xs
xsm
sm
md
lg

“ส้ม” เครดิตเหี้ยน เทา-ดำเต็มบ้าน เอาไงต่อ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
เมืองไทย 360 องศา

ต้องบอกว่าพูดไม่ออก บอกไม่ถูก สำหรับ “พรรคส้ม” หรือพรรคประชาชนเวลานี้ เพราะเครดิตที่คิดว่าตัวเองพยายามสร้างให้เห็นภาพ กลับต้องพังทลายลงไปอีก ชนิดที่เรียกว่า “กู่ไม่กลับ” มีแต่คนเยาะเย้ย ถากถางดังลั่นทั่วตลาด หลังจากที่ เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาตำรวจไซเบอร์ หรือ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก บก.สอท.3 และ บก.สอท.4 ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค. 69 จำนวนหนึ่งราย คือ นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/22 หมู่บ้านนวลจันทร์ ถ.นวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. ตามข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน”

สำหรับพฤติการณ์ คือ บช.สอท. ได้มอบหมายให้ บก.สอท.3 และ บก.สอท. 4 ทำการสืบสวนเว็บพนันออนไลน์ ชื่อเว็บ nakarin789.com จึงได้ทำการสืบสวน ทดลองเล่นฯ จนได้บัญชีที่ผูกหน้าเว็บฯ และบัญชีจ่าย เป็นบัญชีจากหลายธนาคาร ชื่อนายสมโภชน์ แก้วประสิทธิ์ (จับกุมแล้ว) จึงได้ขยายผลเส้นทางการเงิน จบพบเครือข่าย อีกหลายบัญชี ชื่อบัญชี น.ส.กาญจนา นามฮง (จับกุมแล้ว) และมีการโอนไปยังบัญชี ผู้รับประโยชน์ ชื่อบัญชี นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ (ผู้ต้องหาในคดีนี้)
ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เสนอขออนุมัติศาล ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวม 6 คน สามารถจับกุมได้แล้ว จำนวน 4 คน (รวมผู้ต้องหาในคดีนี้) เหลืออีก 2 คน (เป็นผู้ว่าจ้างเปิดบัญชี ทั้งสองคน) อยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุม

ทั้งนี้ นายรัชต์พงศ์ เป็นอดีต สส.พรรคประชาชน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 จนถึงยุบสภา ปัจจุบัน สมัครรับเลือกตั้ง สส.พรรคประชาชน ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดย ก่อนเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ นายรัชต์พงศ์ เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นในอำเภอแม่สอด เคยประกอบธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมหลายด้าน ก่อนที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นายรัชต์พงศ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 2 จังหวัดตาก ในนามพรรคก้าวไกล และสามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ เหนือผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และภูมิใจไทย

นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ และโฆษกกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎรด้วย

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ระบุว่า ทราบเรื่องจากทนายของ นายรัชต์พงศ์ เมื่อวานนี้ ขอยืนยันว่า พรรคประชาชนมีนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ว่าเราไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ ทุนเทา หรือเรื่องสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ หากบุคลากรของพรรคไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ที่มีพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ พวกเราจะไม่ปกป้อง ไม่ปกปิดการกระทำอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตนเองตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ

ที่ผ่านมา คณะกรรมการวินัย หรือคณะกรรมการบริหารของพรรค ได้ดำเนินการตวรจสอบ สส. หรือนักการเมืองของพรรคทุกคน ที่มีส่วนพัวพันหรือได้รับเรื่องร้องเรียนมา โดยไม่ละเว้นผู้ใด และหากพบการกระทำผิด ก็มีบทลงโทษอย่างได้สัดส่วน นี่เป็นหลักการปฏิบัติที่เรายึดถือมาตลอด ดังที่ปรากฏมาก่อนหน้านี้ ดังเช่น กรณีในอดีตของพรรคก้าวไกล ที่เคยตรวจสอบและเพิกถอนความเป็นสมาชิกพรรคของอดีต สส. ที่ถูกร้องเรียนว่า ล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศ

พรรคประชาชนจะยึดมั่นในหลักการที่พวกเราไม่ยอมทนต่อการทุจริตคอร์รัปชัน การก่ออาชญากรรม หรือการกระทำความผิดร้ายแรงอื่นๆ อย่างเช่นในเรื่องของความมั่นคง

พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่จะดำเนินการต่อกรณีอื่นๆในอนาคต จะทำการกวาดล้างนักการเมืองที่มีอิทธิพลในเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ ทุนเทา หรือสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บพนันออนไลน์ ทั้งหมดอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่หวังผลทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งเท่านั้น

