xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ เปิดประชุม GPO PHARMACEUTICAL SUMMIT 2026 ประกาศดันไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงอาหารและยาโลก มุ่งเป็นคู่ค้าไม่ใช่ผู้ขาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกรัฐมนตรี​ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ GPO PHARMACEUTICAL SUMMIT 2026​​ ย้ำความพร้อมไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงอาหาร​และยา​ มุ่งเป็นคู่ค้า ไม่ใช่ผู้ขายในเวทีโลก​ ปลื้มความสัมพันธ์​กับสาธารณสุข​ 4 ปี ไม่เสื่อมคลาย​

วันนี้ (15 ม.ค.) ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.30 น. นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ ​นายก​รัฐมนตรี ​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ GPO PHARMACEUTICAL SUMMIT 2026 ณ ห้องประชุมทรู ไอคอน ฮอลล์ (1-2) ชั้น 7

นายอนุทิน​ กล่าวมอบนโยบายว่า​ การครบ​ 60 ปีขององค์กรเภสัชกรรม​ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทอันทรงคุณค่าในฐานะองค์กรระดับประเทศ เสริมสร้างความมั่นคงด้านยา​ ให้กับประชาชนชาวไทยและประเทศไทย​ มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จริงๆ ถ้าตนมางานของสาธารณสุข​ จะไม่ค่อยอ่านเพราะอยู่กันมาตั้ง 4 ปี ค่อนข้างที่จะเป็นพี่เป็น น้องเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่วันนี้ถูกผอ.องค์การ​เภสัช​บังคับให้อ่าน เพราะต้องมีคำแปล​ พร้อมระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับกระทรวงสาธารณสุขที่ยังไม่ได้เสื่อมคลาย​ไปไหน​ ตนรู้สึกมีความยินดีที่ได้ทำงานกับกระทรวงสาธารณสุขมาในรัฐบาลที่ผ่านมา มาเป็นระยะเวลาครบ 4 ปี และถ้าไม่ใช่ ผอ. ท่านนี้ตนก็คงไม่ได้มีโอกาสมาในวันนี้


นายก​รัฐมนตรี​ กล่าวว่า​ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา องค์การเภสัชกรรมได้พิสูจน์ให้เห็นภาพความมั่นคงทางยา​ คือ ความมั่นคงทางสุขภาพ​ ไม่ว่าประเทศไทยของเราจะเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด​ หรือภัยคุกคามทางสุขภาพในรูปแบบใดก็ตาม องค์การเภสัชกรรม ก็คือ องค์ที่ประชาชนคนไทยสามารถพึ่งพา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพวกเขาว่าประเทศไทยของเรา มีระบบการสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ที่มีคุณภาพและมีปริมาณที่เพียงพอ​ ในราคาที่จะเข้าถึงได้ แต่จริงๆแล้วถ้ามีเหตุการณ์ที่เป็นวิกฤตการณ์ แต่ระบบสุขภาพระบบสาธารณสุขของประเทศองค์การเภสัชกรรม​ กระทรวงสาธารณสุข​ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคำว่าราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ​ แต่สิ่งที่สำคัญคือเมื่อมีวิกฤตการณ์ในระบบสาธารณสุข โรคระบาดระดับโลก ประชาชนคนไทยทุกคนแม้กระทั่งผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้รับการดูแลรักษา เป็นอย่างดีไม่ว่าคนคนนั้นจะมีเงินหรือไม่ก็ตาม ซึ่งคนที่ผ่านสถานการณ์โควิดรับทราบดีไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐี​ หรือชาวบ้านทั่วไป​ ก็ได้รับการดูแล จากระบบการสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมไม่มีความแตกต่างกัน​ และประเทศไทยมีขีดความสามารถในการผลิตยาที่มีขีดความสามารถ ดังนั้น สิ่งที่เรายึดมั่นและได้ทำมาแล้ว และจะต้องทำอยู่ตลอดคือการรักษามาตรฐาน การให้บริการประชาชน ในการสาธารณสุข

นายกรัฐมนตรี​ กล่าวด้วยว่า​ ความท้าทายสำคัญในวันนี้​ คือ การปรับโครงสร้างพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมยาของประเทศไทย ให้มีความเข้มแข็งและยืดหยุ่น พร้อมกับการรับมือกับวิกฤตสุขภาพในอนาคต ไม่มีประสิทธิภาพสูงสุดการขับเคลื่อนเป้าหมายนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในลักษณะการบูรณาการการทำงานร่วมกัน หากเรียกตามยุคสมัยคือทีมไทยแลนด์​ ในด้านเภสัชกรรม​ กระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนแพทย์​ ภาคเอกชนมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พี่จะต้องทำงานอย่างมีเอกภาพและมีทิศทางเดียวกัน


นายก​รัฐมนตรี​ กล่าวย้ำถึง​การประชุมในวันนี้ จะเป็นการประกาศความพร้อมที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางด้านยา เราเป็นประเทศที่จะต้องยืนอยู่บนเวทีโลก ทุกวันนี้จะไปขายของในต่างประเทศ ถ้าเราไปขายบอกราคาสินค้าต่างๆ ก็จะเจอคู่แข่งมากมาย ตนดีใจที่องค์การเภสัชกรรม ช่วยกันกับทางทีมงานของตน ซึ่งประเทศไทยวันนี้ต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหารและยาจึงจะสามารถไปขายสินค้าให้กับต่างชาติได้ ในราคาที่สามารถเพิ่มมูลค่า หากประเทศประสบวิกฤตกระทรวงสาธารณสุข พบมาก่อนในช่วงโควิด เช่นเดียวกับที่ประเทศประสบสภาวะสงครามและอุทกภัย หรือภัยธรรมชาติ​ เชื่อหรือไม่ว่าภายใน 1-2 คืน อาหารหมด วัตถุดิบหมดภายในพื้นที่นั้นๆ อย่างง่ายดาย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต แต่เดี๋ยวนี้เกิดขึ้นบ่อยมากซึ่งประเทศไทยเรามีศักยภาพเพียงพอที่จะพูดกับนานาชาติว่าจากนี้ไปเราไม่ได้มาขายสินค้า หรือวัตถุดิบให้กับประเทศของท่านเท่านั้น แต่หากต้องการความมั่นคงทางอาหาร และยา ให้ติดต่อกลับประเทศไทยเราพร้อมที่จะดำเนินการในการที่จะให้ความเชื่อมั่นว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์วิกฤตและเหตุการณ์ฉุกเฉินใดๆ ในประเทศของท่านประชาชนจะไม่ขาดซึ่งอาหารและยา

นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ถ้าพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี อาจสู้เขาไม่ได้​ แต่หากพูดถึงเรื่องยา อาหารสินค้าทางการเกษตรหรือแม้กระทั่งคุณภาพในระบบสาธารณสุขการรักษาพยาบาลของประเทศไทย ตรงนี้ ที่ไปพูดกับเขาแล้วต้องฟัง และต้องมองว่าเราเป็นคู่ค้าไม่ได้เป็นผู้ขาย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยของเรามีที่ยืนบนเวทีโลก ได้อย่างเต็มภาคภูมิ สามารถสร้างรายได้และนวัตกรรมต่างๆ ที่จะทำให้ผู้ผลิตของเราจะต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อทำให้สินค้าของเราสามารถขายได้ในตลาดโลกด้วยเราเองเป็นผู้กำหนดราคา


กำลังโหลดความคิดเห็น