xs
xsm
sm
md
lg

ศธ.พร้อมเปิดเทอมก่อน 1 ก.ค. หาก ศบค.ไฟเขียวเฟส 4 ด้าน สพฐ.เร่งทำหลักเกณฑ์เปิดเรียน หากพบเด็กป่วยโควิด ปิดเรียนตามความเสี่ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สพฐ.เร่งทำหลักเกณฑ์เปิดเทอม ยึดตามจำนวนเด็ก ครู พื้นที่ เว้นระยะห่าง หากไม่เกิน 20-25 คน/ห้อง อาจมาเรียนที่ ร.ร.ได้ทั้งหมด หากเกินต้องแบ่งกันมาเรียน หรือเรียนออนแอร์-ออนไลน์ ก่อนชง รมว.ศธ.ต่อไป เผย หากพบเด็กป่วยโควิด พิจารณาปิดเรียนตามจำนวนคนสัมผัส แหล่งข่าวเผย ศธ.พร้อมเปิดเรียนก่อน 1 ก.ค. หาก ศบค.ไฟเขียวเฟส 4 ให้ผู้ว่าฯ-กศจ.ประเมินความพร้อม คาด 1 ก.ค.เปิดเรียนได้แค่ 90% เว้น ร.ร.ขนาดใหญ่ แต่เปิดช่องเด็กไม่มีอุปกรณ์เรียนออนไลน์ มาเรียน ร.ร.ได้

วันนี้ (2 มิ.ย.) นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีข้อเสนอให้โรงเรียนที่มีจำนวนเด็กนักเรียนไม่มาก อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ทยอยเปิดเทอมได้ก่อนวันที่ 1 ก.ค. 2563 หรือเปิดเทอมช่วงคลายล็อกเฟส 4 กลาง มิ.ย.นี้ ว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้ในภาพใหญ่ และยังไม่เห็นเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ตนจึงยังไม่สามารถตอบได้ แต่ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แจ้งมาในภาพใหญ่ ว่า เปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค. ยังไม่มีข้อมูลอื่น แต่ถ้ามีข้อมูลอื่นๆ มา เราก็พิจารณาตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ถ้าเปิดเทอมเร็วกว่านี้จะมีปัญหาเรื่องเด็กสอบ ม.1 กับ ม.4 การเลื่อนชั้นปี เช่น โรงเรียนนี้เปิด โรงเรียนนั้นยังไม่เปิด หรือโรงเรียนนั้นเปิดแล้วแต่โรงเรียนนี้เด็กยังเรียนไม่จบ ก็จะมีปัญหาในระบบใหญ่ การเปิดพร้อมกันกับทุกภาคเรียนทำให้บริหารได้ง่าย มีข้อมูลเพียงพอ


นายอำนาจ กล่าวว่า สำหรับการเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค. เรามีความพร้อมแล้ว ส่วนรูปแบบการเรียนการสอนจะยึดหลักตามกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่เสนอ ศบค.เป็นหลัก และ ศธ.จะเอาแนวทางที่กำหนดมาปรับใช้ เช่น การเรียนที่โรงเรียนทั้งหมด พื้นที่นั้นก็ต้องปลอดภัย สามารถเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ในห้องเรียนได้ นักเรียนต่อห้องไม่เกิน 20-25 คน หรือโรงเรียนที่มีนักเรียนมาก แออัด มีความเสี่ยงโรคโควิด-19 ก็อาจต้องจัดการเรียนแบบผสมผสาน แต่จะยึดการมาเรียนที่โรงเรียนเป็นหลัก แต่หากมาเรียนทั้งหมดไม่ได้ก็จะมีการแบ่งมาเรียนเป็นกะ เช่น เช้า บ่าย หรือสลับกันมาเรียน วันเว้นวัน บางส่วนให้เรียนที่บ้าน ผ่านออนแอร์ ออนไลน์ เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างแนวทาง หากเสร็จแล้วจะเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

