xs
xsm
sm
md
lg

ธ.ไทยพาณิชย์ จ่าย สจล.1.5 พันล.ดูแลความเสียหาย โชว์สปิริต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ธ.ไทยพาณิชย์ ควักกระเป๋าจ่าย สจล.1.5 พันล.บาท เพื่อดูแลความเสียหาย และเป็นการแสดงความรับผิดชอบตามหลักธรรมาภิบาล ยันไม่ได้จ่ายเพื่อปิดเรื่อง หรือปิดปาก และไม่ปกป้องคนผิด ขณะที่ สจล.ตอบแทนน้ำใจเตรียมทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารต่อ เตรียมประเดิมนำค่าเสียหายที่ได้ฝาก ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเทคโนฯ ทันทีที่ได้รับประสานมา พร้อมเตรียมตั้ง กก.ตรวจสอบภายในดูย้อนหลังแต่ปี 51 ขณะที่คำสั่งเปลี่ยนการจ่ายเงินเดือนผ่าน ธ.ไทยพาณิชย์ ยังคงเดิม เบื้องต้น มีพนักงานแจ้งเปลี่ยนกว่า 200 คน แต่จากนี้ถ้าพนักงานอยากจะเปลี่ยน หรือคงบัญชี ธ.ไทยพาณิชย์ ก็ไม่ขัด
ร่วมบันทึกข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาดูแลความเสียหายระหว่าง สจล.-ธ.ไทยพาณิชย์
วันนี้ (27 ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีการแถลงข่าวระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหากรณี สจล.ถูกยักยอกเงินคงคลังไปประมาณ 1,500 ล้านบาท โดย รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมกล่าวว่า วันนี้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ และ สจล.ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาเงินคงคลัง สจล.ถูกยักยอก ซึ่งทางธนาคารไทยพาณิชย์ ให้เงินช่วยเหลือเพื่อดูแลความเสียหายแก่ สจล.ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท ตามมูลค่าความเสียหายที่ทาง สจล. ได้ประเมินไว้ ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็ได้จัดประชุมเชิญสถาบันอุดมศึกษาร และเชิญธนาคารกรุงไทย มาร่วมให้ความรู้ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าปัญหาเกิดจากความไว้วางใจ และการบริการที่ดีเกินไป ซึ่งก็ได้ย้ำให้ทุกแห่งไปตรวจสอบระบบการเงินให้ดี

ขณะที่ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การให้เงินดูแลความเสียหายแก่ สจล. ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาทในครั้งนี้ไม่ใช่จ่ายไปเพื่อเป็นการปิดเรื่อง หรือปิดปาก หรือปกป้องคนทำผิด แต่เป็นการประกันความเสียหายเพื่อให้ สจล.สบายใจ และเป็นการดำเนินการโดยยึดหลักธรรมาภิบาลซึ่งตนได้เน้นย้ำแต่ต้นว่า หากมีการตรวจสอบพบว่า มีพนักงานของธนาคารไทยพาณิชย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องธนาคารก็ยินดีรับผิดชอบความเสียหาย ซึ่ง นายทรงกลด ศรีประสงค์ เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดังนั้น ธนาคารจึงแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า และสังคม อีกทั้ง สจล.เป็นลูกค้าชั้นดีเราเห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นยืดเยื้อต่อไปจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อทั้ง 2 สถาบัน และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งในภาคเศรษฐกิจ และการศึกษาของประเทศทั้ง 2 สถาบันจึงเห็นพ้องกันให้ดำเนินการยุติเรื่องโดยเร็ว

