xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กป้อม” ลุคใหม่ บันได 3 ขั้น นายกฯตัวจริง !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

หากนับเวลาจากวันนี้ไปจนถึงกำหนดวันครบวาระสภาในเดือนมีนาคมปีหน้า ก็ต้องถือว่ายังมีเวลาอีกประมาณ 6-7 เดือนเท่านั้น ในทางการเมืองถือว่าเป็นการ “นับถอยหลัง” กันแล้ว ซึ่งเวลานี้บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มเดินสายหาเสียง ประกาศนโยบายกันอย่างคึกคัก เริ่มมีการโจมตี ดิสเครดิตพรรคที่คิดว่าเป็นคู่แข่งกันแบบเข้มข้น รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ดี หากโฟกัสไปเฉพาะพรรคพลังประชารัฐในเวลานี้ ยังถือว่าน่าจับตาไม่น้อย เนื่องจากได้เห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง ซึ่งทางการเมืองแล้วถือว่ามีนัยสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค เริ่มจากการแสดงความ “ฟิต” ของร่างกาย มีการลงพื้นที่อย่างถี่ยิบ ทั้งในแบบติดตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และตามตารางกำหนดการที่วางเอาไว้ตลอดทั้งเดือน เป็นลักษณะของการแสดงภาวะผู้นำ และในฐานะนายกรัฐมนตรี มีการตอบคำถามสื่อ ในแบบที่เป็นประเด็น มีการโต้ตอบในแบบที่มีทีมงานเตรียมการมาอย่างดี รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงบุคลิกใหม่ ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งในทางการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องสังเกตกันอย่างมาก

แน่นอนว่า ท่าทีและความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยคำร้องเรื่องการดำรงตำแหน่งวาระ 8 ปี ซึ่งล่าสุดศาลกำหนดวันวินิจฉัยในวันที่ 30 กันยายนนี้

ซึ่งหลายคนไม่กล้าฟันธงว่าจะออกแบบไหน เพราะแม้แต่กูรูด้านกฎหมายอย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยังบอกว่าเดาไม่ถูก เพราะสามารถ “ออกได้ทุกหน้า” ความหมายก็คือ “ห้าสิบห้าสิบ” ต้องลุ้นอย่างเดียว

สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี มาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา และทำหน้าที่เป็นผู้นำรัฐบาล แม้ว่าอาจจะได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในทางการเมืองก็ต้องถือว่ามีอำนาจสูงสุดในเวลานี้ อีกทั้งที่ผ่านมา เขาก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจหลัก มีบทบาทเป็นผู้จัดการรัฐบาล เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคแกนนำ มี “คอนเนกชัน” ไปทุกวงการ

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่า เขายังมีปัญหาในเรื่อง “ภาพลักษณ์” ทางสังคม ยังไม่อาจเป็น “กระแส” ความนิยมทางการเมืองได้มากนัก แม้ว่าจะมีศักยภาพในทางอำนาจบารมีมากมาย จึงต้องเดิน “ตีคู่” ไปกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตลอด แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมาติดหล่มในเรื่อง “วาระ 8 ปี” อย่างน้อยก็กำลังถูกคำสั่งศาลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯชั่วคราว ซึ่งมันก็เป็นโอกาสให้ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร ได้แสดงเพาเวอร์ ออกมาได้เต็มที่เช่นเดียวกัน และเชื่อว่าความฝันลึกๆ ของเขาก็ย่อมมองไกลไปถึงตำแหน่งสูงสุดสักครั้งในชีวิต

และแม้ว่าที่ผ่านมาเขาเข้ามารักษาการนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่ามีอำนาจ “เกือบเต็ม” และมีความพยายามแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแสดงความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงในอนาคตอีกด้วย และแม้ว่าตามขั้นตอนหากพิจารณากันตามความเป็นจริงตอนนี้ยังเป็นไปได้น้อยมาก

เริ่มจากกรณี “อุบัติเหตุ” ที่หากเกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากโชคร้ายผลออกมาในทางลบ ไม่ได้ไปต่อ ก็ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งก็ต้องพิจารณาจาก “บัญชีนายกฯ” ที่มีอยู่ในเวลานี้ และมีความเป็นไปได้คนเดียว คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หากจะได้เป็น ก็ต้องมาจากรายชื่อคนนอก ซึ่งก็ต้องใช้เสียงรัฐสภาเกินกว่า 2 ใน 3 กว่าห้าร้อยเสียง มันก็ยาก และขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาถึงกระแสสังคมอีกด้วย ว่ากันตามขั้นตอนแบบนี้ มันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก แม้ว่าบางคนยังมองว่ามีความเป็นไปได้
ดังนั้น หากมองในมุมที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เกิดสะดุด ไม่ได้ไปต่อ มันก็มีหนทางที่น่าจะเป็นไปได้ นั่นคือ การ “ยุบสภา” โดยรักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม เคยระบุว่า “สามารถทำได้” หรือแม้แต่การปรับ ครม. เพียงแต่ว่ามันไม่ง่าย และที่สำคัญ เป็นการพูดในระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

