลือกผู้บริหารตลาดนัดรถโบราณ อย่าง อารยะ พุทธศรี หรือคนในวงการรู้จักกันดี “คุณโต”
มุมอาหารนังชิล ชิล เกษตรนวมินทร์
สำหรับตลาดที่คุณอารยะ  ดูแลในตอนนี้ ประกอบด้วย ตลาดนัดหัวมุมรถโบราณ เดอะวอล์ค เกษตรนวมินทร์ ตลาดนัดตะวันนา ตลาดนัดเซียร์รังสิต และที่กำลังจะเปิดตลาดนัดล้านนา มีนบุรี และยังได้เป็นที่ปรึกษาให้กับตลาดนัดอีกหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น ตลาดนัด บ้านสีลมซอย 19 รวมไปถึงคอมมูนิตีมอลล์แถวหน้า อย่าง เอเชียทีค ก็เคยเข้าไปเป็นที่ปรึกษามาแล้วเช่นกัน

อารยะเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำตลาดนัดมาจากตนเองเป็นพ่อค้ามาก่อน พอมาวันหนึ่งมีความรู้สึกว่า พ่อค้า แม่ค้า ส่วนใหญ่ที่เรารู้จัก เหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกัน พอเขาไม่มีที่ขายของ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้เช่าพื้นที่ ก็รู้สึกว่าน่าจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือ ถ้าได้มาเป็นผู้บริหารตลาดเสียเอง ซึ่งตอนนั้นมองหาทำเลขายของอยู่หลายแห่ง สุดท้ายก็เลือกเข้าไปขอบริหารพื้นที่ในหลายทำเล แต่ละแห่งก็จะมีจุดขายที่แตกต่างกันออกไป โดยใช้ชื่อ ตลาดนัดรถโบราณ นำหน้าชื่อทุกตลาด
มุมรถโบราณ นำมาโชว์ พร้อมจำหน่าย
หลักในการบริหารตลาดนัดในแบบฉบับ “คุณโต” ทำไมถึงได้ใจพ่อค้าแม่ค้า เรียกว่าเปิดที่ไหน มีพ่อค้า แม่ค้า พร้อมไปขายด้วย และทำอย่างไรถึงได้รับความไว้วางใจจากคนซื้อ มาเดินชอปกันแบบแน่นตลาด (บางทำเล)

อารยะบอกว่า หัวใจสำคัญคือ 1. ต้องซื้อใจพ่อค้า แม่ค้า อยู่กับเขาเหมือนพี่น้อง ช่วยเหลือดูแลกัน 2. จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับราคา และต้องไม่ค้ากำไรเกินควร คิดค่าเช่าในแบบที่พ่อค้า แม่ค้า สามารถอยู่ได้ โดยไม่ต้องไปบวกราคาสินค้าเพิ่ม (ค่าเช่าเริ่มต้นที่ล็อกละ 200 บาท) 3. สิ่งสำคัญของการบริหารตลาดนัดคือ การจัดวางสินค้าภายในตลาดอย่างเป็นระเบียบ น่าเดินชอปปิ้ง ร้านค้าดูเป็นระเบียบ สะอาด น่าเดิน 4. การคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ เพราะแสดงถึงภาพลักษณ์ที่ดีของตลาด และส่งผลต่อยอดขายของพ่อค้า แม่ค้า ที่เพิ่มขึ้น 5. การอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ การรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า รวมถึงพ่อค้า แม่ค้าทุกคน โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราสอดส่องดูแลตลอดทุกชั่วโมง

สำหรับตลาดนัดที่คุณโตบริหารจะเน้นทำเล และขนาดของตลาดที่ต้องใหญ่ รองรับจำนวนพ่อค้า แม่ค้า เฉลี่ยกว่า 300-500 ร้านค้า จนสูงสุดถึง 1,000 ร้านค้า เช่น เกษตรนวมินทร์ รองรับพ่อค้า แม่ค้ากว่า 800 ร้านค้า เพราะตลาดขนาดใหญ่อาจจะบริหารยาก แต่ช่วยให้ลูกค้าอยากมาเดิน มีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก ทำเลก็ยังคงให้ความสำคัญต่อสถานที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะมีกำลังซื้อ และเน้นเป็นตลาดกลางคืน เพราะสร้างสีสันให้แก่คนเดินชอปปิ้ง

