xs
xsm
sm
md
lg

สธ.ชี้สถานการณ์ "ไข้อู่ฮั่น" เริ่มดี หลังจีนจำกัดเดินทาง แต่ต้องหาคนไทยทำงานใกล้ชิดคนจีนที่ป่วยเข้าระบบ สกัดแพร่ระบาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สธ.เผยสถานการณ์ป่วย "ไข้อู่ฮั่น" เริ่มดีขึ้น หลังจีนจำกัดการเดินทาง แนวโน้มผู้ป่วยคนจีนลดลง ชี้สัปดาห์นี้หัวใจสำคัญ เร่งตั้งคลินิกไข้หวัดพื้นที่ท่องเที่ยว ฃเข้มคัดกรองคนไทยทำงานใกล้ชิดคนจีนมีอาการป่วยไข้หวัดและปอดอักเสบ จากคนป่วยไข้หวัดในประเทศวันละ 2 แสนคน ให้เข้าระบบมากที่สุดและเร็วที่สุด ตัดวงจรแพร่ระบาด ส่วนยอดผู้ป่วยในไทยเท่าเดิม 32 ราย หาย 10 ราย 2 คนผู้ป่วยอาการหนักอาการคงที่ ผู้ป่วยชาวจีน รพ.ราชวิถีผลเป็นลบ เตรียมให้ออกห้องแยกโรค


วันนี้ (10 ก.พ.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคปอดอักเสบติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า ขณะนี้ทั่วโลกรายงานผู้ป่วยยืนยัน 40,553 ราย เสียชีวิต 909 ราย รักษาหาย 2,970 ราย เรียกว่าหายเยอะกว่าเสียชีวิต และสถานการณ์ในประเทศจีนแนวโน้มผู้ป่วยทางคลินิกก็เริ่มคงที่ ส่วนประเทศไทยผู้ป่วยยืนยันยังจำนวนเท่าเดิมคือ 32 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 10 ราย เหลือนอนรักษาตัวใน รพ. 22 ราย สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม 689 ราย เป็นคนจีนและคนไทยอย่างละครึ่ง เดินเข้ามารักษาเองใน รพ.เอกชน มากกว่ารพ.รัฐ กระจายอยุ่ทั้งใน กทม. เขตสุขภาพที่ 1 ภาคเหนือ เขตสุขภาพที่ 4 จังหวัดปริมณฑล เขตสุขภาพที่ 6 ภาคตะวันออก และเขตสุขภาพที่ 11 ภาคใต้ตอนบนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นหน้ากากอนามัยขาดตลาด สธ.ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำรวจความต้องการใช้หน้ากากอนามัยในภาครพ.ของ สธ.ซึ่งตอนนี้ในสต๊อกเป็นล้านชิ้นยังเพียงพอกับสถานพยาบาล และจะมีการเติมหน้ากากอนามัยในส่วนของ สธ. 7 หมื่นชิ้นต่อวัน ซึ่งหาก รพ.ที่ขาดแคลนก็สามารถประสานมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. กล่าวว่า สำหรับคนไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่นที่มี 1 ราย ติดเชื้อ ขณะนี้ร่างกายแข็งแรงดีมาก แต่ยังต้องอยู่ห้องแยกโรค โดยรอตรวจเชื้อเป็นลบ ส่วนเพื่อนร่วมห้องก็เฝ้าระวังอาการก็พบว่าปกติ ผลเป็นลบเช่นกัน


นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวว่า ส่วนคนไข้อาการหนัก 2 รายอาการค่อนข้างคงที่ ไม่แย่ลง

นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การจัดตั้งคลินิกไข้หวัด เพื่อแยกผู้ป่วยอกจากคลินิกทั่วไป โดยจะเน้นคัดกรองผู้ป่วยที่มีไข้ มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีการเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด หรือกรณีป่วยปอดอีกเสบแต่ยังหาสาเหตุไม่ได้ โดยจะมีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน สธ.ขอให้จังหวัดที่มีความเสี่ยง คือ นักท่องเที่ยวในการจัดตั้งคลินิก ส่วน กทม.จะประสานขอ รพ.สังกัดต่างๆ ทั้งเอกชน กทม. โรงเรียนแพทย์ เหล่าทัพ ในการจัดตั้งคลินิกไข้หวัด สำหรับผู้ป่วยหญิงชาวจีนที่รักษา รพ.ราชวิถี ด้วยการให้ยาต้านไวรัส ขณะนี้ผลแล็บเป็นลบ หากอาการนิ่งวันที่ 11 ก.พ.ก็จะสามารถนำออกจากห้องแยกโรคได้


เมื่อถามว่าผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคเป็นคนจีนและคนไทยอย่างละครึ่ง คนไทยยังเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงใช้หรือไม่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนลดลงโดยลำดับ นับตั้งแต่ห้ามออกนอกประเทศและปิดสนามบิน ซึ่งผ่านมาแล้ว 10 กว่าวัน เราไม่มีรายใหม่ที่เป็นคนจีนเดินทางเข้ามา แต่เราเห็นคนไทยที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มป่วย ซึ่งจะเป็นหัวใจการทำงานสำคัญของสัปดาห์นี้ ต้องเใาระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เป็นคนไทยให้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อนำมาสู่การรักษาและวินิจฉัยเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่ไปยังคนไทยอื่นๆ 

นพ.ทวี กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหาเคลื่อนจากคนจีนมาคนไทย จะเห็นภาพว่าคนป่วยมักเกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะทัวร์จีน เราคงไม่สามารถรับคนไทยที่ป่วยไข้หวัดทุกคนได้ ซึ่งมีการศึกษาว่า แต่ละวันจะมีคนไทยป่วยไข้หวัด 2 แสนคน แล้วจะทำอย่างไรถึงเอาออกมาเพื่อตรวจเข้าหลักเกณฑ์ว่า เป็นคนจีนหรือคนไทยที่เกี่ยวข้องกับทัวร์ ยังไม่แน่ใจว่าเป็นปอดบวมจากอะไร การตั้งคลินิกที่เป็นด่านหน้าจะเป็นช่องทางเขียว ก็จะต้องเน้นในกลุ่มนี้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะเน้นให้ รพ.ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว เช่น กทม. เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี เป็นต้น จัดตั้งคลินิกไข้หวัด

ถามต่อว่าตัวเลขจีนค่อนข้างคงที่ สถานการณ์ในประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหรือไม่  นพ.โสภณ กล่าวว่า ดูจากสถานการณ์ทั่วโลก จำนวนประเทศที่พบผู้ป่วยนอกประเทศจีนคือคงที่ และจำนวนผู้ป่วยก็เพิ่มไม่มาก หลักๆ คือไม่มีการเติมผู้ป่วยหรือเชื้อจกาประเทศจีนไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ตัวเลขผู้ป่วยคนจีนก็ลดลง จะเห็นว่าผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นคนจีนในไทย ตอนนี้ก็มีเพิ่มคนเดียว ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ตอนปิดสนามบิน ส่วนคนจีนที่เหลือเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดแต่มีอาการน้อย ถ้าแหล่งโรคดีขึ้น จำกัดการเดินทาง สถานการณ์ประเทศต่างๆ และไทยน่าจะดีขึ้น

นพ.ทวี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะดูเหมือนดีขึ้น แต่ก็อาจจะยังเร็วเกินไปที่บอกว่าดีขึ้น ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง








กำลังโหลดความคิดเห็น...