“อนุทิน” ร่วมแถลงผลปฏิบัติการปราบเครือข่ายยาเสพติด ชม สตช. กองทัพ มท. ยธ. บูรณาการขยายผลไม่เลือกปฏิบัติ 4 เดือน เกิดเป็นรูปธรรม ยึดของกลางมหาศาล บอกผู้ปฏิบัติทุ่มเทต้องการกำลังใจอย่าด้อยค่ามองซูเอี๊ย เชื่อ จนท.ไม่มีใครร่วม ยันรัฐหนุนทุกภารกิจปราบการทำผิด กม.ทุกชนิด
วันนี้ (19 ม.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ห้วง 1 ตุลาคม 68 - 18 มกราคม 69) ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ ว่า นับจากการแถลงข่าวที่ผ่านมาวันนี้ขอเรียนให้ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ติดตามขยายผลและเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ตนต้องถือโอกาสนี้ ขอบคุณผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและพี่น้องข้าราชการ ตำรวจทุกท่านตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายปกครอง กระทรวงยุติธรรม จนปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนดังที่ปรากฏจากการรายงานผลสรุปมานี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากผลการปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันวันที่ 18 มกราคม 2569 เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมคดีสำคัญได้มากถึง 89,000 กว่าคดีเครือข่ายจับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 88,421 ราย พร้อมตรวจยึดของการยาเสพติดได้จำนวนมหาศาล มากกว่าสามารถจับยาบ้าได้มากกว่า 330 ล้านเม็ด ราคาเฉลี่ยต่อเมตร 30 บาท แล้วยังมียาไอซ์เกือบ 10,000 ล้านบาทและยังมียาไอซ์อีก 1,100 กิโลกรัม ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เป็นของเครือข่ายยาเสพติดไว้ตรวจสอบคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,396 ล้านบาท ผลการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความทุ่มเทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมถึงหน่วยงานที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำงานบูรณาการต่อสู้ยาเสพติดและผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องไม่เลือกปฏิบัติ
“รัฐบาลขอยืนยันหนักแน่นว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ทั้งในด้านนโยบายกำลังและทรัพยากรรวมถึงการปกป้องคุ้มครองและดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมและกล้าหาญ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมาได้อนุมัติตามคำขอของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้งบประมาณในส่วนของงบตามของสำนักนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ เอกซเรย์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซื้อรถเอกซเรย์จำนวน 3 คัน ให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ซึ่งเรายินดีทำทุกอย่างที่จะทำให้กระบวนการค้าการขนส่งยาเสพติดเกิดอุปสรรคมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดต้องใช้ความทุ่มเทและอดทนเป็นอย่างมาก บางทีจุดเริ่มอยู่ที่จังหวัดเชียงรายเหนือสุดของประเทศ แต่ไปจับกุมได้ถึงนครศรีธรรมราช ซึ่งตนถามตรงๆ ว่า ทำไมไม่จับระหว่างทางได้รับคำชี้แจงว่าทุกอย่างจะต้องมีจังหวะและความพร้อมตรงนี้ คือ ความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่รับผิดชอบโดยตรง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทางกองทัพ กระทรวงยุติธรรมกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ใช่เฉพาะกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด แต่ยังมีกองบัญชาการสอบสวนกลาง กองกับการตำรวจตระเวนชายแดนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งคนจะถามว่าทำไมไม่หมดเสียที เพราะเราไม่ใช่คนผลิต ถ้าผลิตในประเทศไทยรับรองว่าป่านนี้ไม่เหลือแล้ว ตอก็ไม่ให้เหลือ แต่โรงงานผลิต แหล่งผลิตคนสั่งนายทุน เราไม่สามารถที่จะข้ามไปดำเนินการใดๆ ได้ แต่ถ้าเข้ามาในประเทศไทยเราพยายามที่จะสกัดการในทุกวิถีทาง เพราะผู้ค้ามีการดัดแปลงเปลี่ยนเส้นทาง ปรับแผนตลอดเวลา แต่ความสามารถของคนเหล่านั้นไม่เกินประสิทธิภาพหรือศักยภาพของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเรา ทั้งการเปลี่ยนเส้นทาง การดัดแปลงยวดยานพาหนะและเครื่องมือต่างๆ ล่าสุด ผู้ค้ายาเสพติด ปรับมาเย็บผ้าด้วยตัวเอง ซ่อนยาเสพติดเข้าไปในพรม เขาต้องพยายามมาก เพราะเราปราบ เมื่อรู้วิธีการก็ไปปราบเขาก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ฉะนั้น ก็จะยากขึ้น และมั่นใจว่า วันหนึ่งคนก็ต้องคิดไปทำอย่างอื่นดีกว่าการเข้าถึงยาก ราคาก็เพิ่มมากขึ้นเข้ามาเท่าไหร่ก็โดนจับหมดพอโดนจับก็ต้องเพิ่มผลการผลิต เพิ่มปริมาณการผลิตแต่ยิ่งเพิ่มปริมาณการผลิตก็ยิ่งถูกจับมากขึ้นเท่านั้น
“นี่คือ สิ่งที่อยากให้สื่อมวลชน นำไปสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจ เพราะผู้ปฏิบัติงานทั้งหลายทำงานอย่างทุ่มเทต้องการขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานกรุณา อย่าไปด้อยค่าพวกเขาหรือบอกว่ามีการซูเอี๊ยกัน มีการปิดตาข้างเดียวสนับสนุนให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าในยุคปัจจุบันนี้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้มองในเรื่องของผลประโยชน์จากการมีส่วนร่วมสนับสนุนให้เกิดการค้ายาเสพติด และไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้ต่อให้ได้ผลประโยชน์มากขนาดไหนเชื่อมั่นว่าพวกเราไม่มีความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในนั้น เพราะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติฉะนั้นต้องฝากผู้สื่อข่าว สื่อมวลชนชี้แจงให้ทราบทั่วกัน รวมถึงเรื่องของสแกมเมอร์ ต่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ปราบปรามมาตลอดขอให้ความมั่นใจว่าเราไม่ได้ชะลอหรือหยุดการดำเนินการใดๆ สนองนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างดี ขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่ทุ่มเทอย่างไม่เห็นแก่ เหน็ดเหนื่อยและอันตราย และยืนยันว่า อย่างไรเสียรัฐบาลจะให้การสนับสนุน ภารกิจของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการปราบปรามยาเสพติดและการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างเต็มที่ในยุคนี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว


