xs
xsm
sm
md
lg

“นายกอุ๊” เบอร์ 7 ปชป. ชูประสบการณ์ท้องถิ่นสู่สภา เสนอแก้น้ำท่วมบางบาลไม่วนลูป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 อยุธยา ปชป. ชูบทเรียนบริหาร อบต.บ้านใหม่ จากองค์กรวิกฤตสู่ต้นแบบระดับประเทศ ย้ำแก้น้ำท่วมบางบาลต้องยั่งยืน ไม่ใช้เป็นวาทกรรมการเมือง พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่น

วันนี้(3 ม.ค. 69) นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ “นายกอุ๊” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายเลข 7 เปิดเผยเส้นทางการเมืองว่า จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากฐานอำนาจหรือเครือข่ายการเมือง หากแต่มาจากการลงมือทำจริงในระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ตัดสินใจลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช เมื่อปี 2556 ทั้งที่ไม่มีญาติ ไม่มีฐานเสียง และไม่เคยคิดเล่นการเมืองมาก่อน

นายกอุ๊ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจพิสูจน์ว่า การทำงานเพื่อบ้านเมืองวัดกันที่ความสามารถ ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง โดยเมื่อเข้ารับตำแหน่งกลับพบว่า อบต.บ้านใหม่อยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งการเงินขาดสภาพคล่อง ค้างจ่ายเงินเดือนและสวัสดิการ ค้างค่าไฟ ภาษี และประกันสังคมหลายปี มีหนี้สะสมหลายล้านบาท สาธารณูปโภคทรุดโทรม น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าไม่ทั่วถึง สำนักงานเสื่อมโทรม อีกทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบการทุจริตงบประมาณกว่า 110 ฎีกา คิดเป็นเกือบ 90% ของงบทั้งปี จนนำไปสู่การปฏิรูประบบบริหารและดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง


จากจุดที่ล้าหลัง นายกอุ๊ใช้เวลาสองสมัยฟื้นฟูตำบลบ้านใหม่จนกลายเป็นต้นแบบการบริหารจัดการ ได้รับรางวัลจากหลายหน่วยงาน อาทิ องค์กรคุณธรรมต้นแบบ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากดีเด่น นวัตกรรมชุมชน และการพัฒนาโอทอประดับประเทศ–ระดับโลก พร้อมจัดตั้ง “โรงงานกลางผลิตสินค้าชุมชน” ที่ได้รับการรับรอง อย. แห่งแรกในระดับ อบต. ของประเทศ ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ถนน น้ำ ไฟ ประปา ระบบแก้มลิง และการใช้พื้นที่สาธารณะ ภายใต้แนวคิด “การเมืองสุจริต และทำจริงยิ่งกว่าพูด”

ในเชิงนโยบายระดับชาติ นายกอุ๊ย้ำเหตุผลการลงสมัคร ส.ส. เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บางบาลและทั้งจังหวัดอย่างยั่งยืน ไม่ปล่อยให้เป็นวาทกรรมซ้ำซาก พร้อมชี้ว่าหากรัฐมีงบ โครงสร้าง และอำนาจ แต่ประชาชนยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ นั่นคือความผิดปกติของการบริหาร ไม่ใช่ความผิดของชาวบ้าน โดยยืนยันมีประสบการณ์ตรงจากอุทกภัยปี 2554 และเคยเสนอแนวทางที่ถูกนำไปใช้จริง อาทิ ระบบครัวชุมชน พร้อมเสนอการจัดการน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่ป้องกัน แก้ไข จนถึงเยียวยา ลดความสูญเสียระยะยาว

พร้อมกันนี้ ยังเสนอการยกระดับเศรษฐกิจท่องเที่ยวอยุธยาด้วย “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” และอัตลักษณ์ท้องถิ่น ชูตัวอย่าง “ไฟสุ่มไก่และงานจักสาน” เชื่อมเทศกาลท่องเที่ยว การกระจายรายได้สู่โรงแรม ร้านอาหาร ตลาด และแรงงานในพื้นที่ โดยเชื่อว่าหากออกแบบด้วยวิสัยทัศน์ จะยกระดับเมืองมรดกโลกสู่การรับรู้ระดับนานาชาติและเห็นผลเป็นรูปธรรมในระยะสั้น


นายกอุ๊กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยประสบการณ์ทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าใจโครงสร้างการพัฒนาและการจัดสรรงบประมาณทุกระดับ มั่นใจทำหน้าที่ ส.ส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน หากเข้าใจระบบและทำงานเป็น ย่อมผลักดันประโยชน์ให้ประชาชนได้จริง พร้อมยืนยันความเชื่อมั่นว่า “การเมืองสุจริต” เกิดขึ้นได้ในอยุธยา แม้ต้องใช้เวลา แต่ต้องเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น