xs
xsm
sm
md
lg

“คุณหญิงกอแก้ว” และพวก งานเข้าอัยการสั่งฟ้องคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นพลังงานดังในตำนาน **“ลุงตู่” ขอโทษประชาชน ที่ทำไม่สบายใจกับเรื่องวัคซีนในช่วงที่ผ่านมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

** “คุณหญิงกอแก้ว” และพวก งานเข้าของจริงแล้ว เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดีปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอมโอน “วินด์ เอนเนอร์ยี่” หุ้นพลังงานดังในตำนาน

คดีนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 หลังจาก “คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา” ภรรยาของ “พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา” อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และพวก ถูกแจ้งความในข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมในคดีโกงหุ้น “วินด์ เอนเนอร์ยี่” หุ้นพลังงานชื่อดังในอดีต
เรื่องนี้กลายเป็นข่าวฮือฮา เพราะนอกจาก “คุณหญิงกอแก้ว“ เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในวงสังคมแล้ว ข้อพิพาทในการโอนหุ้นวินด์ เอนเนอร์ยี่ ยังมีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ผู้เสียหายถูกปลอมลายเซ็นครั้งนี้ คือ “เกษม ณรงค์เดช” นักธุรกิจชื่อดังของวงการ จึงถือเป็นคดีมหากาพย์ที่คนในแวดวงธุรกิจและวงการตลาดหุ้น ติดตามกันมาต่อเนื่อง

คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา
ว่ากันว่า เมื่อเป็นคดีความทั้งตำรวจและอัยการ ต่างให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ใช้เวลารวบรวมพิจารณาเอกสารหลักฐานต่างๆ มากว่า 3 ปี
ในที่สุด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งเด็ดขาดฟ้อง “คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา” และพวก ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม อันสืบเนื่องมาจากการปลอมลายมือชื่อ (ลายเซ็น) ของ "นายเกษม ณรงค์เดช” ในเอกสารหลายฉบับ และได้นำเอกสารปลอมเหล่านี้ไปใช้ในการโอนหุ้น “วินด์ เอนเนอร์ยี่” มาเป็นของตนเองและพวก
โดยคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุดในครั้งนี้ สอดคล้องกับผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งหน่วยงานรัฐทั้งสองได้ชี้ชัดว่า เอกสารต่างๆ ที่มีลายเซ็นของเกษม เป็นผู้โอนหุ้น และคุณหญิงกอแก้ว เป็นผู้รับโอนหุ้น เพื่อใช้ประกอบในการโอนหุ้น วินด์ เอนเนอร์ยี่ ของคุณหญิงกอแก้ว ทั้งหมดนั้น เป็นการปลอมลายมือชื่อของเกษม ณรงค์เดช ทั้งสิ้น!!

เกษม ณรงค์เดช
นี่ย่อมมีความหมายว่า งานเข้า “คุณหญิงกอแก้วและพวก” ของจริงแล้ว เพราะตามกระบวนการยุติธรรม ขณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่พ้นจากตัวบุคคลฟ้องร้องกัน เมื่ออัยการเชื่อว่า ตามพยานหลักฐานเห็นควรสั่งฟ้องได้ เป็นคดีอาญาที่คุณหญิงตกเป็นจำเลยที่จะต้องพิสูจน์กันในชั้นศาลต่อไป
งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป และแว่วว่าไม่เฉพาะแต่คดีอาญา ข้อพิพาทหุ้นดังในตำนานยังมีคดีความทางแพ่ง เรียกรีองค่าเสียหายรอจ่ออยูอีก..
จากนี้ไปจึงเป็นงานเข้า “คุณหญิงกอแก้วและพวก” อย่างหนักหน่วงแน่นอน



