xs
xsm
sm
md
lg

หมอรักษา “ธัมมชโย” ยื่นแพทยสภา ส่งหมอเชี่ยวชาญ 3 ด้านตรวจแทน ลบข้อกังขาป่วยปลอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


หมอประจำตัว “ธัมมชโย” พร้อมลูกศิษย์ธรรมกาย ยื่นแพทยสภา ขอส่งหมอผู้เชี่ยวชาญ “ศัลยกรรมหลอดเลือด - อายุรกรรม - โลหิตวิทยา” ตรวจอาการแทน หลังสังคมจับผิดถ่ายทอดสดอาพาธ วอนขอความเป็นธรรม ซัดกลับหมอพระมงกุฏฯ อย่าก้าวล่วง ยันป่วยจริงหลอดเลือดดำอุดตันที่ขา ทั้งส่วนลึก ส่วนผิว และทางบายพาส



จากกรณีคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ถ่ายทอดสดเพื่อแสดงถึงอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ตามหมายจับของศาลอาญา โดยมีการเปิดผ้าห่มโชว์แผลบริเวณที่ขา ทำให้มีคนในสังคมเข้ามาแสดงความคิดเห็นจับผิดมากมาย รวมถึงแพทย์จาก รพ.พระมงกุฏเกล้า ที่ออกมาโพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตผ่านเฟซบุ๊กว่าการรักษาไม่สอดคล้องกับหลักทางการแพทย์

วันนี้ (25 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ แพทย์ผู้รักษาพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย พร้อมศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้เดินทางมายังแพทยสภา เพื่อยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาตรวจและวินิจฉัยโรค โดยมี นายศุภวัฒน์ โพธิ์ทอง หัวหน้าฝ่ายจริยธรรม แพทยสภา เป็นผู้รับหนังสือ

ร.ท.นพ.ชูชัย กล่าวว่า ตามที่คณะแพทย์ผู้รักษาพระเทพญาณมหามุนี ได้ทำการตรวจอาการอาพาธของผู้ป่วยตามเอกสารรับรองว่า พระเทพญาณมหามุนี อาพาธเป็นโรคหลอดเลือดดำของขาอุดตัน (Deep Vein Thrombosis : DVT) หรือ May Thurner syndrome ที่ช่องท้องด้านซ้ายเกิดมีอาการลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลันซ้อนทับภาวะ DVT (acute thrombosis on top chronic DVT) ตามใบรับรองแพทย์ที่แนบมา 3 ฉบับ พร้อมเวชระเบียน ทำให้ไม่สามารถที่จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 และทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไม่ได้ส่งแพทย์มาตรวจสอบตามขั้นตอน โดยกล่าวว่า ได้ข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้ว และยังมีข่าวว่าใบรับรองแพทย์ของ พ.ท.นพ.สิริพงศ์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ ไม่ถูกต้อง ทั้งที่แพทย์ได้มาตรวจและวินิจฉัยโรคจริง คณะแพทย์ผู้รักษาจึงขอความอนุเคราะห์จากแพทยสภา ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ดูแลความเป็นธรรมด้านการแพทย์ ช่วยกรุณาส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี ที่ วัดพระธรรมกาย เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป

“สาเหตุที่มาขอให้แพทยสภาส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปตรวจนั้น เพราะสังคมมีการตั้งคำถามมากว่าพระธัมมชโยป่วยหรือไม่ป่วย แม้จะมีการตั้งกล้องวงจรปิดก็มีคนตั้งคำถาม แพทย์ที่มาตรวจวินิจฉัยจริง มีใบรับรองจริงก็มีกระแสว่าเป็นเท็จ จึงอยากให้หน่วยงานที่มีความเป็นกลางอย่างแพทยสภามาตรวจ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏว่าป่วยจริงหรือไม่ เพื่อความเป็นธรรมของผู้ป่วย และแพทย์ผู้ออกใบรับรอง ส่วนกรณีที่แพทย์ รพ.พระมงกุฏเกล้าออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการรักษาไม่สอดคล้องนั้น โดยส่วนตัวมองว่าหากไม่ใช่คนไข้ของเราก็ไม่ควรจะก้าวล่วง เพราะไม่ได้เป็นผู้มารักษา เพียงแต่ดูจากภาพแล้วมาวิจารณ์” ร.ท.นพ.ชูชัย กล่าว

