xs
xsm
sm
md
lg

1 เดือนผู้ป่วยสมัครร่วมโครงการรับยาที่ร้านยา 4 หมื่นราย ภาคเหนือตอนบนเบิกจ่ายสูงสุด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สรุป 1 เดือน รับยาร้านขายยา มี รพ.เข้าร่วม 45 แห่ง ร้านยา 403 แห่ง พบเป็นร้านยาเดี่ยว 85% ร้านยาหลายสาขา 14% ผู้ป่วยสมัครใจเข้าร่วมโครงการแล้ว 4 หมื่นคน "อนุทิน" ชี้เพิ่งเริ่มต้น ยังเป็นการทดลอง หวังรพ. ร้านยาเข้าร่วมมากขึ้น สปสช.เผยเบิกจ่ายผู้ป่วยรับยาที่ร้านยาแล้ว 376 ราย ภาคเหนือตอนบนสูงสุด 154 ราย

วันนี้ (6 พ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการลดความแออัดโรงพยาบาล โดยให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง 4 กลุ่มโรค คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวช และหิบหืด หรือโรคอื่นๆ ที่ รพ.มีความพร้อม ให้ไปรับยาที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการใกล้บ้าน ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2562 ว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการได้ 1 เดือน ยังเป็นลักษณะของการทดลองว่า จะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อการให้บริการประชาชน อย่างไรก็ตาม นโยบายที่ให้ไป คือ ต้องการให้เกิดการกระจายการรับยาไปยังร้านขายยารายย่อยในพื้นที่ ไม่ให้กระจุกตัวอยู่เฉพาะร้านขนาดใหญ่ที่มีหลายๆ สาขาเท่านั้น และเชื่อว่าจะมีรพ.และร้านขายยาในพื้นที่ต่างๆ เข้าร่วมโครงการนี้มากขึ้นในอนาคต เพราะเป็นโครงการที่ดี เป็นช่องทางหนึ่งของการเพิ่มรายได้ร้านขายยา ขณะที่ประชาชนได้รับความสะดวก โรงพยาบาลลดความแออัด และรัฐไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่มจำนวนมาก

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา  มี รพ.ทั่วประเทศ เข้าร่วมแล้วจำนวน 45 แห่ง เป็น รพ.ชุมชน 5 แห่ง รพ.ทั่วไป 9 แห่ง รพ.ศูนย์ 23 แห่ง รพ.สังกัดกรมการแพทย์ 3 แห่ง รพ.สังกัดกรมสุขภาพจิต 3 แห่ง และรพ.สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2 แห่ง ได้แก่ 1.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์  2.รพ.นครพิงค์  3.รพ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ 4.รพ.ลำพูน 5.รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก 6.รพ.เพชรบูรณ์  7.รพ.สวรรค์ประชารักษ์ 8.รพ.อุทัยธานี 9.รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี 10.รพ.สระบุรี 11.รพ.พระพุทธบาท 12.รพ.บ้านหมอ 13.รพ.เสาไห้ จ.สระบุรี 14.รพ.ราชบุรี 15.รพ.พหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี 16.รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม

17.รพ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 18.รพ.สมุทรปราการ 19.รพ.ชลบุรี 20.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี 21.รพ.พุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา 22.รพ.ระยอง 23.รพ.ขอนแก่น 24.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ 25.รพ.ร้อยเอ็ด 26.รพ.มหาสารคาม 27.รพ.สุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 28.รพ.กาฬสินธุ์ 29.รพ.อุดรธานี 30.รพ.จิตเวชราชนครินทร์นครราชสีมา 31. รพ.มหาราชนครราชสีมา 32.รพ.สรรพสิทธิประสงค์ 33.รพ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี 34.รพ.ศรีสะเกษ 35.รพ.อุทุมพรพิสัย 36.รพ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ 37.รพ.สุราษฎร์ธานี 38.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช 39.รพ.วชิระภูเก็ต 40.รพ.ตรัง 41.รพ.หาดใหญ่ 42.รพ.สงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 43.รพ.เลิดสิน 44.รพ.ราชวิถี และ45.รพ.นพรัตนราชธานี 

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า สำหรับร้านยาแผนปัจจุบันประเภทขย.1  คือร้านขายยาที่มีเภสัชกรอยู่ประจำร้านที่เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 403 แห่ง แยกเป็นร้านยาเดี่ยว (Stand-alone store) 345 แห่ง คิดเป็น 85.61% และร้านยาที่มีหลายสาขา (Chain store) 58 แห่ง คิดเป็น 14.39%  ขณะที่ในส่วนของผู้ป่วย มีผู้ที่แสดงความจำนงขอเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อรับยาที่ร้านยาแล้วประมาณ 40,000 คน แต่ในส่วนของจำนวนการเบิกค่าใช้จ่ายค่าบริการที่ร้านยายังมีไม่มากจำนวน 376 คน เนื่องจากยังเป็นช่วงเริ่มต้นโครงการ ผู้ป่วยที่มารับบริการอาจใช้บริการรับยาที่ร้านยาในคราวต่อไป โดยเป็นผู้ป่วยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ประกอบด้วย จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน และลำปาง มากที่สุด 154 ราย รองลงมาเป็น เขตสุขภาพที่ 6 จ.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด และระยอง จำนวน  92 ราย และเขตสุขภาพที่ 7 จ.ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม จำนวน 41 ราย






กำลังโหลดความคิดเห็น...