“สมศักดิ์“นำทีมเพื่อไทยไหว้พระอยุธยาเอาฤกษ์ ก่อนลุยหาเสียงพิจิตรชี้กระแสพรรคแรง มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล เดินหน้านโยบายเกษตรเต็มรูปแบบ หนุน “วิทยา เบอร์ 3” คนเกษตรแท้ ดันประกันกำไรพืชผล 30% แก้ปัญหาเกษตรกรตรงจุด
วันนี้ (3 ม.ค.69)นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายอัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย ร่วมทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนลงพื้นที่พบปะประชาชนในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง
คณะได้เข้าสักการะพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเยี่ยมศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 2 ของนายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย
จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อม น.ส.ณัฐธิดา และนายวิทยา มาลา ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 3 เบอร์ 3 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบประชาชนที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิจิตร เขต 3 อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 500 คน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ตนลงบัญชีรายชื่ออยู่ลำดับที่ 99 และพรรคเพื่อไทยจับได้เบอร์ 9 ถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน พร้อมย้ำว่าพื้นที่พิจิตรซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ควรเลือกผู้แทนที่เป็น “คนเกษตรโดยแท้” อย่างนายวิทยา เบอร์ 3 เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด
นายสมศักดิ์ ระบุถึงนโยบายเกษตรของพรรคเพื่อไทยว่า มุ่ง “เกษตรกรไทยไร้จน” ด้วยการ ประกันกำไรพืชผล 30% ครอบคลุมข้าว ยางพารา ข้าวโพด และมันสำปะหลัง โดยตั้งเป้าราคาดันตลาด เช่น ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท/ตัน ข้าวขาว 10,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน ยางพารา 70 บาท/กก. ข้าวโพด 7.25 บาท/กก. และมันสำปะหลัง 3 บาท/กก. พร้อมมาตรการคูปองดิจิทัลซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์คุณภาพ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า เวทีพิจิตรเป็นเวทีปราศรัยแรกที่ได้พบประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมนำนโยบายเศรษฐกิจปากท้องและการศึกษา อาทิ “เรียนได้งบ จบได้งาน” สนับสนุนการเรียนในสาขาที่ตลาดต้องการ เช่น AI เทคโนโลยีการเกษตร หุ่นยนต์ และโลจิสติกส์ รวมถึงนโยบายเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ประกันกำไร 30% ปุ๋ยสั่งตัดตรวจดิน ไปจนถึงมาตรการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก 3 ปี ไม่เกิน 5 แสนบาท และการแก้หนี้เสียรายย่อย เพื่อให้สินค้าเกษตร “ไม่ขาดทุนอีกต่อไป”
ขณะที่ นายวิทยา มาลา ย้ำว่า ตนเป็นเกษตรกรโดยตรง เข้าใจปัญหาหน้างานของพี่น้องเกษตรกร พร้อมอาสาเป็นผู้แทนเพื่อนำเสียงและความเดือดร้อนไปผลักดันการแก้ไขในสภาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กระแสตอบรับจากการลงพื้นที่เป็นไปด้วยดี สะท้อนความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน พร้อมเชิญชวนชาวพิจิตรเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาให้พื้นที่ โดยย้ำ “เลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 เลือกนายวิทยา เบอร์ 3”


