xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ตรวจฯ ถก ก.ดิจิทัลฯ ปิดช่องโหว่ซิม-คอลเซ็นเตอร์ เว็บผิด กม. ดันกองทุนเยียวยา จี้คุ้มครอง ปชช.โลกดิจิทัล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ตรวจฯ ถก ก.ดิจิทัลฯ เร่งปิดช่องโหว่ซิม- คอลเซ็นเตอร์ เว็บผิด กม. บล็อกเบอร์คอลเซ็นเตอร์ พร้อมดันกองทุนเยียวยา ย้ำ รัฐต้องร่วมกันคุ้มครองประชาชนในโลกดิจิทัล หลังคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพุ่งกว่า 642,000 คดี

วันนี้ (19 ม.ค.) นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินจัดการประชุมหารือร่วมกับ นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพงศธร วรรณสุคนธ์ รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลและการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบบูรณาการ โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของมาตรการสำคัญ อาทิ ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 แพลตฟอร์ม DE-fence การใช้เทคโนโลยี AI ปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และระบบเฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้เสนอแนวทางร่วมกันโดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างใน 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของการรั่วไหลของข้อมูลและการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยประสานงานในการระบุแหล่งที่มีความเสี่ยงที่อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล และให้มีแนวทางและแผนงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฉพาะสำหรับแหล่งที่เป็นข่าวความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนบุคคลจะรั่วไหล

2. การแก้ไขปัญหาภัยคุกคามไซเบอร์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และการบูรณาการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ 3. การกระชับการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ และการเชื่อมโยงข้อมูลและเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ให้เชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น 4. การ Monitor และการตรวจสอบโฆษณาทั่วไปและโฆษณาแบบ Pop Up ที่อาจเป็นแหล่งเสี่ยงดังกล่าว 5. ขอให้เร่งดำเนินการให้สามารถบล็อคเบอร์โทรศัพท์ SMS ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ได้ ทั้งระบบ Android และระบบ iOS 6. เสนอแนะให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเป็นไปได้ในการมีมาตรการหรือกองทุนเยียวยาผู้เสียหายในเบื้องต้น และ 7. มาตรการอื่น ๆเช่น เร่งรัดและติดตามให้มีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดให้ผู้ซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ 5 ซิมขึ้นไปต้องแสดงตน โดยไม่ว่าจะเป็นซิมจากบริษัทผู้ให้บริการใดก็ตาม รวมกันแล้วไม่เกิน 5 ซิม

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังกล่าวได้ว่า ยังได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อเสริมความเข้มแข็งในการคุ้มครองประชาชน เช่น การติดตามและประเมินผลมาตรการจำกัดจำนวนซิมการ์ดอย่างชัดเจน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของประชาชนจากการถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์หลอกลวง การพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานแบบเรียลไทม์ การป้องกันการนำบัญชีนิติบุคคลร้างไปใช้เป็นบัญชีม้า กรณีข้อมูลส่วนบุคคล ควรจัดกลุ่มแหล่งข้อมูลที่มีความเสี่ยงสูง และมีมาตรการเฉพาะเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลได้ ควรมีแพลตฟอร์มคัดกรองหมายเลขโทรศัพท์ของเอกชนยังมีช่องว่างในการระบุหมายเลขที่ปิดบริการแล้วถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนแนวคิดการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ผู้ที่มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายร่วมรับผิดชอบ

“จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างปี 2565-2567 พบคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากกว่า 642,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 71,600 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเฉพาะราย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยการแก้ไขอย่างบูรณาการและต่อเนื่องและไม่ใช่ปัญหาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของรัฐในการคุ้มครองประชาชน ผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำหน้าที่เป็นกลไกกลาง ตรวจสอบ และผลักดันให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม”

นายทรงศัก กล่าวด้วยว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ไปประกอบการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานของรัฐปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและสร้างระบบการคุ้มครองประชาชนจากภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ การขับเคลื่อนของผู้ตรวจการแผ่นดินในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกในการเป็นที่พึ่งของประชาชน ตรวจสอบการทำงานของรัฐอย่างสร้างสรรค์ และผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิในโลกดิจิทัลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม


กำลังโหลดความคิดเห็น