พยาบาล รพ.สุโขทัย เผยนวัตกรรมช่วยประเมินทารกดูดนมแม่ถูกวิธี กระตุ้นน้ำนมแม่ที่ไหลน้อย ไม่ไหล ให้ไหลดี ไหลพุ่งได้ใน 24 ชั่วโมง ชี้ ใช้หลอดฉีดยาบรรจุน้ำนมต่อสายอาหารทารกไปยังหัวนมแม่ให้ทารกดูด
น.ส.เพ็ญนิภา อย่างรัตนโชติ พยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วยสูติ นรีเวชกรรม กลุ่มการพยาบาล รพ.สุโขทัย นำเสนอนวัตกรรม เรื่อง “ท่อน้ำนมเทียมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2558 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า จากการดูแลมารดาเพิ่งคลอด พบว่า สิ่งที่มีมารดามีความกังวลคือ น้ำนมไม่ไหลหรือไหลน้อย และลูกจะได้รับน้ำนมน้อย ซึ่งถือเป็นปัญหาทำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ไม่ครบเวลา และหันไปใช้นมผงแทน ทั้งนี้ จากข้อมูลของ รพ.สุโขทัย ช่วงปี 2554 - 2556 มารดาที่มีปัญหาน้ำนมไม่ไหล หรือไหลน้อยในช่วงพักฟื้นมีร้อยละ 37.6 ทำให้ล้มเลิกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร้อยละ 12 การแก้ปัญหาดังกล่าวคือต้องกระตุ้นนมแม่ให้ไหล ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้น้ำนมไหล คือ การให้ลูกดูดเร็ว ดูดบ่อย และดูดถูกวิธี จึงคิดค้นเครื่องมือในการวัดและประเมินว่าทารกดูดนมแม่ได้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากถูกต้องก็จะกระตุ้นให้แม่น้ำนมไหลเร็ว
น.ส.เพ็ญนิภา กล่าวว่า เครื่องมือดังกล่าวจะใช้หลอดฉีดยาซึ่งภายในบรรจุน้ำนมเอาไว้ ต่อกับสายอาหารขนาดเล็กสำหรับทารก ซึ่งสายอาหารอีกด้านหนึ่งจะแปะติดกับเต้านมของแม่ โดยให้ปลายสายห้อยติดอยู่ที่บริเวณหัวนม จากนั้นจึงให้ทารกดูดนมแม่ หากทารกดูดถูกวิธีน้ำนมในหลอดฉีดยาจะขยับตามแรงดูดและไหลมาตามสายอาหารเข้าสู่ปากของเด็กและดูดได้หมด โดยจะติดตามและประเมินการดูดการไหลของน้ำนม ทุก 2 ชั่วโมง ซึ่งจากการใช้วิธีดังกล่าวในปี 2557 กับกลุ่มมารดาที่น้ำนมไหลน้อยหรือไม่ไหล จำนวน 420 ราย พบว่า ก่อนออกจากโรงพยาบาลมีน้ำนมไหลดีถึงดีมาก ร้อยละ 100 ทารกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอ ขณะที่น้ำหนักตัวทารกลดลงในเกณฑ์ปกติ ที่เมื่อแรกคลอดน้ำหนักจะลดลงประมาณร้อยละ 5 - 6 ในช่วง 3 - 4 วันหลังคลอด พบว่า น้ำหนักทารก ลดลงร้อยละ 4.32 ทำให้มารดามีความกังวลลดลงจากระดับที่กังวลมากที่สุดร้อยละ 93.58 เหลือร้อยละ 0 เมื่อติดตามอัตราการล้มเลิกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากร้อยละ 12 เหลือร้อยละ 5.18
“มารดาแรกคลอดโดยปกติ มักจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่ไหล และเมื่องยิ่งกังวล ความเครียดจะส่งผลให้นมไม่ไหล วิธีดังกล่าวจะช่วยให้ทารกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอ และเป็นการช่วยกระตุ้นนมแม่อีกทาง หากมารดาไม่ได้มีภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือตกเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่น ก็จะทำให้น้ำนมกลับมาไหลได้ อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวจะใช้ในแม่ที่น้ำนมไหลระดับ 0 - 1 คือ ไม่ไหลและไหลน้อย เมื่อกระตุ้นด้วยสายอาหาร พบว่า ภายใน 24 ชั่วโมง น้ำนมก็จะเริ่มไหล อยู่ในระดับ 3 และ 4 คือ ไหลหยด และ ไหลมากจนพุ่งได้ ทั้งนี้ จะมีการวิจัยต่อเพื่อเปรียบเทียบในเรื่องของขนาดของสายน้ำนมต่อไป” น.ส.เพ็ญนิภา กล่าว
ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่