“เงินที่นำมาดูแลความเสียหายให้แก่ สจล.ในครั้งนี้อยู่ในหมวดรายการค่าใช้จ่ายของธนาคาร ซึ่ง สจล.สามารถเบิกจ่ายได้ทันที เพราะไม่ใช่การให้กู้เพียงแต่หากในอนาคตผลปรากฏความเสียหายชัดเจน แล้วพบว่า มีส่วนต่างที่เหลือจากมูลค่า 1,500 ล้านบาทที่ สจล.ประเมินไว้ สจล.จะต้องส่งคืนเงินส่วนต่างให้แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่สำคัญการดูแลความเสียหายนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อธนาคารแน่นอน เพราะธนาคารไทยพาณิชย์มีสินทรัพย์ทั้งหมด 2.7 ล้านล้านบาท ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ได้สร้างความหวั่นไหวให้แก่ลูกค้าเราเลย ส่วนการตรวจสอบเพื่อสืบหาผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมนั้น ทางธนาคารก็มีกระบวนการตรวจสอบภายใน และมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาจุดสาเหตุที่เงินสูญหายซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ยืนยันว่าเราไม่ปกป้องใครแน่นอนซึ่งในส่วนที่เป็นคดีอาญาก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่อมีการสรุปสำนวนคดีเรียบร้อย ทางธนาคารไทยพาณิชย์จะเป็นโจทก์ฟ้องร่วมกับ สจล.ในการติดตามเงินคืนมา” ดร.วิชิต กล่าวและว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า บอสที่อยู่เบื้องหลังในคดีดังกล่าวอาจเป็นผู้บริหารของของธนาคารไทยพาณิชย์ด้วยนั้น ตนไม่ทราบและก็อยากรู้ด้วยว่า บอสที่ว่าคือใคร

ด้าน ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล.กล่าวว่า ยืนยันว่า สจล.ไม่ได้ขาดสภาพคล่องเพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินคงคลังที่เก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินซึ่งไม่ได้กระทบต่อการจัดการศึกษาในภาพรวม ซึ่งเงินที่ทางธนาคารไทยพาณิชย์ มอบให้กลับมาถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ ทาง สจล.ก็จะกลับไปทำธุรกรรมทางการเงินโดยเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ตามเดิม ซึ่งเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ ประสานนำเงินค่าเสียหาย 1,500 ล้านบาทมามอบให้ สจล.ก็จะเปิดบัญชีที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ทั้งนี้ กรณีของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ที่พบว่า มีลายเซ็นของผู้บริหารชุดปัจจุบันอนุมัติการเบิกจ่ายด้วยนั้น ทางธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้ทำการพิสูจน์แล้วว่าลายเซ็นดังกล่าวเป็นลายเซ็นปลอม ดังนั้น จึงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องการดำเนินการทางของกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในส่วน สจล.ก็จะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบภายในโดยตรวจสอบย้อนไปตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่มีลายเซ็นจะไม่เข้าไปเป็นกรรมการด้วย ส่วนบัญชีของ สจล.ที่ฝากไว้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซีสุวินทวงศ์ ที่ถูกยักยอกไปมูลค่า 50 ล้านบาทนั้น คิดว่าเมื่อธนาคารไทยพาณิชย์แสดงความรับผิดชอบออกมาเช่นนี้ ทางธนาคารกรุงศรีอยุธยาก็คงไม่นิ่งนอนใจเช่นกัน แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อมา

รศ.ดร.จำรูญ เล้าสินวัฒนา รักษาการแทนรองอธิการบดี สจล.กล่าวว่า ตั้งแต่ทำบันทึกข้อตกลงร่วมแก้ปัญหากับทางธนาคารไทยพาณิชย์ ครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ถือว่ามีความร่วมมือเป็นไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น โดยขณะนี้ได้รับเอกสารมากพอที่จะสาวไปถึงผู้กระทำที่เกี่ยวข้องภายในสถาบันแล้ว โดยเร็วๆ นี้จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งในระดับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ภายในสถาบันฯทั้งหมด ส่วนก่อนหน้าที่ สจล.มีหนังสือเวียนสอบถามความสมัครใจพนักงาน สจล. เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินเดือนผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ ไปธนาคารอื่นๆ และกำหนดวันสิ้นสุดการเปลี่ยนแปลงคำขอเปลี่ยนแปลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์นั้น ขณะนี้พบว่า มีพนักงานที่ยื่นเรื่องของเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินเดือนจากธนาคารไทยพาณิชย์ ไปธนาคารอื่นประมาณ 200 กว่าคน และหลังจากที่ สจล.ทำข้อตกลงร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว ก็จะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาคมทราบ ส่วนคำสั่งที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ก็ยังคงเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่หากยังมีพนักงานขอเปลี่ยนแปลงบัญชีเพิ่มเติมอีก หรือจะเปลี่ยนกลับมาใช้ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้ ทาง สจล.ก็ไม่ขัดข้องเพราะถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น