xs
xsm
sm
md
lg

ภัยพิบัติธรรมชาติกับการล่มสลายของราชวงศ์ Ming

เผยแพร่:   โดย: สุทัศน์ ยกส้าน



จีนภายใต้ใต้การปกครองเองราชวงศ์ Ming เป็นอาณาจักรที่รุ่งเรือง มั่นคง ก้าวหน้า และเจริญมากที่สุดอาณาจักรหนึ่งของโลก ในช่วงปี ค.ศ. 1368 - 1644 (ยุคสมเด็จพระมหาธรรมราชา จนถึง พระเจ้าปราสาททอง) โดยนักประวัติศาสตร์ได้ให้เหตุผลว่า ภาวะทุพภิกขภัยที่รุนแรง และยาวนานในช่วงปี 1637 - 1643 ได้ทำให้อาณาจักรจีนต้องล่มสลาย แต่มีใครคนใดทราบชัดว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดภัยพิบัติเช่นนั้น มีอะไรบ้าง

บทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Geophysical Research Letters , 47 , 22020GL 088124 ฉบับวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2020 นี้ Liang Ning แห่งมหาวิทยาลัย Nanjing Normal ในจีน และ Zhengyu Liu แห่ง Ohio State University ที่ Columbusในสหรัฐอเมริกา กับคณะได้วิเคราะห์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากบันทึกเอกสาร ข้อมูลอุณหภูมิของเถ้าถ่านภูเขาไฟในน้ำแข็ง วงปีของต้นไม้ และหลักฐานทางธรณีวิทยา จนพบว่าการระเบิดของภูเขาไฟ Mount Parker ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Mindanao ของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 1641 ได้มีบทบาทในการพ่นฝุ่นละออง เถ้าถ่านออกมาในปริมาณมากขึ้นท้องฟ้า จนทำให้อากาศในอาณาบริเวณเหนือประเทศจีน มีอุณหภูมิต่ำยิ่งกว่าอุณหภูมิของน้ำทะเล จึงมีผลทำให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวนมาก ลมมรสุมที่เกิดขึ้นได้นำฝนมาตกในปริมาณน้อยกว่าปรกติมาก เป็นเวลานาน 3 ปี ทุพภิกขภัยจึงเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงจนราชวงศ์ Ming ต้องสูญสิ้น แล้วราชวงศ์ Qing ก็ได้ขึ้นครองราชย์ต่อไป

ในช่วงปี 1368 - 1644 ที่ราชวงศ์ Ming ขึ้นครองราชย์นั้น จีนมีเมืองหลวงอยู่ที่ Nanjing แต่เมื่อถึงเวลาที่ราชวงศ์สูญสิ้น เมืองหลวงของจีนคือ Beijing โดยจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ Ming คือ Hong wu และประชากรก็ได้เพิ่มจาก 65 ล้านคน เป็น 160 ล้านคน ในตอนปลายรัชกาลมีทหารประจำการสนับสนุนฮ่องเต้ Wu ประมาณ 1 ล้านคน อีกทั้งมีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ นายพล Zheng He (เจิ้งเหอ) ที่ได้เดินเรือสำรวจมหาสมุทรอินเดีย ทะเลอาหรับ ไปจนถึงฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา

 ในช่วงเวลานั้น จีนมีการติดต่อทางการค้ากับโปรตุเกส สเปน เนเทอร์แลนด์ และเริ่มเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของ Galileo กับ Copernicus และมีปราชญ์ ชื่อ Xu Guangqi ซึ่งเป็นทั้งนักคณิตศาสตร์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และเกษตรกร คนจีนในสมัยนั้น ได้เริ่มเรียนวิชาตรีโกณมิติแล้ว และรู้จักใช้กล้องโทรทรรศน์ ทำดินปืน เขียนตำราแพทย์ และปฏิรูปปฏิทิน เพราะรู้ว่าปีหนึ่งๆ มี 365.25 วัน

ในด้านวัฒนธรรม และวรรณกรรม ยุคราชวงศ์ Ming เป็นช่วงเวลาที่จีนมีการแสดงงิ้ว และละคร โดยมีนักเขียนบทละครที่โด่งดังชื่อ Tang Xianzu ซึ่งเขียนเรื่อง The Peony Pavillion ที่มีชื่อเสียง มีกวีเขียนกาพย์กลอน มีศิลปินวาดภาพ ชื่อ Don Qichang เป็นต้น คนจีนในสมัยนั้นนับถือศาสนา ขงจื้อ เต๋า และพุทธ

ในด้านเทคโนโลยี จีนมีโรงงานทำเครื่องปั้นดินเผา ที่มีชื่อเสียงที่เมือง Jiangxi ซึ่งได้ประดิษฐ์ แจกันคลาสสิกสีน้ำเงิน – ขาว ที่มีค่าควรเมือง ที่ถูกนำไปประดับอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก

