xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ ภาคการเมืองติดลบเรียบ !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีเรื่องราวให้วิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุดในเวลานี้ เพราะมีทั้งพวกรัฐบาล นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ หรือท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐ ต่างวิจารณ์กันถึงการทำงาน การช่วยเหลือ และที่สำคัญจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังมีเสียงวิจารณ์ “คนหาดใหญ่” ดังลั่นไปทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หากโฟกัสไปทีละเรื่อง เริ่มจากฝ่ายรัฐบาลที่นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ถูกวิจารณ์หนักทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการที่มองว่าเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย การตั้งฝ่ายบัญชาการส่วนหน้า ที่มีเสียงสะท้อนออกมาว่าทำงานไม่ได้ผล ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นไล่ขึ้นไปตั้งแต่ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ถูกประเมินว่าไร้ประสิทธิภาพ ไม่ทันการณ์ ยังบริหารจัดการแบบเดิมๆ เหมือนกับสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อปีก่อนๆ

อย่างไรก็ดี ก็ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ถือว่าหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ประเภทที่ว่า “มาเร็ว แรง” แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนั่นแหละ ทำให้หลายคนไม่ยอมอพยพ เพราะยังคิดว่าอีกไม่นานน้ำก็จะลดลง จึงยอมกัดฟันอยู่ในบ้านไปก่อน อีกทั้งในตอนนั้นหากอพยพออกไปก็ยังไม่รู้ว่าจะไปพักพิงที่ไหน เพราะหน่วยงานรัฐ ยังไม่มีการกำหนดพื้นที่ไว้รองรับ ดังนั้นเมื่อน้ำมาถึงแบบแรง และเร็วแบบนี้จึงหนีไม่ทัน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตจำนวนมากนับร้อยคน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก

ขณะเดียวกัน จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ “คนหาดใหญ่” เองก็ยังถูกวิจารณ์ในด้านลบมากมาย แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่คนจำนวนน้อยมากๆ แต่ภาพที่ปรากฏออกไปตามสื่อโซเชียล ไม่จำเป็นต้องตอกย้ำว่าเป็นจุดไหน พื้นที่ไหน ทั้งปล้น จี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่ ที่เข้าไปช่วยเหลือ หรือแม้แต่การขโมยทรัพย์สินในรถยนต์ที่หลังจากน้ำลดลงแล้ว ภาพที่ออกมาล้วนเป็นภาพลบ ทำให้คนจำนวนมากเสียความรู้สึก ซึ่งต้องช่วยกันประณาม และต้องติดตามดำเนินคดีในภายหลังสำหรับพวกที่ก่อเหตุทำผิดกฎหมาย เพราะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ทำลายบรรยากาศสำหรับการช่วยเหลือฟื้นฟูในภายหลัง

ดังนั้น หากพิจารณาจากเหตุการณ์และบรรยากาศข้างต้นบอกได้เลยว่า ครั้งนี้ทุกฝ่ายติดลบหมด อย่างมากก็แค่เสมอตัวเท่านั้น ไม่มีแต้มบวก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกนักการเมือง ไล่ตั้งแต่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น และโดยเฉพาะหากโฟกัสที่นักการเมือง ไม่ว่าระดับชาติ ท้องถิ่น รวมไปถึงบรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน ทุกพรรคการเมืองงานนี้ถือว่าไม่ได้แต้ม ถูกมองออกว่า “เสนอหน้าหาเสียง” ก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น แม้ว่าพวกเขามีจิตใจที่ต้องการลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ ก็ตาม

ภาพที่ออกมาดังกล่าวจึงออกมาแบบ “ติดลบ” ไม่เว้นแต่ “พี่น้องคนหาดใหญ่” เอง แม้ว่าจะเป็น “น้อยนิด” มากๆๆ แต่มันก็ทำให้ถูกมองในแง่ลบ แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจล่าสุดของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “กระแสการเมือง ภาคใต้” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2568 จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ที่สะท้อนความรู้สึกต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองได้ดีทีเดียว และที่ต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า อารมณ์ความรู้สึกที่เห็นจากผลสำรวจครั้งนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกหากมีการสำรวจครั้งไป

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 25.65 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 3 ร้อยละ 15.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 8 ร้อยละ 1.85 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) อันดับ 9 ร้อยละ 1.25 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนใต้จะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 28.60 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.45 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 17.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 11.65 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 3.90 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 6 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.95 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ อันดับ 8 ร้อยละ 1.65 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 1.65 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.35 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

แน่นอนว่า พิจารณาจากผลสำรวจที่ออกมา ยังกลายเป็นว่า “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ ” มีเปอร์เซ็นต์ที่สูง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคอื่น เช่น พรรคประชาชน ภูมิใจไทย ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก และภาพที่ออกมาถือว่ายัง “ไม่มีโดดเด่น” จนกลายเป็นฟีเวอร์ แม้ว่าการเมืองต้องมองกันวันต่อวันก็ตาม แต่หากโฟกัสเฉพาะจากเหตุการณ์น้ำท่วมคราวนี้ถือว่า ภาพของนักการเมืองโดยรวมยังไม่ผ่าน

ขณะเดียวกันแม้แต่ภาคประชาชนเอง โดยเฉพาะคนในพื้นที่หาดใหญ่ แม้ว่าไม่ใช่การพูดแบบให้เหมารวมและซ้ำเติม แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ครั้งนี้ มีคนทำให้เกิดภาพลบทำลายความรู้สึกแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ดังนั้นในภาพรวมจากสถานการณ์น้ำท่วมคราวนี้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ หลังจากนี้ก็ต้องถึงคราวที่ต้อง “บิ๊กคลีนนิ่ง” กันเสียที ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกัน อย่าทิ้งกัน เพราะหากมองอีกด้านหนึ่ง มันเป็นสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และรับรองว่าจะต้องเกิดขึ้นอีก เพียงแต่ว่าครั้งนี้ต้องเป็นบทเรียนให้จดจำ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น