xs
xsm
sm
md
lg

กรมควบคุมโรคคาด “แรงงานพม่า"”19 ราย ตรวจเจอโควิด อาจเป็นซากเชื้อ เหตุรักษาหายจากไทยแล้ว อีก 4 รายต้องสอบสวน อาจติดได้จากทั้ง 2 ฝั่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมควบคุมโรค แจง "แรงงานพม่า" 23 รายติดโควิดหลังกลับจากไทย พบ 19 ราย เคยอยู่ศูนย์กักต่างด้าว แต่รักษาหายแล้ว คาดพม่าตรวจเจอสารพันธุกรรม อาจเป็นแค่ซากเชื้อ เตรียมประสานข้อมูลเพิ่ม ไม่น่ากังวล ส่วนอีก 4 รายที่เหลือต้องสอบสวนเส้นทาง ชี้อาจติดเชื้อได้ทั้งจากฝั่งไทยและพม่า เหตุข้ามกลับไป 8 มิ.ย. ตรวจเชื้อ 17 มิ.ย. เจอ 19 มิ.ย. ย้ำหากไทยการ์ดไม่ตก วมหน้ากากตลอด โอกาสเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์น้อย

วันนี้ (22 มิ.ย.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีพม่ารายงานพบคนติดโรคโควิด-19 จำนวน 23 ราย หลังกลับจากไทย ว่า จากการตรวจสอบรายชื่อและพาสปอร์ต พบว่า 19 ราย เป็นคนพม่าที่อยู่ในสถานกักกันของไทยที่ด่านสะเดา มีการติดเชื้อและรักษาหายแล้ว ตั้งแต่ปลาย เม.ย. ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอาการ รักษาประมาณ 1 สัปดาห์ และให้กักตัวต่อ 14 วัน สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดต่ออีก 1 เดือน ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ในศูนย์กักก็ทำตามมาตรฐาน ก่อนจะถูกผลักดันกลับประเทศ และนำมาสู่การกักกันที่ฝั่งพม่า ซึ่งมีการตรวจด้วยวิธี RT-PCR กรณีคาดว่าเหมือนผู้ป่วยไทยที่รักษาหาย เมื่อกลับพื้นที่ พอตรวจซ้ำก็พบสารพันธุกรรมของเชื้อ แต่นำไปเพาะเชื้อไม่ขึ้น แปลว่าเป็นซากเชื้อที่ไม่แพร่โรค ดังนั้น 19 รายนี้เพียงแต่ประสานขอข้อมูลเพิ่ม ไม่ได้มีเพิ่มเติมอะไร

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ส่วนอีก 4 รายอยู่ระหว่างตรวจสอบ สอบสวนโรค คาดว่าน่าจะมาจากภาคใต้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นแถวด่านระนองหรือที่อื่น ซึ่งต้องรอการสอบสวนที่ชัดเจน เบื้องต้นมีข้อมูลว่าขึ้นมาจากภาคใต้ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. มาถึงแม่สอดเช้าวันที่ 5 มิ.ย. และอยู่ทำธุรกรรมต่างๆ ก่อนส่งข้ามฟากเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ทราบว่า มีการตรวจเชื้อวันที่ 17 มิ.ย. และรายงานผลวันที่ 19 มิ.ย.

"เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการค้นหาผู้สัมผัสที่โดยสารรถมายัง อ.แม่สอด ผู้ที่พำนักที่บริเวณแม่สอด และผู้สัมผัสที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งตัวกลับพม่า ซึ่งตรวจคัดกรองแล้วยังไม่มีใครติดเชื้อแม้แต่รายเดียว แต่ได้กำชับสถานที่ต่างๆ ที่กลุ่มคนเหล่านี้อยู่ให้ทำความสะอาด ยกระดับตรวจคักรองเชิงรุก ซึ่งที่ผ่านมาตรวจแรงงานพม่าราว 1 หมื่นคนก็ไม่พบติดเชื้อ แต่ตอนนี้จะตรวจคัดกรองมากขึ้นที่ 3 จุด คือ ศูนย์กักแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายใน กทม. จุดที่อาจจะมีแรงงานต่างชาติรอข้ามฝั่ง และศูนย์กักแยกที่ชายแดนภาคใต้ ว่ายังมีผู้คงค้างหรือไม่ ได้รับการตรวจแล้วหรือยัง" นพ.สุวรรณชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ป่วยอีก 4 ราย ไม่ได้อยู่ในศูนย์กักมาก่อน เป็นไปได้ที่จะเกิดการติดเชื้อในไทยหรือไม่ นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ แต่ต้องมาดูเส้นทาง และอย่าลืมว่ามีช่วงระหว่างเดินทาง ข้ามทาง และอยู่ศูนย์กัก เป็นไปได้หมด ซึ่งที่ผ่านมาไทยตรวจเชิงรุกแรงงานต่างด้าวในประเทศก็ไม่เจอ เราตรวจคนไทยที่สบายดีกลุ่มต่างๆ กว่า 6 หมื่นรายก็ไม่เจอ หมายความว่า เชื้อที่อยู่ในประเทศน้อยลงไปเยอะ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะ 4 รายนั้นต้องหาที่มา ต้องดูว่า 4 รายนั้นเข้าไทยมาช่องทางไหน ต้องประสานไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หรืออีกทางหนึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าติดเชื้อจากฝั่งพม่าก็ได้ เพราะมีโอกาสติดได้จากทุกที่ แต่ 4 คนนั้นติดเชื้อไม่มีอาการ และประเทศไทยมีมาตรการให้ทุกคนสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง โอกาสแพร่หรือติดเชื้อโรคโควิดอาจน้อย แต่เราไม่ละเลย มีการสอบสวนโรค และฆ่าเชื้อทุกจุดทั้งยานพาหนะ และด่านแม่สอด

ถามว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าติดเชื้อจากฝั่งไหน แต่ไทยยังรายงานว่าไม่มีการติดเชื้อในประเทศ 28 วัน นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน การแถลงข่าวจะรายงานว่าไม่มีการรายงานผู้ป่วยในประเทศ ตนไม่สามารถบอกได้ว่าแบบนี้ คือ ปลอดเชื้อหรือไม่ปลอดเชื้อ ถ้าเข้าใจธรรมชาติของโรค จะพบว่าคนป่วยโรคนี้กว่า 80% ไม่มีอาการ ส่วน 20% มีอาการ ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่มา รพ. ดังนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีคนมีเชื้อ แต่ไม่มีอาการอยู่ในประเทศ แต่ถ้าเราช่วยกันสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างต้องทำให้ได้มากกว่า 80-90% จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดได้ แต่หากการ์ดตกก็มีโอกาสเกิดการระบาดระลอก 2 ซึ่งหลายฝ่ายพยายามเตือนว่า มีโอกาสระบาดระลอก 2 ได้ ขอการ์ดอย่าตก แม้จะมีการแถลงว่าไม่มีรายงานผู้ป่วยในประเทศกี่วันๆ ก็ตาม ถ้าการ์ดตก แค่เจอผู้ป่วยกลุ่มเล็กๆ ก็มีโอกาสแพร่ระบาดใหญ่ได้เหมือนหลายประเทศ ย้ำว่าโรคนี้ยังไม่หายไปไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมั่นใจได้หรือไม่ว่า เคสนี้จะไม่ทำให้เกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์ นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ใน 19 ราย เรามั่นใจ เพราะเรารักษาหายแล้ว แต่ใน 4 รายยังอยู่ในการสอบสวน แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าจะไม่เป็นแบบซูเปอร์สเปรดเดอร์นั้นอยู่ที่ประชาชนทุกคน หากยังสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง ถ้า 4 รายนี้ไปที่ไหนแล้วเจอแต่คนสวมหน้ากาก โอกาสจะเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์ก็น้อย แต่ต้องไปดูรายละเอียด คงได้ข้อมูลเร็วๆ นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...