แน่นอนว่า การแถลงของหัวหน้าพรรคประชาชนไม่ว่าจะแข็งขันแค่ไหน ก็ถือว่า “ไร้ความหมาย” ในความรู้สึกของชาวบ้าน การที่บอกว่า“ไม่ปกป้อง” นั้น มันก็แหงอยู่แล้ว จะไปทำอย่างไรได้ เพราะถูกหมายจับ ถูกควบคุมตัวไปส่งศาลแบบนี้ เพราะสิ่งที่เขาแถลงออกมานั้น ไม่ต่างจากการ “แถ” หรือ “แก้เกี้ยว”เท่านั้น

อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะไปไกลมากกว่านั้น ต้องฟังข้อมูลเพิ่มเติมจาก พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรคประชาชน สามีน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัครสส.กทม. เขต 11 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อีก 2 หมาย รอรับแรงกระแทก ถ้ารู้ว่าทำผิด ทำให้พรรคเสียหาย แสดงความรับผิดชอบก่อนได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอให้ออกหมายจับ”

ความหมายก็คือ ยังมีอีก “สองหมายจับ” สำหรับคนในพรรคนี้ ที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับ และเข้าจับกุมตัว ซึ่งเชื่อว่า เป็นความผิดทำนองเดียวกัน ไม่เว็บพนัน ก็ต้องเป็นขบวนการฟออกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเปล่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าตกใจเพิ่มขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้บุกจับกุมผู้สมัครสส. ของพรรคประชาชน หากรวมครั้งนี้เกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้งแล้ว โดยในช่วงก่อนหน้านี้ คือ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ หรือ “แบงค์” ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 ที่ถูกตำรวจจับ เมื่อ 29 ธ.ค. 68 กล่าวหาว่า พัวพันคดีฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด และล่าสุด คือ กรณีนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งทั้งคู่ไม่ใช่สมาชิกใหม่ แต่อยู่กับพรรคมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง ปี 2566 ยุคพรรคก้าวไกลแล้ว โดยนายบุญฤทธิ์ เคยเป็นผู้ช่วย สส.กทม. เขต 33 มาก่อน ขณะที่นายรัชต์พงศ์ เคยเป็น สส.ตาก เขต 2 พรรคก้าวไกล มาแล้วด้วย

ข่าวแบบนี้ แน่นอนว่าสำหรับพรรคประชาชนแล้ว ถือว่ามีผลกระทบกับ “เครดิต” อย่างรุนแรง แม้เชื่อว่าบรรดา “ด้อมส้ม” ทั้งหลายได้ตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร หัวเด็ดตีนขาด ก็ต้อง“เลือกส้ม” อยากให้พรรคนี้มาเป็นรัฐบาลเข้ามาเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ตามที่ “ผู้นำพรรค” ออกมาชี้นำ หรือออกมายืนยันให้เชื่อมั่นก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี คำว่า “มีเรา ไม่มีเทา” คงใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะเมื่อเกิดเรื่อง“ซ้ำๆ” ติดๆ กัน แบบนี้ถือว่า “เคสดำ” กันเลย มันถึงกับไปไม่เป็น และต้องถูกเยาะเย้ยจากคนรอบข้าง จนบางครั้งอาจไม่กล้าสบตาใครกันเลย ยิ่งเจอความจริงที่ถูกตำรวจจับกุมผู้สมัคร ส.ส.สองรายซ้อน และยังมีข้อมูลอีกว่า “มีสองหมาย” รอถูกสอย เพิ่มเติมอีก แบบนี้มันก็ไม่ไหว เหมือนกับเวลานี้ หากไปส่องในโชเชียล ล้วนออกมาโทนเดียวกันแบบว่า “แค่ตรวจสอบในพรรคกันเองยังทำไม่ได้ แล้วยังมีหน้าไปตรวจสอบคนอื่น” หรือ ไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น

และการที่มักอ้างว่า “เข้าไม่ถึงข้อมูลการตรวจสอบ” โดยโยนว่า ถูกปิดกั้นข้อมูลจากภาครัฐนั้น อาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องใกล้ตัวแบบนี้ ทำไมถึงปล่อยเอาไว้นานจนไม่รู้สึกเอะใจอะไรเลยมาตั้งนาน เพราะบางคนเป็น ส.ส. เคยถูกร้องเรียน แต่ก็ไม่เคยสำเนียกมาก่อน

เอาเป็นว่า นาทีนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันแล้วสำหรับ “พรรคส้ม” หรือพรรคประชาชน เพราะมีแต่เรื่องอื้อฉาว และยังสะท้อนกลไกการบริหารภายในที่เป็น “ระดับชาติไม่ได้” เพราะสิ่งที่พยายามที่จะบอกว่า “ไม่เอาเทา” หรือไม่ให้มีเทา แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีแต่เรื่องน่ารังเกียจหลายเรื่อง ตั้งแต่อดีตแกนนำพรรคที่มีเรื่องอื้อฉาว “รุกป่า” ติดสินบน มาจนถึง “เคสดำ” พฤติกรรมซ้ำๆ แบบนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน คำถามก็คือ แล้วจะเอาไงต่อทีนี้ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น