ส่วนการขอเช่าพื้นที่เพื่อทำตลาดจะมีหลายลักษณะ ทั้งที่แบ่งผลประโยชน์กัน และให้เราเข้าไปบริหาร หรือแบบขอเช่า ทำสัญญาจ่ายเป็นรายปี อาจจะ 1 ปี หรือ 3 ปี 10 ปี ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของพื้นที่ แต่ในส่วนของเราจะเป็นการเช่ากับทางศูนย์การค้าบ้าง หรือไม่ก็เข้าไปช่วยบริหารในสถานที่เดิมที่เขาทำอยู่แล้ว ทว่ามีปัญหา หรือไม่ประสบความสำเร็จ เราก็จะขอเข้าไปดูแลและปรับใหม่ในแบบของเรา แต่จะพยายามเจรจากับเจ้าของพื้นที่แบบยาวๆ เป็นการช่วยเหลือพ่อค้า แม่ค้า อีกทางหนึ่งด้วย ทำยาวตลาดติด คนก็จะมาเดินเยอะ
ตลาดนัด เซียร์รังสิต
อารยะมองการทำตลาดนัดในยุคนี้ว่า การแข่งขันค่อนข้างสูง อยู่ที่ว่าใครได้ทำเลตรงไหน มีจุดขายอะไร ซึ่งการจัดอุปกรณ์ตกแต่งสถานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูด ทั้งพ่อค้าแม่ค้า และดึงดูคนที่มาเดินชอปปิ้ง จะเห็นได้จากปัจจุบันหลายๆ แห่งมีการจัดสถานที่ โดยมีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้แทนการก่อสร้างอาคาร เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด และยังสามารถรื้อถอนได้ง่าย ที่สำคัญดูดี และน่าเดิน ทำให้ช่วงหลังจะเห็นเทรนด์ตลาดนัดในแบบของตู้คอนเทนเนอร์มาแรง

ส่วนการตกแต่งสไตล์ย้อนยุค หรือวินเทจ ก็ยังคงอยู่ โดยเฉพาะสไตล์วินเทจในแบบต่างประเทศ เจ้าของตลาดนัดหลายคนเริ่มจะศึกษาและเดินทางไปดูสถานที่จริงในต่างประเทศและซื้อของตกแต่งกลับมาและนำมาใช้เพื่อตกแต่งสถานที่ให้ดูเป็นสากลจริงๆ

พอมองถึงตัวสินค้า อารยะมองว่า ตลาดแฟชั่นก็ยังคงเป็นสินค้าอันดับต้นที่สามารถอยู่ได้ในกลุ่มของตลาดนัด เพราะไม่ว่าตลาดนัดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือ ศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ทุกคนก็ยังอยากสวย อยากหล่อ

และที่อยู่คู่กับตลาดนัดทุกแห่ง นั่นคือสินค้าเกี่ยวกับ “อาหาร และเครื่องดื่ม” ดยเฉพาะตลาดนัดกลางคืน แล้วละก็คงจะขาด 2 สิ่งนี้ไม่ได้ เพราะนักท่องราตรีทั้งหลาย นิยมหันมาดื่ม กิน เที่ยว กันในตลาดนัด ที่จัดแบบสบายๆ ด้วยกันทั้งนั้น

ถามถึงรายได้ คุณอารยะบอกเพียงแค่ว่า คงเผยไม่ได้ ระบุได้แค่ว่า เก็บค่าเช่าล็อกแต่ละแห่งประมาณ 200 บาท ไปจนถึง 500 บาท ขึ้นอยู่กับขายอะไร และทำเลที่ตั้ง ถ้าอยู่ใจกลางเมือง ย่านชอปปิ้งราคาค่าเช่าสูงขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่ค่าเช่า อยู่ที่ล็อกละ 200 บาท ขนาดพื้นที่ 1.5x2 เมตร เพราะถ้าบอกรายได้ไปเชื่อว่าหลายคนก็คงจะหันมาทำตลาดนัดกันเพิ่มขึ้น

อารยะทิ้งท้ายไว้ว่า การทำตลาดนัดมองว่าง่าย มีทำเลดีๆ ก็ทำได้แล้ว ทว่า พอทำจริงมีปัญหาต่างๆ ให้ต้องแก้เสมอ ทั้งการมัดใจพ่อค้า แม่ค้าให้อยู่กับเราได้อย่างไร การดึงให้คนมาเดินจำนวนมากจะทำอย่างไร

ที่สำคัญ การลงทุนทำตลาดนัดนั้น การใช้เงินค่อนข้างสูง คงจะพูดกันเป็นหลัก 10 ล้านบาท ขึ้นไป ถ้าจะเลือกทำเลใจกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ถ้าประสบความสำเร็จ โอกาสคืนทุนก็เพียงไม่กี่เดือนเช่นกัน

โทร. 08-2867-9224

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...