xs
xsm
sm
md
lg

“ส.ว.เสรี” ชี้ โหวตนายกฯ ไม่ดูที่พรรค แต่ต้องการรัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่ฟันธง “เศรษฐา” คั่วเก้าอี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เสรี” รอดูท่าทีจัดตั้งรัฐบาล ชี้ โหวตนายกฯ ไม่ได้ดูที่พรรค แต่ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่ฟันธงว่าจะเป็น “เศรษฐา” เชื่อ พท.มีมาตรฐานเสนอชื่อ ยืนยัน ส.ว.ไม่ใช่ตัวอุปสรรค

เมื่อเวลา 09.35 น. วันนี้ (8 ส.ค.) นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงการรวมพรรคขพรรคเพื่อไทย (พท.) และ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า วุฒิสภาต้องรอให้แต่ละพรรคการเมืองที่ไปจัดตั้งรัฐบาลรวมตัวกันให้เสร็จ เพราะต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพได้เสียงเกินกว่า 250 คนขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ได้ 200 กว่าแล้ว คงต้องดูว่าแต่ละพรรคที่จะมารวมตัวกันว่ามีพรรคใดบ้างและคนที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคงต้องไปตกลงกันว่าจะเอาชื่อใครที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แม้พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯแต่ระยะเวลายังมีอยู่ ก็คงต้องรอต้อไปว่าสุดท้ายการเสนอชื่อในสภาจะเป็นชื่อใดกันแน่

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยรวมเสียงได้เกิน 253 เสียงแล้ว ส.ว.มีความมั่นใจเพียงพอหรือไม่ในการจัดตั้งรัฐบาล นายเสรี กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องไปตกลงกันให้ได้ว่าพรรคใดจะมาร่วม แต่การที่จะมี 2 ลุงอยู่หรือไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคต้องตกลงกันเอง ในส่วนของ ส.ว.คงต้องรอว่าจะสำเร็จมากน้อยเพียงใด หากตอบตอนนี้จะกลายเป็นว่าเราไปสนับสนุนพรรคนั้น พรรคนี้อาจจะไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ยังเป็นนายเศรษฐาอยู่ ทาง ส.ว.จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า อยู่ในเกณฑ์พิจารณามากกว่า เพราะการเสนอชื่อมาแล้วต้องอยู่ในมาตรฐานที่เราเคยตัดสินใจไปแล้วว่า 1. ต้องไม่แตะมาตรา 112 หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญหมวดมาตราพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาครั้งก่อน 2. ดูคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนที่ได้รับการเสนอชื่อมีการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ 3. ดูนโยบายของแต่ละพรรคเพื่อนำมาประกอบในการตัดสินใจ ถือว่ามีส่วนสำคัญเพราะมีผลกระทบกับประชาชน

เมื่อถามว่า ทาง ส.ว.จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของนายเศรษฐาในกรณีเลี่ยงภาษีที่ดินหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ตอนนี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พชปร.) มายื่นตรวจสอบแล้ว ซึ่งทางกรรมาธิการจะพิจารณารายละเอียดในการประชุมกรรมาธิการในวันนี้ ซึ่งจะดูในเรื่องที่เขาร้องเรียนมาเพราะยังไม่ทราบว่าเขายื่นเรื่องใดบ้าง เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องก็พิจารณา ถ้าไม่เกี่ยวข้องก็ส่งต่อให้กรรมาธิการที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องตรวจสอบให้เสร็จก่อนการโหวตนายกฯครั้งต่อไปหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ควรตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะเป็นเหตุผลสำคัญของคนที่จะมาบริหารประเทศ อย่างไรก็ตามต้องวางแนวทางว่าต้องไม่อคติและต้องดูตามเหตุผลไป
เมื่อถามว่า นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ระบุว่า นายกฯคนต่อไปไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทยทำให้หลายคนมองว่าเป็นธงของ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ ตนคิดว่า เป็นเหตุผลของนายกิตติศักดิ์เอง คงเป็นดุลพินิจของบุคคล เราคงฟันธงตอนนี้ไม่ได้ เพราะในที่สุด ยังไม่รู้เลยว่าพอถึงเวลาจริงการเสนอชื่อในสภาต้องใช้เสียง 1 ใน 10 ซึ่งจะเป็นท่านใด ต้องรอกันนิดหนึ่ง

เมื่อถามว่า ส.ว.อยากให้นายเศรษฐามาแสดงวิสัยทัศน์ด้วยตัวเอง นายเสรี กล่าวว่า ใช่ ตนเรียนไว้แต่แรก คำถามหรือข้อสงสัยถึงความเหมาะสมในการเป็นนายกฯจะขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ ซึ่งคนที่ได้รับการเสนอชื่อต้องขออนุญาตประธานสภามาแสดงวิสัยทัศน์ ต้องตอบคำถามของสมาชิกที่อยากจะทราบข้อมูลในหลายๆ เรื่อง โดยจะเป็นประโยชน์แก่คนที่ได้รับการเสนอชื่อด้วย
เมื่อถามว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรัฐบาลจะมีผลต่อการรวมคะแนนเสียงของ ส.ว.หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า แล้วแต่บุคคล มีผลหรือไม่ตนคิดว่าทุกพรรคที่เสนอชื่อมา ส.ว.ต้องพิจารณาทั้งหมด คงไม่เลือกพรรคในการพิจารณา แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญในแต่ละพรรคที่ต้องตกลงกันเอง

เมื่อถามย้ำว่า การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ นายกฯไม่เกี่ยว แต่อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ต้องดูให้การจัดตั้งรัฐบาลมีความเข้มแข็ง แต่ละพรรคที่มาร่วมต้องไม่สร้างปัญหาในมวลหมู่ทางการเมืองหรือไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าในสถานการณ์ปัจจุบันมีการแสดงออกทางการเมืองที่ก้าวร้าว รุนแรง แต่บางพรรคไปอยู่เบื้องหลังยุยงส่งเสริมให้ทำเรื่องเหล่านี้ บ้านเมืองก็ไม่สงบอย่างที่เห็น แต่พรรคนี้ไปแสดงออกซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ไปสนับสนุน ก็คงมองเห็นว่าใครสนับสนุนใครซึ่งไม่ดีต่อบรรยากาศของประเทศโดยรวม เพราะฉะนั้นความเป็นนักกการเมืองและพรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ใช่จะไปก้าวร้าวกับใครก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ ตนคิดว่าทำให้การเมืองเราไปสู่ทางตัน บ้านเมืองก็เสียหายเพราะเล่นการเมืองแบบไม่รับผิดชอบกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น