“ยศชนัน” ขึ้นเวทีปราศรัยท่าน้ำนน บอก เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนนนทบุรี ขอเลือกเพื่อไทยยก 8 เขต - ช่วยเข้าไปเป็นนายกฯ ในสภา เตรียมเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย 23 ม.ค. จัดการน้ำทั้งระบบ ประกาศล้างบางยาเสพติดภายใน 6 เดือน ใช้การทูตเป็นตัวนำ
วันนี้ (19ม.ค.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัย ณ ท่าน้ำนนทบุรี เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. นนทบุรี หาเสียง ได้แก่ นายวิรัตน์ เกียรติสันติกุล ผู้สมัคร สส. จังหวัดนนทบุรี เขต 1 เบอร์ 4, นายภาณุพงศ์ ทรงวัชราภรณ์ ผู้สมัครสส. จังหวัดนนทบุรี เขต 2 เบอร์ 5, นางสาวดาราวรรณ อัจฉริยะประสิทธิ์ ผู้สมัครสส. จังหวัดนนทบุรี เขต 3 เบอร์ 2, นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ผู้สมัครสส. จังหวัดนนทบุรี เขต 4 เบอร์ 5, นายวัชยธนันท์ อัศวนิโครธร ผู้สมัครสส. จังหวัดนนทบุรี เขต 5 เบอร์ 7, นายประถมการ อ่วมอ่อง ผู้สมัครสส. จังหวัดนนทบุรี เขต 6 เบอร์ 5, นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ จังหวัดนนทบุรี เขต 7 เบอร์ 3, นายจำลอง ขำสา ผู้สมัคร สส. จังหวัดนนทบุรี เขต 8 เบอร์ 2
นายยศชนัน กล่าวปราศรัยว่า ขอให้วันนี้นนทบุรี เป็นเพื่อไทยทั้ง 8 เขต แต่อย่าประมาท พร้อมขอเสียงประชาชนว่า ขอเหมาได้หรือไม่ วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ของนนทบุรี และเป็นวันประวัติศาสตร์สำหรับตนเอง ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่ ป.4 - ป. 6 ชั่วชีวิตของตนเอง สิ่งที่มีบุญคุณสูงสุขก็คือโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี สร้างยศชนันขึ้นมาวันนี้ สร้างคนนี้ขึ้นมา เพื่อกลับมาดูแลพี่น้องนนทบุรี ตนเองกลับมาแล้ว ลูกหลานนนทบุรีกลับมาเยี่ยมแล้ว ทุกคนวันนี้มาที่นี่
นายยศชนัน กล่าวว่า นอกจากจะเลือกเพื่อไทยทั้ง 8 เขตแล้ว วันนี้เลือกยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี เลือดเนื้อเชื้อไขของชาวนนทบุรีได้หรือไม่ จากนั้นตนเองก็ย้ายไปที่บางบัวทอง ก็ยังอยู่ที่นนทบุรี วันนี้ไม่ต้องพูดแล้วว่าตนเองจริงใจกับคนนนทบุรีแค่ไหน เมื่อก่อนก็เดินอยู่แถวนี้ วันนี้กลับมาแล้ว พร้อมที่จะเปลี่ยนนนทบุรี เพื่อไทยทำได้
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ขอทวนความทรงจำว่า 8 กุมภาพันธ์ เป็นมากกว่าวันเลือกตั้ง เป็นวันที่จะเดิมพันความหวัง ความฝันของชาวนนทบุรี เราไม่มีเวลามาก ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตนเองจะเปลี่ยนความหวัง ความฝันของพี่น้องด้วยสองมือของพวกเรา ด้วยเลือดเนื้อเชื้อไขนนทบุรี เพื่อไทยทำได้ นนทบุรีต้องเปลี่ยนแปลง และตนเองอาสานำทัพเปลี่ยนแปลงความหวังความฝันของคนนนทบุรีให้เป็นจริงทันที
นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรค ว่า สิ่งแรกที่จำเป็นต้องทำ คือ การแก้หนี้ ปลดหนี้ทั้งระบบ แก้หนี้ผู้สูงอายุ หวยเกษียณ หลังจากนั้น คือเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราคือพรรคที่มองเห็นเรื่องนี้ หากมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท เราเป็นพรรคการเมืองที่หาเงินเป็นจะขอแบ่งเงินดูแลคนไทยส่วนหนึ่งได้หรือไม่ โดยเติมเงินให้คนที่มีรายได้ต่อเดือนไม่ถึง 3,000 บาท หน้าที่ของรัฐบาลต้องเข้าไปดูแล ทั้งการดูแลคนป่วย ใครจะทำไมไม่รู้แต่ ยศชนัน จะเข้าไปทำเอง 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องไร้จน
นายยศชนัน ย้ำนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% เพื่อไทยเข้าใจ และพร้อมทำทันที เรื่องน้ำ หลายครั้งที่เราเรื่องการเกษตร เรามีผู้วางแผนน้ำให้กับเรา พี่น้องชาวบางกรวยมีปัญหา ตนเองจะทำพนังกั้นน้ำ หรือประตูระบายน้ำได้หรือไม่ และพร้อมทำทันที ดูแลโครงการต่อเนื่อง นนทบุรีต้องไม่ท่วมไม่แล้ง เราไม่ได้พูดมาเล่น ๆ พร้อมฝากประชาชนติดตามวันศุกร์นี้ ที่ลานพารากอน ที่ประกาศนโยบายใหม่ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน คือการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่เนื้อ ลงใต้
นายยษชนัน กล่าวว่า นนทบุรีไม่ได้มีดีแค่เรื่องเกษตร ยังมีวัฒนธรรม โบราณสถาน วัดริมแม่น้ำ สิ่งนี้สามารถเป็นสิ่งที่เรื่องราวให้คนทั่วโลก บอกว่านนทบุรีคือหนึ่งจุดหมายที่ในชีวิตต้องกลับมาเยือนให้ได้ จะเติมเงินให้นนทบุรีด้วยการท่องเที่ยว
อีกทั้ง ต้องลดอำนาจรัฐ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คนที่ทำงานให้บ้านเมืองให้ท้องถิ่นรู้ดีว่าบริหารจัดการได้ดีกว่าภาครัฐ เราทำตั้งแต่กองทุนหมู่บ้าน จนถึงกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน SME และครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะทำต่อ เพิ่มงบให้ท้องถิ่น รัฐบาลจำเป็นต้องช่วยเหลือคือสิ่งที่ต้องทำก็พอแล้ว พรรคเพื่อไทยเข้าใจพี่น้องประชาชน พร้อมย้ำนโยบาย ลดรายจ่าย เพิ่มฟีดเดอร์ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สานต่อบ้านเพื่อคนไทย บ้านเพื่อคนนนฯ รัฐจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% พร้อมย้ำว่า สแกมเมอร์ ไม่หมดไม่เลิก ถ้ามียศชนัน ไม่มีสแกมเมอร์
ทั้งนี้ ภายใน 3 เดือน เราจะเอาคนติดยาออกไปให้หมด นำไปบำบัด และไม่เกิน 6 เดือน จะทลายรังยาเสพติดทั้งระบบ ไม่ว่าไปประเทศไหน เราก็จะตามไปทำลายที่ประเทศนั้นด้วย ซึ่งต้องใช้การทูตเป็นตัวนำ รัฐบาลต้องทางที่เข้ามาได้การทำความเข้าใจกับประเทศต่าง ๆ เราต้องทำนโยบายทางการทูตที่เราจะทำ
นายยศชนัน เน้นย้ำนโยบายเรื่องความเหลื่อมล้ำ การสานต่อโครงการ 30 บาท AI ทุนการศึกษา ODOS ทำโรงเรียนในพื้นที่ให้ดีที่สุด เราไม่สามารถทำได้ ถ้าไม่มี สส. ทั้ง 8 คน เข้าไปอยู่กับตนเองในสภา


