ปิดช่องต่ออายุ จ้าง “เลขาธิการกองทุนออมฯ” นั่งเก้าอี้สมัยที่สาม หลังอยู่ยาวนานมา 8 ปี เผย “เจ้าตัวยื่นใบสมัคร” ตามที่กรรมการสรรหาเปิดรับสมัคร ก่อนหมดวาระ เมื่อ 4 ม.ค. 2569 ด้าน กฤษฎีกา คณะ 12 ยกเหตุ กฎหมายกองทุนฯ มีเจตนารมณ์เพื่อจะมิให้ ผู้หนึ่งผู้ใดดํารงตําแหน่งดังกล่าวนานเกินไป
วันนี้ (7 ม.ค.) มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 12) เปิดเผยเรื่องเสร็จที่ 1713/2568 กรณี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ขอหารือ ในกรณี กระบวนการสรรหาตําแหน่งของเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
โดยเฉพาะ กรณี “เลขาธิการ” เคยได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างมาแล้ว มีสิทธิจะสมัคร เข้ารับการพิจารณาได้หรือไม่
ประเด็นที่หนึ่ง การแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ กอช. จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 หรือพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558
ประเด็นที่สอง นางสาว จ. ซึ่งดํารงตําแหน่ง “เลขาธิการ กอช.” คราวแรกตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2561 - 6 ม.ค. 2565 และได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการฯ อีกคราวตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2565 - 4 ม.ค. 2569
“คณะกรรมการ กอช. สามารถพิจารณาแต่งตั้งเพื่อให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ ภายหลังจากครบกําหนดการต่ออายุสัญญาจ้างแล้วอีก ได้หรือไม่ เหตุ นางสาว จ. ได้ยื่นใบสมัครตามประกาศดังกล่าวแล้ว”
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 12) พิจารณาข้อหารือประกอบกับข้อเท็จจริง ประเด็นที่หนึ่ง เห็นว่า มาตรา 52 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมฯ ได้กําหนดให้กองทุนฯ เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
และมาตรา 5 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว กําหนดให้ รายได้ของกองทุนไม่ต้องนําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน กองทุนฯ จึงเป็นทุนหมุนเวียน ตามนัยของคําว่า “ทุนหมุนเวียน” ในมาตรา 4” แห่ง พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียนฯ
ซึ่งมาตรา 55 ได้กําหนดให้ ทุนหมุนเวียนใด ที่มีกฎหมายกําหนดบทบัญญัติในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้การดําเนินงานของทุนหมุนเวียนนั้น เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายมิได้บัญญัติไว้ ให้นําบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับ
สําหรับการแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการนั้น มาตรา 25 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติฯ กําหนดให้การดํารงตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่ง และการกําหนดเงื่อนไขในการทดลองปฏิบัติงานหรือการทํางานในหน้าที่เลขาธิการ
ให้เป็นไปตาม สัญญาจ้างที่คณะกรรมการ กอช. กําหนด โดยให้มีอายุการจ้างคราวละไม่เกินสี่ปี และเมื่อครบกําหนด อายุสัญญาจ้างแล้ว คณะกรรมการ กอช. จะต่ออายุสัญญาจ้างอีกก็ได้ แต่ต้องไม่เกินสี่ปี
ในขณะเดียวกัน มาตรา 25 ประกอบกับข้อ 4 แห่งประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ว่าด้วยมาตรฐานการบริหารงานบุคคล ของทุนหมุนเวียน ลงวันที่ 21 ส.ค. 2560 กําหนดให้ผู้บริหารทุนหมุนเวียนที่แต่งตั้งจาก บุคคลภายนอก ให้มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
“แต่จะดํารงตําแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ จึงเห็นได้ว่า เป็นกรณีที่ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายระดับ พ.ร.บ. ได้กําหนดเกี่ยวกับเรื่องการดํารงตําแหน่งเลขาธิการฯ ตลอดจนการทําสัญญาจ้าง และอายุสัญญาจ้างเลขาธิการไว้เป็นการเฉพาะแล้ว”
ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ ได้กําหนดเกี่ยวกับอายุการจ้าง เลขาธิการฯ เป็นการเฉพาะไว้แล้ว จึงไม่ต้องนําบทบัญญัติเกี่ยวกับวาระการดํารงตําแหน่ง ของผู้บริหารทุนหมุนเวียนตามพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียนฯ มาใช้บังคับ
