ทนายความ เผย “ภูมิธรรม-ทวี” ไม่ขาดคุณสมบัติลงเลือกตั้งต่อได้ ชี้ DSI เดินหน้าส่วนคดีฮั้ว สว.ต่อตามหน้าที่-กฎหมาย ย้ำ คำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร
วันนี้ (21 ม.ค.) นายวัฒนา เตียงกูล ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังคำวินิจฉัยในคดีแทรกแซงฮั้วเลือก สว.ว่า ศาลยกคำร้อง ผู้ถูกร้องทั้งสองไม่ได้กระทำการเข้าข่ายฝ่าฝืนคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5) ไม่ได้มีพฤติกรรมตามคำร้อง ไม่มีผลต่อสถานะทางการเมือง
เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้ว่ามาถูกทางแล้วหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า พยายามชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและเหตุผลทางกฎหมาย นายภูมิธรรม ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ไม่มีการก้าวก่ายแทรกแซงกรมสอบสวนคดีพิเศษแต่อย่างใด และในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญจบในประเด็นนี้ไปแล้ว คำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร องค์กรที่เกี่ยวข้องคงต้องนำไปพิจารณาต่อ
ส่วนคำวินิจฉัยจะเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษในการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ต่อไปอย่างไร นายวัฒนา กล่าวว่า เป็นเรื่องรายละเอียดต้องดูในประเด็นปลีกย่อย แต่ประเด็นตามคำร้องกล่าวหาว่าไม่มีอำนาจศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการดำเนินการโดยชอบ ท่านทำตามหน้าที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรผิดปกติในการดำเนินการ ก็คงต้องทำหน้าที่ต่อไป เพราะเรื่องนี้ก็ต้องผ่านการตรวจสอบ สอบสวนคดีพิเศษมีมติอย่างไรก็ต้องผ่านชั้นอัยการเพื่อพิจารณา มีกระบวนการที่กลุ่มผู้เสียหายและ สว.ต้องไปต่อสู้ในกระบวนการ ซึ่งกรณีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องรายงาน กกต.ด้วยว่า มีการดำเนินการไปถึงไหน กกต.บอกว่าจะนำเรื่องไปสอบสวนเอง เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย
เมื่อถามว่า เมื่อมีคำวินิจฉัยเช่นนี้จะทำให้การทำหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความชอบธรรมมากขึ้นหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ในเวลานี้การสอบสวนในคดีพิเศษก็สามารถทำไปได้ต่อ