** “ลุงตู่” ขอโทษประชาชน ที่ทำไม่สบายใจกับเรื่องวัคซีนในช่วงที่ผ่านมา... และน่าจะเป็นในอนาคตด้วย !?

“คิกออฟ” ไปแล้วกับการฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ ตาม “วาระแห่งชาติ” ประกาศสงครามกับไวรัสโควิด-19
ตั้งแต่เช้า (7 มิ.ย.) “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง ก็เดินทางไปที่สถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด และทันสมัยที่สุดในอาเซียน เป็นสถานที่เปิดปฏิบัติการ และได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังหน่วยงานส่วนภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และ ภูเก็ต เพื่อสอบถามความเรียบร้อย
หลังจากนั้น “ลุงตู่” ก็ออกเดินถือไมค์ทักทายประชาชนที่มารอคิวฉีดวัคซีน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาปฏิบัติงานในครั้งนี้ พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ทุกคนต้องได้ฉีดวัคซีนแน่นอน แม้จำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนจองไว้จะมากกว่าวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ แต่หลังจากนี้ ก็จะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ที่มีปัญหาเช่นนี้เพราะคนทั่วโลกก็ต้องการวัคซีนเหมือนกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“ลุงตู่” บอกว่า ที่ผ่านมาได้ฉีดวัคซีน ทั้งซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยงไปแล้วประมาณ 4 ล้านโดส และที่เข้ามาลอตใหม่นี้ ก็จัดสรรกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ตามสัดส่วนของประชากร ตามความเสี่ยงของพื้นที่ ตามความเสี่ยงต่อคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ยังมีกลุ่มผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 รวมทั้งฉีดให้ครู เพื่อเตรียมรับการเปิดเทอม
แน่นอน “ลุงตู่” รู้แล้วว่า จากเมื่อก่อนหน้านี้ ประชาชนลังเลว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะ “กลัววัคซีน” เกรงว่าจะเกิดผลข้างเคียง แต่เมื่อทางแพทย์ได้ออกมายืนยัน สร้างความเข้าใจ ประกอบกับผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว ก็ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง หรือเป็นอันตรายให้เห็น อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นทุกวัน มีผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นหลักพัน มีผู้เสียชีวิตมากขึ้นอย่างน่าตกใจ ประชาชนจึงตัดสินใจพร้อมที่จะฉีดวัคซีน
ตามนิสัยคนไทยเมื่อตัดสินใจแล้วก็อยากฉีดเร็วๆ มีช่องทางไหนให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน ก็จะรีบไปลงทะเบียน และเมื่อ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เสนอแนวทาง “วอล์กอิน” เข้าไปฉีดวัคซีนตามจุดให้บริการ ก็มีกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก
แต่แล้ว “ลุงตู่” ผู้ถืออำนาจบริหารแบบ “ซิงเกิล คอมมานด์” ก็ออกมาเบรกเรื่อง “วอล์กอิน“ ด้วยเกรงว่าจะสร้างความสับสน สร้างความไม่พอใจให้ผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า มีการพักลงทะเบียนที่แอปฯ “หมอพร้อม” ยิ่งทำให้ประชาชนสับสน ไม่มั่นใจ... ซึ่งความเป็นจริงที่มิอาจปฏิเสธได้คือ ช่วงนั้นรัฐบาลยังไม่มีวัคซีนอยู่ในมือทีเพียงพอกับความต้องการของประชาชนนั่นเอง
ถึงวันนี้ เมื่อได้รับวัคซีนมาส่วนหนึ่ง และมีการคิกออฟฉีดวัคซีนทั่วประเทศ “ลุงตู่” จึงถือโอกาสขอโทษประชาชนผ่านสื่อ ...

อนุทิน ชาญวีรกูล
“อะไรที่ทำให้ทุกคนไม่สบายใจ ก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน ก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะเราทุกคนตั้งใจว่าจะทำเพื่อคนไทยทุกคน การจะทำอะไรให้คนจำนวนมากมีปัญหาแน่นอน ซึ่งเราปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่แล้ว เราก็ไปหาสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ เพื่อให้ดีที่สุด”
เป็นการขอโทษที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจในช่วงที่ผ่านมา และอาจจะหมายถึงในอนาคตข้างหน้า ที่การฉีดวัคซีนอาจจะต้องสะดุดหยุดลงเป็นบางช่วง ...เพราะเมื่อเริ่มฉีดแล้ว ประชาชนก็คาดหวังว่าอย่างน้อยในเดือนนี้ และเดือนหน้า จะมีการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง
แต่ ณ วันนี้รัฐบาลมีวัคซีนที่พร้อมฉีด คือ แอสตร้าเซนเนก้า 2.04 ล้านโดส และ ซิโนแวค 1.5 ล้านโดส รวม 3.54 ล้านโดส ขณะที่ความตื่นตัวของประชาชนที่เห็นได้ คือ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีคนไปเข้าคิวรอฉีดวัคซีนกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งยังมีเสียงจากต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ผู้ว่าฯ หรือโรงพยาบาลหลายแห่ง บอกว่า วัคซีนตามโควตาที่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้ น้อยกว่าจำนวนประชาชนที่ลงทะเบียนเอาไว้มาก กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลฯ ที่เกรงว่าจะไม่ได้ฉีดตามนัด หรือถูก “หมอเท” จึงร้อนแรงเป็นพิเศษ
แม้ว่า “ลุงตู่” จะพยายามบอกว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดย บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ในประเทศไทย กำลังจะทยอยส่งมอบ และยังมีวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่อยู่ระหว่างเจรจา ระหว่างทำสัญญา ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ รับรองได้ฉีดทุกคน แต่ประชาชนก็ยังรู้สึกว่า ไม่ทันใจ ไม่เชื่อมั่น เพราะนั่นเป็นเรื่องอนาคต !!
ยิ่งการแพร่ระบาดยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงอยู่ในระดับที่น่าไว้วางใจ ...อารมณ์ของประชาชนขณะนี้ คือ ต้องการฉีดโดยเร็ว ในเดือนนี้ เดือนหน้า หรืออย่างน้อยก็ได้ฉีดตามกำหนดเวลาที่ได้รับนัดหมายไว้ ไม่ใช่พอถึงเวลาแล้วบอกว่าวัคซีนขาดช่วง ให้รอไปก่อน
โจทย์ใหญ่ของ “ลุงตู่” ในขณะนี้คือ ทำอย่างไรให้มีวัคซีนฉีดได้อย่างต่อเนื่อง หากขาดช่วงเมื่อไร ทั้งประชาชนและการเมืองฝ่ายตรงข้าม ต้องรุมถล่มแน่ เพราะประชาชนรู้แล้วว่าการบริหารจัดการเรื่องวัคซีน อยู่ในมือลุงตู่แบบเบ็ดเสร็จ... เป็น “ซิงเกิล คอมมานด์” ไง




กำลังโหลดความคิดเห็น...