การปกครองของจีนจะเป็นไปในแนวอนุรักษ์นิยมที่มีกฎเกณฑ์มากมาย เช่น ห้ามคนธรรมดา สวมใส่เสื้อผ้าสีแดงสด สีเหลือง และสีเขียวแก่ ส่วนผู้หญิงห้ามใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยทองดำ มุก หยก และมรกต เป็นต้น
ส่วนชาวนาจะปลูกข้าวสาลี เลี้ยงไหม ปลูกหม่อน ทำไร่อ้อย และส้ม อยู่ในบริเวณนอกเมือง เวลาเดินทางจะใช้ม้า เพื่อนำสินค้ามาขาย และใช้เหรียญทองแดงในการแลกเปลี่ยนสินค้า แต่เวลาเสียภาษีให้กษัตริย์จะต้องใช้เหรียญเงิน ซึ่งเป็นโลหะที่มีราคาสูงกว่าทองแดงมาก ดังนั้น เมื่อประเทศขาดแคลนโลหะเงิน ความวุ่นวายก็เริ่มบังเกิด

 ความจริงคนจีนในสมัยโบราณได้ประสพภาวะอาหารขาดแคลนระยะสั้นบ่อย จนเป็นที่เรื่องปกติ แต่การขาดแคลนที่ติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 6 ปี นั้น ได้ทำให้ผู้คนล้มตายหลายสิบล้านคน จนถึงกับต้องเปลี่ยนราชวงศ์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงปี 1637 – 1643 นั้น

 เพราะในช่วงเวลานั้น ดินแดนทางตอนเหนือของจีนมีฝนตกน้อยมากและไม่สม่ำเสมอ ภัยแล้งได้ทำให้ผลิตผลทางเกษตรกรรมมีไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งประเทศ เพื่อเอาชนะความยากลำบาก และความขาดแคลนพืชผล คนจีนจึงเริ่มสร้างระบบยุ้งฉาง เพื่อเก็บตุนข้าวเปลือก ไว้บริโภคในยามจำเป็นและแจกจ่ายไปยังพื้นที่ที่ต้องการ แต่การบริหารระบบสหกรณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพและการคดโกงของเจ้าหน้าที่ในการทำงานได้ทำให้ประชาชนจีนจำนวนมากถึง 50 ล้านคนตกอยู่ในสภาพขาดแคลนอาหาร

 ดังนั้นหลังจากที่ฝนไม่ได้ตกติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 3 ปี บรรดาชาวนาและเกษตรกรในมณฑล Shantung , Honan , Shanxi และ Shensi จึงเดือดร้อนมาก และพากันสวดมนต์อ้อนวอนเทพยดาบนสวรรค์ให้ช่วย เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น คือ ฝนไม่ตกและดินแห้งจนไม่สามารถจะปลูกพืชอะไรได้ อาหารก็เริ่มแพงขึ้น ๆ มีผลทำให้คนยากจนต้องตายเพราะขาดอาหารบริโภค เด็ก ๆ บ้านนอกต้องออกเดินหาหญ้า ใบไม้ และผลไม้ในป่ามากิน พ่อแม่บางคนต้องขายลูกไปเป็นทาส หรือเป็นคนใช้ ทาสจึงมีเต็มบ้านเต็มเมือง เมื่อความยากจนมีมากขึ้น ผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนอาชีพ เช่น ผู้หญิงเริ่มขายตัว ผู้ชายก็กลายเป็นโจรออกปล้นฆ่าทุกรูปแบบ รัฐบาลซึ่งตามปกติกลัวความวุ่นวายและการจลาจล รวมถึงการต่อต้านต่าง ๆ จึงจับคนทำผิดเข้าขังคุก หรือประหารชีวิต เพื่อให้ผู้คนทั่วไปกลัว และบางครั้งก็ใช้วิธีกักขัง โดยไม่ให้บริโภคอาหารใด ๆ จนนักโทษตาย


มื่อภาวะทุพภิกขภัยรุนแรงขึ้น ๆ พืชในป่ามีน้อยลง ๆ ผู้คนที่ยากจนก็จะทลายฝาผนังบ้านเพื่อเอาไม้ไปขาย ขายเสื้อผ้าเก่า ๆ และขายแม้แต่ลูก และเมื่อฤดูหนาวมาเยือน คนที่ไม่มีบ้านแล้วก็ต้องขุดอุโมงค์อยู่หรือพากันไปอาศัยอยู่ในถ้ำ การดำรงชีพอยู่อย่างแออัดและไม่ถูกสุขลักษณะได้ทำให้ผู้คนล้มตายมากมาย หลายคนได้พยายามอพยพย้ายถิ่นไปอยู่ Manchuria ทางเหนือหรือไป Kiangsu ทางใต้ เพราะได้ข่าวว่าดินแดนแถบนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่า แต่สภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงและฐานะที่ยากจน ได้ทำให้การอพยพเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ในหมู่บ้านหนึ่ง ๆ จึงอาจมีคนล้มตายมากถึง 90 % จนต้องทำพิธีฝังศพรวม เพื่อสงวนพื้นที่ไว้สำหรับการทำเกษตรกรรม ทันที่ที่ฝนเริ่มตก