ข้อหารือประเด็นที่สอง เห็นได้ว่า พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติฯ ได้กําหนดให้ระยะเวลาการดํารงตําแหน่งเลขาธิการฯ ต้องเป็นไปตามสัญญาจ้าง โดยคณะกรรมการ กอช. มีอํานาจพิจารณากําหนดอายุสัญญาจ้าง เลขาธิการในคราวแรกได้
ซึ่งต้องไม่เกินคราวละสี่ปี และอาจกําหนดให้น้อยกว่าสี่ปีก็ได้ และคณะกรรมการ กอช. จะพิจารณาต่ออายุสัญญาจ้างหรือไม่ก็ได้ หากคณะกรรมการ กอช. พิจารณาให้ต่ออายุสัญญาจ้างก็สามารถกระทําได้ โดยมาตรา 25 วรรคสอง กําหนดให้ต่ออายุสัญญาจ้าง ได้ไม่เกินสี่ปี
กรณีจึงเป็นการให้อํานาจคณะกรรมการ กอช. ที่จะจ้างเลขาธิการฯ ได้อีกหนึ่งคราว โดยวิธีการต่ออายุสัญญาจ้าง และย่อมหมายความว่า เมื่อรวมระยะเวลาการจ้างทั้งหมดตามสัญญาจ้าง ทั้งสองคราวแล้วต้องไม่เกินแปดปี
“การที่บทบัญญัติมาตรา 25 (8) นี้จํากัดอายุสัญญาจ้างบุคคล ให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ ติดต่อกันได้ไม่เกินแปดปี ก็เนื่องจากกฎหมายมีเจตนารมณ์เพื่อจะมิให้ ผู้หนึ่งผู้ใดดํารงตําแหน่งดังกล่าวนานเกินไป”
กรณีตามข้อหารือ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางสาว จ. ได้รับแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง เลขาธิการฯ มีกําหนดเวลาสี่ปี โดยมีการทําสัญญาจ้างในคราวแรกตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2561 - 2 ม.ค. 2565
และเมื่อครบกําหนดอายุสัญญาจ้างในคราวแรกแล้ว คณะกรรมการ กอช. ได้แต่งตั้ง นางสาว จ. ให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ อีกคราวหนึ่ง โดยการต่ออายุสัญญาจ้าง มีกําหนดเวลาสี่ปี ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 4 ม.ค. 2569
ซึ่งเป็นระยะเวลาสูงสุด ตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ จึงเป็นกรณีที่ นางสาว จ. ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ โดยสัญญาจ้างและได้รับการต่ออายุสัญญาจ้าง จนครบกําหนดเวลาตาม มาตรา 25 บัญญัติไว้แล้ว
“นางสาว จ. ย่อมไม่อาจได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ ติดต่อกันได้อีกเป็นคราวที่สาม ดังนั้น คณะกรรมการ กอช. จึงไม่สามารถพิจารณาแต่งตั้ง นางสาว จ. ให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการฯ ภายหลังจากครบกําหนดเวลาการต่ออายุสัญญาจ้างอีกได้”
มีรายงานว่า คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (คณะกรรมการ กอช.) ได้แต่งตั้งนางสาว จ. ให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ กอช. (เลขาธิการ) โดยมีวาระการดํารงตําแหน่งครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2561 - 2 ม.ค. 2565 และอีกคราวหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 4 ม.ค. 2569
ที่ประชุม คณะกรรมการ กอช. เมื่อปลายปี 2568 ได้พิจารณาเรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเลขาธิการ หรือรองเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติด้านการลงทุน โดยเห็นว่า เมื่อไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติกฎหมายกําหนดไว้ อย่างชัดเจนที่เป็นการจํากัดสิทธิหรือระบุว่าการพิจารณาต่ออายุสัญญาจ้างจะกระทําได้เพียงครั้งเดียว
และการพิจารณาต่ออายุสัญญาจ้างเลขาธิการ เคยได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างมาแล้วไม่สามารถ พิจารณาต่อได้อีก จึงต้องตีความตามกฎหมายโดยเคร่งครัดว่า
คณะกรรมการ กอช. มีอํานาจพิจารณาต่ออายุสัญญาจ้างเลขาธิการ ที่เคยได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างมาแล้วได้อีก หรือหากเป็นการเปิด ให้มีการสรรหาใหม่ตั้งแต่ต้น เลขาธิการฯ เคยได้รับการต่ออายุสัญญาจ้างมาแล้ว มีสิทธิจะสมัคร เข้ารับการพิจารณาได้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความชัดเจนได้มอบหมายให้ กอช. หารือเรื่องดังกล่าว เป็นกรณีเร่งด่วนไปยังกระทรวงการคลัง และสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา


