xs
xsm
sm
md
lg

พท.สเต็ป 2 “สลายขั้ว” มีเรามีลุงแน่นวล !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เมืองไทย 360 องศา

ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด ก็ได้ดึงพรรคขนาดเล็กเข้ามาเพิ่มอีก 6 พรรค จำนวนเสียงรวมกันอีก 16 เสียง รวมกับของเดิมสองพรรคคือ เพื่อไทยกับภูมิใจไทยจำนวน 212 เมื่อเพิ่มอีก 16 เสียง ก็มีเสียงทั้งหมดจำนวน 228 เสียง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกคำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองต่างๆ ระบุว่า วันนี้ พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงเพิ่มเติมและได้รับการสนับสนุนจาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย และรวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว

พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองคาดหวังอย่างยิ่งว่า จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ สลายขั้วการเมือง ทุกฝ่าย เดินหน้าขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมือง และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และวิกฤตความขัดแย้งในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งขั้ว

การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ ต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกคน เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็นวาระประเทศที่สำคัญอย่างสูงสุด

เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิกฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน

เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ

ในคำแถลงดังกล่าวของพรรคเพื่อไทย นอกเหนือจากการดึง 6 พรรคเข้ามาร่วมเพิ่มเติมแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ต้องการสื่อออกมา ก็คือ “การสลายขั้ว” การเมือง โดยอ้างว่าเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกัน ก็มีความชัดเจนอีกว่า ในวันที่ 10 สิงหาคม ได้มีการเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาเข้ามาร่วมอีกพรรคหนึ่ง แม้จะพูดในเบื้องต้นว่าเป็นการเข้าไปพูดคุยยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่หากให้ฟันธงไว้ล่วงหน้าก็คง “ใช่แน่นอน” สรุปรวมแล้วเวลานี้มีพรรคร่วมรัฐบาลแล้วจำนวน 9 พรรค นั่นคือ พรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ประชาชาติ เพื่อไทยรวมพลัง ที่เหลือก็เป็นพรรคที่มี จำนวน 1 เสียง

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณจากตัวเลขแล้ว หากรวมเอาเสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าไปอีก 10 เสียง ก็ยังมีแค่ 238 เสียงเท่านั้น ยังไม่พอเสียงข้างมากในสภาที่ต้องมี 251 เสียง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงด่านแรกในที่ประชุมรัฐสภา ที่ต้องใช้เสียงมากถึง 375 เสียง ต้องพึ่งเสียงจากส.ว.เข้ามาด้วย มันถึงได้บอกว่าตัวเลขแค่นี้มันยังไม่ใช่ความเป็นจริงที่ควรจะต้องเป็น

เพราะในเมื่อฉีกเอ็มโอยูกับพรรคก้าวไกลแล้ว มันก็ไม่มีทางได้เสียงสนับสนุนเพียงพอทั้งในสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการรัฐบาลเสียงข้างมาก 251 เสียง และเสียงของ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ต้องใช้เสียงในที่ประชุมรัฐสภาถึง 375 เสียง หากมีแค่นี้ไม่ว่ามองในมุมไหนมันก็ไม่มีทางผ่านไปได้

ดังนั้น มันก็ย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น เพราะตัวเลขทางคณิตศาสตร์มันหลอกกันไม่ได้ นั่นคือ ก็ต้องหาเสียงมาเพิ่ม หาพรรคมาเพิ่ม ก็อย่างที่รับรู้กันในเวลานี้ ก็คือ พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงเอาไว้แล้วจำนวน 238 เสียง หลังจากดึงพรรคชาติไทยพัฒนาอีก 10 เสียงเข้ามาแล้ว ก็ต้องดึงพรรคมาเพิ่มอีก ซึ่งก็ต้องมองหาพรรคพลังประชารัฐอีก 40 เสียง หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง จะมีเสียงเพิ่มเป็น 278 เสียง และ 274 เสียงตามลำดับ อาจจะพอสำหรับรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่การที่ดึงมาเพียงพรรคเดียวในสองพรรคดังกล่าว อาจจะได้เสียงสนับสนุนจากส.ว.บางส่วนมาด้วย แต่มันก็ไม่ชัวร์เหมือนกับการ “ดึงมาทั้งสองพรรค” จำนวนรวมกัน 76 เสียง ทำให้เสียงของในสภามีถึง 314 เสียง ถือว่าเป็นตัวเลขที่สวยงาม และทำให้มีหลักประกันจากการโหวตของ ส.ว. ผ่าน 375 เสียงในการโหวตนายกฯได้ไม่ยากเย็นนัก

ขณะเดียวกัน เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาจากคำแถลงของพรรคเพื่อไทยล่าสุดที่เน้นย้ำในเรื่อง “สลายขั้ว” เพื่อสลายความขัดแย้งและมุ่งไปข้างหน้า มันก็เปิดทางโล่งให้กับ “พรรค 2 ลุง” คือ พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ที่เชื่อว่าหากเข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีลุงเข้าไปอยู่แล้ว โดยเฉพาะพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มั่นใจว่า “ไม่มีลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะได้ประกาศวางมือไปแล้ว ขณะที่พลังประชารัฐ ที่อาจต้องรอจนนาทีสุดท้าย โดยพิจารณาคุณสมบัติของ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย คือนายเศรษฐา ทวีสิน ว่าจะผ่านด่านตรวจสอบไปได้ หรือไม่

หากดันต่อไม่ไหวมันก็อาจมี “ส้มหล่น” มาถึงพรรคที่สาม คือ นายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่านาทีนี้แกนนำพรรคเพื่อไทย จะยังยืนยันว่ายังเสนอชื่อ นายเศรษฐา เป็นนายกฯ เหมือนเดิม และนายกรัฐมนตรี ต้องมาจากพรรคเพื่อไทยก็ตาม

แต่หากถึงที่สุดแล้วไปไม่ได้จริงๆ มันก็ต้องถึงคราวที่ต้องเปลี่ยนคนใหม่ แต่ระดับคนสำคัญ อย่างเช่น “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยังไม่มีความพร้อม มันก็อาจถึงคิวของพรรคถัดมา ก็เป็นไปได้ไม่น้อย

ถึงอย่างไรงานนี้พรรคเพื่อไทยต้องเป็นรัฐบาลแน่นอน ยังคงเป็นพรรคแกนนำ เพียงแต่ที่น่าจับตา ก็คือ อาจต้องยอมถอยตำแหน่งนายกฯ ให้กับพรรคอื่น ส่วนจะเป็น “หนู” หรือ “ลุงป้อม” ก็อย่ามองข้ามความเป็นไปได้เป็นอันขาด!!


กำลังโหลดความคิดเห็น