โครงการ Sister school ไม่ใช่แค่โครงการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 2 โรงเรียนในไทยและญี่ปุ่น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิถีชีวิต ภาษา และวัฒนธรรม ซึ่งกันและกัน พัฒนาทักษะการดำเนินชีวิต พร้อมเปิดโลกทัศน์ทางวิชาการให้กว้างขึ้นจากความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างครู และผู้บริหารที่ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการสอน และทรัพยากรการศึกษาระหว่างกัน
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้จัดงานเลี้ยงอำลา และมอบเกียรติบัตร แด่คุณผู้บริหาร, อาจารย์, เจ้าหน้าที่ และนักเรียน จากเมืองโคเงะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครั้งนี้ นับเป็นรุ่นที่ 9 พร้อมทั้งจัดงานฉลองครอบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม และเยาวชนเมืองโคเงะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม และการสร้างความเข้าใจในความหลากหลายทางสังคม โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และความชื่นชมในวัฒนธรรมระหว่างไทย และญี่ปุ่น
ซึ่งในวันนี้ ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้จัดให้มีงานเลี้ยงอำลาเยาวชนจากเมืองโคเงะ พร้อมด้วยอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการแสดง 4 ชุด ประกอบด้วย การแสดงวงดนตรีสากล, การแสดงระบำชนพื้นเมือง, การขับร้องเพลงประสานเสียง และการแสดงดนตรีไทยแบบเต็มวง ซึ่งไฮไลท์สำคัญ คือการนำบทเพลง เพลงโซรัน หรือ โซรันบุชิ ซึ่งเป็นเพลงพื้นเมืองดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น มาบรรเลงในรูปแบบของเครื่องดนตรีไทย โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
นายสึโบเนะ ชูสุเกะ นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองโคเงะ กล่าวถึงสาเหตุที่เมืองโคเงะ ได้ให้ความสำคัญกับโครงการนี้ โดยนายสึโบเนะ ได้กล่าวว่า ตนอยากให้เยาวชนจากเมืองโคเงะ ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น และหวังว่าในอนาคต เมื่อเยาวชนเหล่านี้เติบโตขึ้น ก็จะได้นำเอาประสบการณ์จากตรงนี้ ไปต่อยอด หรือนำไปใช้ ในการก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเจอในอนาคต
นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า การเดินทางทางมาเมืองไทยของเด็กญี่ปุ่น ทำให้ได้เรียนรู้ ลักษณะนิสัยความกระตือรือร้นแบบเด็กไทย และยังได้เรียนรู้ทักษะด้านภาษาอังกฤษ โดยนายสึโบเนะ กล่าวว่า ทักษะด้านภาษาอังกฤษของเด็กญี่ปุ่น ยังถือว่าไม่ดี หากเทียบกับประเทศต่างในแถบเอเชีย ซึ่งการเดินทางมาประเทศไทยในครั้งนี้ จะทำให้เด็กตระหนักถึงความจำเป็นของภาษาอังกฤษ ที่ต้องพยายามเรียนรู้ให้มากขึ้นต่อไปในอนาคต
ขณะที่ อ.รัตนาภรณ์ วามะสุรีย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิรัชกิจ และกิจการพิเศษ ประธานโครงการ sister school โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า โครงการนี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการมีนักเรียนไทยเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ ประเทศญี่ปุ่น แล้วทั้งหมด 9 รุ่น และก็เช่นเดียวด้านประเทศญี่ปุ่น ก็มีเยาวชนจากเมืองโคเงะ เดินทางมาเมืองไทย แล้วทั้งหมด 9 รุ่น เช่นกัน โดยโครงนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางไปเยือนซึ่งกันและกัน แต่เป็นการเรียนรู้ของเด็กไทย ในเรื่องการให้ความเคารพผู้อื่น การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การปฏิบัติตามกฎกติกา ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ การส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก โดย อ.รัตนาภรณ์ กล่าวย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เรียกว่า ความสัมพันธ์อันงอกงาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
• ก้าวสู่ปีที่ 10 Sister School สาธิตจุฬาฯ-เมืองโคเงะ ญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม (19 ส.ค. 2568)
• สาธิตจุฬาฯ ต้อนรับนักเรียนเมืองโคเงะ-ญี่ปุ่น รุ่น 7 แลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการ Sister Schools (19 ส.ค. 2567)
• สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม จับมือเมืองโคเงะ ประเทศญี่ปุ่น MOU โครงการโรงเรียนพี่น้อง (Sister Schools) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม (23 ส.ค. 2565)
• ไม่ใช่ “พี่น้อง” แค่ในนาม!! “เด็กสาธิตจุฬาฯ-เด็กญี่ปุ่นเมืองโคเงะ” ยิ่งกว่าเรียนรู้ภาษา คือแลกเปลี่ยน “ความรู้สึก” (20 ส.ค. 2562)


