xs
xsm
sm
md
lg

เข้มเฝ้าระวังโรคชายแดน ยันไม่พบเชื้อรุนแรงและอีโบลา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กรมควบคุมโรคเผย ระบบเฝ้าระวังโรคแนวชายแดนเข้ม มีมาตรการกรอง 3 ชั้น ยันไม่พบการติดเชื้อโรครุนแรง รวมถึงอีโบลา ขณะที่ชาวร้อยเอ็ดเฝ้าระวังอีโบลายังสบายดี ติดตามวัดไข้อีก 15 วัน

วันนี้ (14 ส.ค.) พญ.วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคที่ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพ 1 ว่า ขณะนี้ คร.กำลังพัฒนาสมรรถนะหลักช่องทางเข้าออกประเทศ ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งขยายครอบคลุมทุกด่านแล้วทั่วประเทศ สามารถเฝ้าระวังโรคระบาดที่เป็นข้อบังคับระหว่างประเทศได้ คือโรคไข้เหลือง อหิวาตกโรค กาฬโรค รวมไปถึงโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ ได้แก่ โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อนิปาห์ โรคซาร์ส ไข้หวัดนก รวมทั้งโรคโคโรนาไวรัส และล่าสุดโรคติดเชื้ออีโบลา ทั้งนี้ ขอย้ำว่ายังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายเฝ้าระวังโรคติดเชื้อรุนแรงแม้แต่รายเดียว

ด้าน หัวหน้าด่านควบคุมโรค กล่าวว่า ด่านควบคุมโรคสามารถเฝ้าระวังโรคติดเชื้อได้ทุกโรค ส่วนโรคติดเชื้อรุนแรงจะสามารถคัดกรองได้เบื้องต้น โดยมีแบบสอบถามหากพบว่า มีอาการเข้าข่ายก็จะนำตัวเข้าห้องแยกเพื่อสัมภาษณ์ ถ้ามีประวัติและอาการเข้าข่ายน่าสงสัยก็จะส่งตรวจที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ผ่านมามีผู้เดินทางข้ามแดนจากลาวมาไทยวันละประมาณ 4,000 คนต่อวัน สำหรับกลุ่ม 45 ประเทศที่เฝ้าระวังโรคไข้เหลือง อาทิ อเมริกาเหนือ บราซิล และไนจีเรีย พบประมาณ 10 คนต่อเดือน แต่ไม่พบโรค ส่วนการเฝ้าระวังโรคติดเชื้ออีโบลาได้มีการคัดกรองเช่นกัน ซึ่งพบว่ามีคนไนจีเรียที่แต่งงานกับคนลาวเดินทางเข้าออกประเทศไทย แต่จากการติดตามไม่มีการเดินทางกลับไปที่ประเทศไนจีเรีย จึงไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องเฝ้าระวัง

“ที่ด่านควบคุมโรคมีมาตรการในการเฝ้าระวังควบคุมโรค โดยแบ่งออกเป็นการเฝ้าระวังในสถานการณ์ปกติและเฝ้าระวังในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยในส่วนของสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีขั้นตอนในการคัดกรองผู้เข้าข่ายต้องสงสัย โดยการสัมภาษณ์ประวัติการเดินทางและการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้น หากพบว่าเข่าข่ายต้องสงสัยจะมีการประสานโรงพยาบาลในเครือข่ายอย่างหนองคายเพื่อส่งต่อดูแลต่อไป” นายสมจิตร กล่าว

พญ.ศศิธร ตั้งสวัสดิ์ ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 6 กล่าวว่า สำหรับชาว จ.ร้อยเอ็ด ที่มีประวัติเดินทางไปยังประเทศไนจีเรียนั้น ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ส.ค. จึงยังอยู่ในระยะเฝ้าระวังการฟักตัวของโรค 21 วัน จึงเข้าสู่ระบบการติดตามของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงติดตามตรวจอาการและวัดไข้ทุกวัน ขณะนี้พบว่ายังสบายดี ไม่มีอาการป่วย และยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่องอีก 15 วัน หากครบแล้วยังไม่มีอาการป่วยก็ถือว่าไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว ทั้งนี้ การเฝ้าระวังลักษณะนี้ถือเป็นตะแกรงชั้นที่ 3 ในการกรองโรคคือ กรองโดยชุมชนหลังจากผ่านการกรองจากด่านควบคุมโรคและโรงพยาบาล
 

ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่




กำลังโหลดความคิดเห็น