“เรื่องของจำนวนเด็กมาเรียนนั้น นอกจากคำนึงถึงการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตรในห้องเรียนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงโรงอาหาร ห้องอาหาร เด็กนั่งได้หรือไม่ ครูดูแลได้ครบหรือไม่ ต้องเพิ่มครูหรือไม่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น หน้ากาก การทำความสะอาดห้องเรียน ห้องพักครู ห้องน้ำ ทำความสะอาดได้ดีหรือไม่ ทั่วถึงหรือไม่ ก็จะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินอีก โดย สพฐ.จะเอาสิ่งเหล่านี้มาร่างเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางของ สพฐ.ต่อไป” นายอำนาจ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีเปิดเทอมแล้ว หากเด็ก 1 ห้อง ต้องมีส่วนหนึ่งเรียนที่โรงเรียน อีกส่วนเรียนที่บ้าน รูปแบบการสอนเป็นอย่างไร เนื้อหาในการสอนจะแตกต่างกันหรือไม่ ครูต้องสอนนักเรียนในห้องแล้วถ่ายทอดไปยังนักเรียนที่เรียนที่บ้านหรือไม่อย่างไร นายอำนาจกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับครูที่จะออกแบบการเรียนการสอน เช่น หากใช้ออนแอร์เป็นตัวตั้ง ก็สอนออนแอร์ไปทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านเรียนไปพร้อมกัน มีการให้การบ้าน ใบงานต่างๆ หรือทำโครงงาน ซึ่งนักเรียนที่มาที่โรงเรียนก็อาจได้เรียนผ่าน DLTV และเรียนกับตัวครูด้วยก็ได้ อยู่ที่การออกแบบของครูและแต่ละโรงเรียนเอง ส่วนการเรียนออนไลน์ก็เป็นเนื้อหาเดียวกัน แต่ต่างแค่อุปกรณ์ที่สามารถดูผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ททีวี สมาร์ทโฟนต่างๆ และสามารถเรียนตอนไหนก็ได้ ส่วนผลลัพธ์ของการทดลองเรียนออนแอร์กับออนไลน์ในช่วง พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ต้องขอประเมินก่อน เพราะข้อมูลยังเข้ามาไม่ครบ

เมื่อถามถึงกรณีเปิดเทอมแล้วเจอการป่วยโควิด-19 จะมีมาตรการปิดการเรียนการสอนอย่างไร ใช้แนวทางเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือเท้าปาก ที่ดูตามความเสี่ยง เช่น ปิดเป็นห้องเรียน ปิดชั้นเรียน ปิดอาคาร หรือปิดทั้งโรงเรียนหรือไม่ นายอำนาจกล่าวว่า หากมีการติดเชื้อคนป่วยก็ต้องรักษา คนที่สัมผัสกับผู้ป่วยก็ต้องกักตัวที่บ้านจนครบ 14 วัน ตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ส่วนจะปิดเรียนอย่างไรหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนโรคว่ามีผู้เกี่ยวข้องหรือมีผู้สัมผัสมากน้อยแค่ไหน ซึ่งสาธารณสุขจะช่วยตรวจสอบ เช่น หากมีการสัมผัสกันในห้องเรียนนี้เพียงห้องเดียว ก็อาจปิดเรียนแค่ห้องนี้ หรือหากมีการสัมผัสกันทั้งชั้นเรียนก็อาจปิดทั้งชั้นเรียน ถ้ามีกิจกรรมร่วมกับเด็กทุกคน เด็กทั้งโรงเรียน ก็อาจต้องปิดทั้งโรงเรียน เป็นต้น

แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ระบุว่า การเปิดเทอมก่อนวันที่ 1 ก.ค. ต้องรอผลการประชุมของ ศบค.ว่า การคลายล็อกเฟส 4 ช่วงกลาง มิ.ย. จะมีเรื่องของการเปิดเทอมด้วยหรือไม่ หาก ศบค.อนุญาต ก็สามารถเปิดเรียนก่อนได้ แต่อยู่ที่ความพร้อมของโรงเรียนและความปลอดภัยของนักเรียนเป็นหลัก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด จะเป็นผู้ประเมินว่าปลอดภัยหรือไม่ ไม่ใช่ทุกที่สามารถเปิดได้ ถ้ายังไม่พร้อมก็รอเปิดเทอมวันที่ 1 ก.ค.ตามกำหนด ซึ่งขณะนี้โรงเรียนต่างๆ มีความพร้อมเปิดเรียนได้แล้ว 80-90% โอกาสเปิดเรียนวันที่ 1 ก.ค. คือ 100% และเชื่อว่า จะสามารถเปิดเรียนได้ 90% เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างปลอดภัย แทบไม่เจอการติดเชื้อภายในประเทศแล้ว แต่ก็ต้องจัดการเรียนการสอนที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่หรือยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อาจจะยังไม่ได้เปิดให้มาเรียน หรืออาจให้เรียนออนไลน์ไปก่อน แต่ก็ไม่ได้ทิ้งเด็กที่ไม่มีอุปกรณ์ อย่างคอมพิวเตอร์ มือถือ ก็อาจให้มาเรียนที่โรงเรียน เช่น โรงเรียนมีเด็ก 3,000 คน อาจมีเด็ก 300 คน หรือ 10% ที่ไม่มีอุปกรณ์ ก็แบ่งให้มาเรียนที่โรงเรียน ซึ่งจะสามารถเว้นระยะห่างกันได้ ส่วนอีก 2,700 คน ก็ให้เรียนที่บ้านไปก่อน เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...