 สำหรับพื้นที่การทำเกษตรกรรมที่ได้ผล สถานการณ์ก็ไม่ดีมาก เพราะระบบการขนส่งและการคมนาคมไม่ดี การลำเลียงอาหารจึงไม่สามารถไปถึงพื้นที่ขาดแคลนได้ นอกจากนี้ เวลาขนส่งอาหาร ดีไม่ดีคนขนก็อาจจะถูกโจรฆ่าตาย และอาหารก็อาจจะถูกปล้นไป ครั้นเมื่ออาหารไม่มีจริง ๆ การกินสัตว์เลี้ยง หรือการกินคนก็จะเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ แต่สำหรับคนที่ศักดิ์ศรีก็อาจหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย หรือผูกคอตาย หรือใช้วิธีแลกลูกกัน เพราะไม่ต้องการฆ่าลูกของตัวเองเป็นอาหาร

ในฤดูหนาวที่อากาศหนาวมาก ราคาถ่านหินจะพุ่งสูงจนคนจนไม่สามารถซื้อหามาได้ จึงต้องเผาไม้ฝาบ้าน เพื่อให้ความอบอุ่น และบางคนก็ต้องกิน “ดินที่สะอาด” เป็นอาหาร การดื่มน้ำและอาหารที่ไม่สะอาดทำให้โรคอหิวาห์ระบาด และผู้คนล้มตายจำนวนมาก สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องต่อสู้กับความหิวโหยและความตายต่อไป

เมื่อภัยเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติอยู่ในระดับรุนแรงเช่นนี้ จีนจึงประสพภาวะไร้เสถียรภาพและไร้ความมั่นคงในแทบทุกเรื่อง จนอาณาจักรอยู่ในสภาพใกล้ล้มสลาย และแล้วในปี 1641 ภูเขาไฟ Mount Parker ก็ได้ระเบิดซ้ำเติม ความรุนแรงของภัยธรรมชาติทั้งสองนี้ มีบทบาทในการทำให้ราชวงศ์ Ming ต้องล่มสลายในที่สุด

ภูเขาไฟ Parker ตั้งอยู่บนเกาะ Mindanao ในประเทศฟิลิปปินส์ Parker เป็นชื่อของนายพลอเมริกัน Frank Parker ซึ่งได้อ้างว่าเป็นผู้พบภูเขาไฟลูกนี้เป็นคนแรก ขณะบินสำรวจพื้นที่บนเกาะเมื่อปี 1934 จึงได้ลงไปสำรวจและพบว่าภูเขามีความสูงประมาณ 1,800 เมตร และมีฐานที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 40 กิโลเมตร ความสูงของภูเขาและความลึกลับของพื้นที่ได้ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นคิดว่ามันเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่มากมาย ภูเขาไฟลูกนี้ได้ระเบิดครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1641 และปัจจุบันภูเขาไฟก็ยังมีชีวิตอยู่ รัฐบาลฟิลิปปินส์จึงได้ติดตั้งสถานีสำรวจและศึกษาภูเขาไฟรวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวและแผ่นดินถล่มในบริเวณใกล้ภูเขาไฟที่เมือง South Cotabato เพื่อติดตามและพยากรณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

แม้ภูเขาไฟลูกนี้จะอยู่ไกลจากแผ่นดินจีนร่วม 1,000 กิโลเมตรก็ตาม แต่อิทธิพลของฝุ่นละอองและเถ้าเขม่าที่ถูกพ่นออกมาจากปล่องภูเขาไฟ ได้ลอยไปไกลถึงประเทศจีน แล้วสมทบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้วมีผลทำให้ท้องฟ้าเหนือจีนถูกปกคลุมด้วยเมฆฝุ่นติดต่อกันเป็นเวลานาน จนอุณหภูมิได้ลดลงและพื้นที่ปราศจากฝนจนเป็น “ยุคน้ำแข็ง” ระยะสั้น เมื่อความอดอยากเพิ่มขึ้นและการจลาจลภายในประเทศเริ่มเกิดในรัฐบาลไม่สามารถบำบัดภัยพิบัติได้ ผู้คนจึงล้มตายมากมายในทุกหนแห่ง ตั้งแต่ Zhijiang จนกระทั่งถึง Henan

บรรดาแม่ทัพนายกองจึงได้รวบรวมกำลังก่อกบฏที่เมือง Shaan xi แล้วราชวงศ์ Ming ก็ถูกกำจัดจากนั้นราชวงศ์ Qing ก็ได้รับการสถาปนา แล้วเปลี่ยนการปกครองจากแนวอนุรักษ์นิยมที่มีมานานในจีนร่วม 300 ปี ตลอดไป โดยมี Li Tzu – cheng เป็นจักรพรรดิพระองค์แรก

อ่านเพิ่มเติมจาก “Influences of volcanic eruptions on Asian Summer Monsoon over the last 1100 years” ใน Scientific Reports , 7(1) , 42626 http://doi/10.1038/srep 42626 โดย L. Ning และคณะ (ปี 2017)



สุทัศน์ ยกส้าน

ประวัติการทำงาน-ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ "โลกวิทยาการ" จาก "ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน" ได้ทุกวันศุกร์
กำลังโหลดความคิดเห็น...