วันนี้(12 ม.ค.)นายวรายุทธ จงอักษร ผู้สมัคร สส.จังหวัดยโสธร เขต 2 พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 3 กล่าวถึงกรณีที่นายแก้ว เรมี (Keo Remy) รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา แสดงความคิดเห็นโดยแนะนำให้คนไทยปฏิเสธนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย และให้เลือกพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย เพื่อไม่ให้มีการสู้รบกับกัมพูชารอบ 3 ว่า
เรื่องนี้สามารถอธิบายความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาได้ทั้งหมดว่ามีนักการเมืองไทยบางฝ่ายที่กัมพูชากลัวและไม่กลัว เห็นกันแบบชัดเจน วันนี้ทั้งวันจึงมีชาวยโสธร ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดอีสานใต้สะท้อนมาที่ตนว่า จะต้องไม่ให้กัมพูชาสมหวังโดยการเลือก สส.จากพรรคภูมิใจไทยและเลือกนายอนุทิน เป็นนายกฯให้ถล่มทลาย เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านอยู่กันอย่างเข็ดหลาบ หวาดผวา ตั้งแต่กรณีคลิปเสียง “อังเคิล” อีกทั้ง ในช่วงการสู้รบก็มีข้อมูลว่าอาวุธของกัมพูชาสามารถมาไกลถึงจังหวัดยโสธรได้
นายวรายุทธ กล่าวอีกว่า บรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้ของภาคอีสาน นอกจากนโยบายเรื่องปากท้องอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ที่ได้รับเสียงตอบรับล้นหลามแล้ว นโยบายด้านความมั่นคงของชาติ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ประชาชนใช้ตัดสินใจ โดยพบว่าคนยโสธรตอบรับการสร้างกำแพงความมั่นคง ปกป้องคนไทยจากภัยคุกคาม โดยการเปิดรับทหารอาสา 1 แสนนาย รับราชการ 4 ปี เงินเดือน 12,000 บาท เพราะชาวบ้านอยากเห็นลูกหลานมีโอกาสเติบโตในอาชีพทหารต่อไป
“ที่ยโสธร ประชาชนติดตามข่าวการเมืองและสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพราะเราอยู่ไม่ไกลจากชายแดน และตั้งแต่มีกรณีคลิปเสียงสมเด็จฮุนเซน มีคนผิดหวังกับความเข้มแข็งของผู้นำทางเมืองของไทยมากมาย จนกระทั่งได้เห็นการทำงานของนายกฯอนุทินและกองทัพที่สอดประสานกัน หลายคนเปิดใจให้กับนายกฯอนุทินและพรรคภูมิใจไทยอย่างล้นหลาม และล่าสุดที่รัฐมนตรีกัมพูชาออกมาบอกคนไทยว่าห้ามเลือกท่านอนุทิน ผมก็อยากจะบอกว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เพราะคนไทยอยากได้ผู้นำที่ เอาอยู่ คือเอากัมพูชาอยู่หมัด ไม่ใช่ตามใจอังเคิลทุกอย่าง” นายวรายุทธ กล่าว



