วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คือเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ ทั้งระดับน้ำที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ประชาชนหลายพันคนติดอยู่ในบ้าน บางพื้นที่ขาดไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ ผู้คนต้องยื่นมือขอความช่วยเหลือ
อย่างสิ้นหวัง และที่หนักที่สุดคือ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบที่ไม่มีใครอยากเห็น
ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” กระแสในสังคมต้องบอกว่า “ติดลบอย่างหนัก” โดนตั้งคำถามแทบทุกชั่วโมงว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่? ทำไมระบบช่วยเหลือจึงติดขัดและล่าช้าเกินรับได้?
แต่ทุกวิกฤต ย่อมมีคนที่ลงมือทำจริงอยู่เสมอ…
และชื่อหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คณะรัฐมนตรีที่ประกาศว่า “ลงพื้นที่แล้ว” ผ่านภาพถ่ายสวยงามบนโซเชียล แต่เป็นชื่อของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.)
ชื่อของเขา ถูกลากไปเป็นประเด็นดราม่าทุกวัน ชนิดที่ขยับตัวทำอะไรก็ถูกวิจารณ์หรือถูกปั่นให้เป็นประเด็นได้ตลอด ตั้งแต่การพูดคุยกับชาวบ้าน ไปจนถึงคลิปที่ชาวบ้านชมกลับถูกตีความว่า “จัดฉาก” ทั้งที่คนในพื้นที่กำลังจมน้ำอยู่จริง
แต่ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว… และคนที่รู้ดีที่สุดคือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่
โดยเฉพาะโซนหาดใหญ่ใน บริเวณโลตัสหาดใหญ่ และพื้นที่ริมคลองอู่ตะเภา ชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด รวมถึงสื่อมวลชนที่เกาะติดสถานการณ์อยู่หน้างาน ต่างบอกตรงกันว่า “เขามาตั้งแต่วันแรก และยังอยู่จนถึงวันนี้”
ร.อ.ธรรมนัส คือรัฐมนตรีคนแรกที่ลุยพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. เวลา 15.00 น.และจากวันที่ 24 พ.ย. เป็นต้นมา เขายังปักหลักคุมสถานการณ์แบบไม่เว้นวัน แม้จะเหนื่อยจนแทบไม่ได้นอนก็ยังไม่ถอย ต่างจากรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ลงมาเพียงเพื่อถ่ายรูป แล้วรีบกลับไปโพสต์เฟซบุ๊กว่า “มาดูแลประชาชนแล้วนะครับ”
หลายคนในโซเชียลกล่าวหาว่า เขามาทำงานเอาหน้า สร้างภาพ ทั้งที่ในพื้นที่จริง ภาพของเขาคือการอุ้มผู้สูงอายุออกจากบ้านที่น้ำท่วมถึงอก การประคองผู้ป่วยขึ้นเรือท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว การเดินลุยน้ำเพื่อเปิดเส้นทางให้รถกู้ภัยเข้าถึงจุดวิกฤต และการสั่งการเส้นทางจราจรด้วยตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
แต่น้อยคนจะรู้ว่า ตลอดช่วงวิกฤตหนักนั้น ทีมงานที่เขามีอยู่ “มีเพียงสรรพกำลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น”เกือบจะไม่มีภาพของหน่วยงานอื่นลงพื้นที่แบบจริงจังให้เห็นเลย
โชคดีที่ภาคเอกชน ชาวบ้าน และกลุ่มจิตอาสาจำนวนมากร่วมแรงกับเขาอย่างเต็มที่ ทั้งอพยพประชาชน ส่งอาหาร ส่งน้ำ ยกเตียง ย้ายผู้ป่วยติดเตียงขึ้นที่ปลอดภัย เพราะถ้าไม่ทำร่วมกัน หลายจุดอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้
ภาพที่ถูกเผยแพร่จากพื้นที่จริง บางคลิปเห็นชัดว่าชาวบ้านวิ่งเข้ามากอด บางคลิปชาวบ้านร้องไห้ขอบคุณ บางคลิปรายงานสดของนักข่าวยังพูดตรง ๆ ว่า “ถ้าไม่ใช่ธรรมนัสมาเคลียร์เอง จุดนี้อาจจมอีกหลายวัน”
แต่เมื่อคลิปเหล่านั้นถูกแชร์ขึ้นโซเชียล ก็มีคอมเมนต์ถล่มว่า “อวยฉ่ำ,” “จัดฉาก,” “คนใต้โง่”
ทั้งที่ผู้คนเหล่านั้น ไม่เคยสัมผัสน้ำที่ท่วมสักหยดเดียวด้วยซ้ำ
อยากให้ลองคิดตาม…
ทำไมเวลานายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ถึงถูกชาวบ้านตะโกนด่าแทบทุกครั้ง?
แต่คนที่โซเชียลจำนวนหนึ่งเกลียดที่สุดอย่าง “ธรรมนัส” กลับได้รับเสียงตะโกนให้กำลังใจจากชาวบ้านที่กำลังเจอน้ำท่วมหนัก?
บางที คำตอบอาจเรียบง่ายกว่าที่คิด เพราะเขา “ลงมือทำจริง” ณ จุดที่ผู้คนต้องการมากที่สุด และความจริงหน้างาน ก็ใหญ่กว่าเสียงบนโซเชียลเสมอ