ร.ท.นพ.ชูชัย กล่าวว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อยากให้แพทยสภาส่งมาตรวจพระธัมมชโย คือ ศัลยกรรมหลอดเลือด อายุรกรรม และโลหิตวิทยา ส่วนจะส่งมาตรวจเมื่อไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทยสภาและความพร้อม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอาการของพระธัมมชโยนั้น มีการอุดตันของหลอดเลือดทั้งส่วนลึกและส่วนผิว แม้กระทั่งทางสำรองอย่างบายพาสก็ตันไปด้วย เรียกว่าเป็นแบบเฉียบพลันปนระยะเรื้อรังอีกที ซึ่งมีโอกาสที่ลิ่มเลือดจะอุดตันปอดได้ ส่วนขณะนี้พระธัมมชโยสามารถลุกขึ้นนั่งได้ แต่แค่เพียงระยะสั้น ๆ เนื่องจากหลอดเลือดแดงยังสามารถผ่านลงไปที่ขาได้ แต่หลอดเลือดดำที่ส่งเลือดกลับนั้นไม่ดี ซึ่งหากมีการเคลื่อนไหวด้วยเท้า การไหลของเลือดเส้นเลือดแดงก็จะไปไม่ได้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เนื้อตายได้ ส่วนการรักษาพระธัมมชโยขณะนี้คือการให้ยาละลายลิ่มเลือดและยกขาสูงเพียงอย่างเดียว เพราะเลยระยะเวลาของการผ่าตัดไปนานแล้ว ซึ่งเมื่อระยะเปลี่ยนวิธีการรักษาก็เปลี่ยน คือแม้จะผ่าตัดแต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้แพทยสภาส่งแพทย์มาตรวจวินิจฉัยจะทันหรือไม่ เพราะดีเอสไอระบุว่า หากพระธัมมชโยไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ค. ซึ่งเป็นวันสุดท้าย จะเข้าจับกุม ร.ท.นพ.ชูชัย กล่าวว่า ขั้นตอนทางกฎหมายนี้ ก็ให้เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายดูแล แต่ในทางการแพทย์ถือเป็นการให้ผู้ป่วยมีโอกาสรักษาในสิทธิของผู้ป่วย สิทธิความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะละเมิดมิได้ จึงอยากให้แพทย์จากส่วนกลางไปตรวจก่อนที่จะออกหมายจับ เพื่อให้ความยุติธรรม ส่วนสาเหตุที่พระธัมมชโยไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลนั้นถือว่าเป็นสิทธิของผู้ป่วย ซึ่งความจริงแล้วคณะแพทย์ผู้รักษาและศิษยานุศิษย์ อยากให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ท่านไม่ไป อาจเพราะความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่ประทับใจ ซึ่งท่านก็มีสิทธิที่จะเลือก โดยทางคณะแพทย์ผู้รักษาจึงได้จัดระบบการดูแลสุขภาพ เครื่องมือ ยาต่างๆ ที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ซึ่งถือว่าเพียงพอระดับหนึ่ง

เมื่อถามว่า เมื่อแพทยสภาส่งแพทย์เข้าไปตรวจ จะมีอุปกรณ์รองรับการตรวจวินิจฉัยหรือไม่ ร.ท.นพ.ชูชัย กล่าวว่า ที่สหคลินิกรัตนเวชถือว่ามีเครื่องมือพร้อมในระดับหนึ่ง มีเครื่องอัลตราซาวนด์ แต่ไม่มีเครื่องเอกซเรย์ แต่หากเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจก็สามารถทราบได้ เพราะดูจากขาที่บวมขึ้น สีที่เปลี่ยนไป แผลเรื้อรัง การฉีดสีเข้าเส้นเลือด ก็สามารถทราบได้ว่าเป็นโรคแบบไหนและรักษาอย่างไร

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความนั้นจริง ๆ ไม่ใช่หน้าที่ของแพทยสภา แต่เมื่อมีการร้องขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางด้านการแพทย์ ก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารแพทยสภาเพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า และส่งต่อให้ราชวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ ไม่ได้กังวลว่าจะมีการใช้ช่องว่างในการใช้เวลานานกว่าจะมีการประชุมของแพทยสภาไปเป็นข้ออ้างอื่น ๆ นั้น เพราะแพทยสภาดำเนินการตามขั้นตอน




ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น