xs
xsm
sm
md
lg

ยอด นศ.จีนในไทยมี 11,738 คน ผชช.แนะเฝ้าระวัง 14 วันหลังกลับถึงไทย แนะ อว.-สธ.ร่วมมือวิจัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อว.เผยมี นศ.จีนในไทย 11,738 คน ส่วนใหญ่อยู่ ม.เอกชน 8,541 คน ส่วน นศ.ไทยในอู่ฮั่นมี 58 คน ผู้เชี่ยวชาญไวรัส ชี้ หลัง นศ.จีนกลับมาเรียนในไทย ควรกักตัวเฝ้าระวังต่ออีก 2 สัปดาห์ ย้ำ อว.ควรร่วม สธ.วิจัยองค์ความรู้โรคนี้ ตั้งวอร์รูมรับมือหากเกิดระบาดในไทย เตรียมเตียงให้พอหรือมีรพ.สนาม ย้ำล้างมือบ่อยๆให้เป็นนิสัย

วันนี้ (28 ม.ค.) นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมองค์ความรู้ป้องกันและรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และมาตรการดูแลนักศึกษา ว่า จากข้อมูลพบว่า มีสถาบันอุดมศึกษา 87 แห่ง ที่มีนักศึกษาสัญชาติจีนศึกษาอยู่รวม 11,738 คน แบ่งเป็น สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 52 แห่ง จำนวน 3,192 คน เอกชน 35 แห่ง จำนวน 8,541 คน ส่วนอีก 5 คนอยู่สถาบันอุดมศึกษานอกสังกัด โดย 3 สถาบันที่มีนักศึกษาจีนสูงสุด คือ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 2,884 คน  มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 978 คน และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 756 คน ขณะที่จำนวนนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาประเทศจีน เบื้องต้นพบว่า มณฑลยูนนานมี 828 คน กุ้ยโจว 134 คน หูหนาน 208 คน ส่วนมณฑลอื่นๆ กระทรวงการต่างประเทศกำลังรวบรวมข้อมูล ส่วนในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย มี 58 คน


นายสุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีข่าวนักศึกษาล่ารายชื่อร้องเรียนสถาบันอุดมศึกษาย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมาท่องเที่ยวถ่ายรูป เปิดหอพักของนักศึกษาเป็นโรงแรม หรือห้องพักรายวัน จนนักศึกษาหวั่นวิตกว่า จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนานั้น ขณะนี้รัฐบาลยังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เรื่องนี้ถือว่าห่วง เบื้องต้นได้ให้มหาวิทยาลัยชี้แจ้งข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน หากพบว่าผิดวัตถุประสงค์ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน 

“ขณะนี้ไม่อยากให้ตื่นตระหนก อยากให้ใช้ความรู้ความเข้าใจ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าไวรัส คือไวรัลที่แชร์ต่อๆ กันไปอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เชื่อว่าขีดความสามารถของกรทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์ความรู้ที่มีในมหาวิทยาลัยต่างๆ จะสามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้ แต่ที่สำคัญเราต้องทำความเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ และอย่าตื่นตระหนกเกินไป อว. ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ซึ่งทางสธ.ได้ตั้งวอร์รูม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวแล้ว จากนี้ไปเราจะทำการวิจัยเชิงรุก เพื่อต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่อื่นๆ ด้วย” นายสุวิทย์กล่าว 

ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้เป็นโอกาสที่ อว.กับ สธ.จะจับมือกันพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทำวิจัยหาองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้และโรคอื่นๆ เพราะ อว.มีอาจารย์ นักวิจัย ที่สามารถนำศาสตร์ต่างๆ มาร่วมมือกัน เช่น นักคณิตศาสตร์ ที่จะช่วยสร้างแบบจำลองการระบาดของโรค นักคอมพิวเตอร์ ที่จะนำข้อมูลจากทั่วโลกมาวิเคราะห์ นักเคมีและนักชีววิทยามาช่วยสร้างแบบจำลองโครงสร้างพันธุกรรม เพื่อหาสารป้องกันการแบ่งตัว ซึ่งเราจะได้ความรู้ใหม่ๆ ทั้งนี้ ไวรัสโคโรนาตัวนี้ไม่ได้ร้ายแรงแบบซาร์สหรือเมอร์ส มีความรุนแรงต่ำ ทำให้หยุดการระบาดเป็นไปได้ยาก แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ระบาดออกนอกประเทศจีน องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงยังไม่ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ส่วนผู้ป่วยในประเทศไทยยังเป็นการติดเชื้อจากนอกประเทศแล้วเดินทางเข้ามา

“ส่วนตัวเห็นว่า ควรตั้งวอร์รูมเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดการระบาดในไทย โดย รพ.รัฐและเอกชน ควรเตรียมเตียงคนไข้ไว้รองรับให้เพียงพอ ซึ่งอาจต้องพิจารณาเตรียม รพ.พิเศษหรือ รพ.สนามแบบจีนหรือไม่ เพราะหากเตียงคนไข้ไม่พอจะเกิดภาวะตื่นตระหนก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ก.ค.-ส.ค.เป็นช่วงที่ไวรัสแพร่กระจายได้ดี ขณะเดียวกันขณะนี้มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากจนประชาชนสับสน ควรมีหน่วยงานหรือองค์กร ที่ช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง และแก้ไขข่าวที่ไม่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ด้วยข้อความสั้น กระชับ เข้าใจง่าย เผยแพร่รวดเร็ว” ศ.นพ.ยงกล่าว 

ศ.นพ.ยง กล่าวว่า ส่วนมาตรการให้นักศึกษาจีนที่กลับประเทศจีนพำนักต่ออีก 2 สัปดาห์ค่อยเดินทางกลับมาเรียนต่อในไทยนั้น เมื่อนักศึกษาจีนกลับมาแล้ว มหาวิทยาลัยควรให้มารายงานตัวและต้องกักตัวต่ออีก 2 สัปดาห์ เพื่อเฝ้าระวัง ทั้งนี้ สิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติและสอนเด็กๆ ให้ทำเป็นนิสัย คือ ต้องล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากใช้มือปิดปากจมูกเวลาไอหรือจาม ล้างมือก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก เป็นต้น 

จุฬาฯ ประกาศให้นิสิต-บุคลากร ที่เดินทางจากจีนหรือพื้นที่เสี่ยง หยุด 14 วัน เลี่ยงติดเชื้อโคโรนา

“สุวิทย์” ประกาศถึง นศ.จีนกลับประเทศ ให้อยู่ต่อ 2 สัปดาห์ ส่วนที่ยังอยู่ไทยงดพบปะผู้คน

นพ.สมชาย แสงกิจพร รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. กล่าวว่า นักศึกษาไทยที่เดินทางกลับจากประเทศจีน มีอาการหรือไม่มีอาการ สามารถนำตัวเองมาเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน สธ.พร้อมตรวจคัดกรอง ซึ่งที่ผ่านมามีนักศึกษาขอตรวจ ก็มีผลเป็นลบทุกราย






กำลังโหลดความคิดเห็น...