หรืออีกทางหนึ่ง หวยอาจมาออกที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ง่ายอีก เพราะเชื่อว่า พรรคพลังประชารัฐ คงไม่ยอมง่ายๆ แม้ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงสั้นๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่มีผลต่อการเลือกตั้ง ดังนั้น หนทางที่เป็นไปได้มากที่สุดหากผลออกมาในทางลบกับ “บิ๊กตู่” จริงๆ พล.อ.ประวิตร ก็น่าจะรักษาการนายกฯ ยาวๆ ไปจนถึงการประชุมผู้นำเอเปก แม้จะ “ไม่สมูท” แต่เมื่อเป็นไฟต์บังคับแบบนี้มันก็เลี่ยงไม่ได้

และหากพิจารณาถึงความเป็นไปได้มากที่สุดหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ไปต่อ หรือหากออกมาในมุมที่ว่ายังไปได้ จนถึงปี 68 นั่นก็ไปได้อีกสองปี หากออกรูปนี้ถือว่าลำบากสำหรับ “บิ๊กตู่” เพราะวาระที่เหลืออีก 2 ปี มันก็หาเสียงยาก แต่อีกมุมหนึ่งสำหรับ “บิ๊กป้อม” แบบนี้ถือว่าเป็นโอกาส เพราะอย่างน้อยถือว่าเป็น “เกมตามน้ำ” ภาพที่ออกมา “ไม่ได้หักใคร” หรือแย่งใครมา มันเป็นแบบ “ส้มหล่น” ลงใส่เท้า

เมื่อเป็นแบบนี้ ทำให้ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่คึกคักของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมทีมงานที่กำลังเดินหน้าเต็มตัว แสดงความพร้อมสำหรับตำแหน่งผู้นำสูงสุด ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในอนาคต โดยเฉพาะหากสังเกตการ “ปรับลุค” ครั้งใหญ่ ให้มีความกระฉับกระเฉง อย่างน้อยที่เห็นล่าสุดระหว่างลงพื้นที่ภาคอีสาน ที่ “หนองบัวลำภู” ที่ พล.อ.ประวิตร “นุ่งกางเกงยีนส์” สุดเท่ มีการเปิดตัวผู้สมัครของพรรค และแสดงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ที่สำคัญ มีการ “แย้มเรื่องการยุบสภา” ในแบบไม่มีกั๊ก นั่นคือ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ความหมายก็คือ น่าจะยุบสภาในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากประมวลจากคำพูดเก่าๆ ที่เขาเคยพูดก็น่าจะเป็นช่วงปลายปี หรือไม่เกินต้นไปหน้า หลังจากการประชุมเอเปก ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ดังนั้น หากเชื่อมโยงไปถึงแผน “บันไดสามขั้น” ของ “บิ๊กป้อม” ก็ต้องถือว่าให้ไปตามแบบ “ตามน้ำ” นั่นคือ ตามเงื่อนไขที่ “บิ๊กตู่” ไม่ได้ไปต่อ หรือไปต่อได้แค่อีก 2 ปี หากออกรูปนี้ เขาก็รับ “ส้มหล่น” อย่างน้อยที่ผ่านมา ก็ทำหน้าที่นายกฯ มีอำนาจเกือบเต็มมาแล้ว และสเตปที่สอง มีการเลือกนายกฯคนใหม่ ที่น่าจะยืดเยื้อ ซึ่งเชื่อว่า พรรคพลังประชารัฐคงไม่ปล่อยอำนาจหลุดจากมือไปให้พรรคอื่นแน่นอน ดังนั้น ทางออกก็น่าจะไปที่ “ยุบสภา” ตามที่รักษาการนายกฯ ระบุเอาไว้ เพื่อกุมสภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ส่วนสเตปที่สาม ก็ต้องมาวัดกันหลังเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่ายังเป็นการจับขั้วกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่วิน-วิน


กำลังโหลดความคิดเห็น