xs
xsm
sm
md
lg

หัวโจกคุกยาวจนจบคดี สู้แล้วรวยข่าวร้ายสามนิ้ว!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา


หากมองตามสถานการณ์ในเวลานี้สำหรับพวก “ม็อบสามนิ้ว” ถือว่าน่าเลยระดับที่เรียกว่า “ขาลง” ไปไกลแล้ว เพราะน่าจะเป็นแบบ “เรี่ยติดพื้น” เต็มที ทุกเรื่องมีแต่ “ข่าวร้าย” ข่าวลบประดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน เป็นรายวันก็ว่าได้

เริ่มจากเรื่องหลักก่อน จากคดีความผิดตามมาตรา 112 ที่เกี่ยวกับการ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” และความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความผิดตามมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง รวมถึงความผิดอื่นๆ ที่คดีเดินมาถึงขั้นตอนอัยการสั่งฟ้องต่อศาลอาญา จนเป็นที่รับรู้กันไปแล้วว่าศาลไม่ให้ประกันตัวหรือปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี โดยให้เหตุผลในความหมายที่ว่าจำเลยมีการกระทำผิดซ้ำๆ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย กระทำในลักษณะหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เหมือนกับย่ำยีหัวใจคนไทยส่วนใหญ่ รวมไปถึงคดีดังกล่าวมีโทษสูง จึงยกคำร้องปล่อยตัวชั่วคราว

แม้ว่ามีความพยายามขอยื่นประกันตัวรวมแล้วจำนวนถึงสามครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงขนาดที่หากเรียกกันแบบบ้านๆ ก็บอกว่า “ใช้คนแก่” ที่เคยเป็นครูบาอาจารย์ อย่างนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือก่อนหน้านั้นก็พยายามใช้ชื่อของอาจารย์มหาวิทยาลัยกว่าสองร้อยคน ลงชื่อกดดันให้ศาลปล่อยตัว แต่ก็ไม่เป็นผล โดยศาลย้ำว่า “ยังไม่มีเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่ง”

ต่อมาทนายความของ “แกนนำสามนิ้ว” ก็ได้ยอมรับว่า หากเป็นแบบนี้ก็จะต้อง “ถูกขังจนกว่าการพิจารณาคดีเสร็จสิ้น” ความหมายก็คือ “คุกยาว” เพราะกว่าพิจารณาคดีเสร็จสิ้น ก็คงใช้เวลาเป็นปี สองปี หรือสามปี โดยหลังจากนี้จากการเปิดเผยออกมาจากจำเลยในคดีนี้ที่บอกว่าอีกไม่กี่วันก็จะถูก “แยกแดน” คือจะแยกย้ายกันไปคุมขังตามแดนต่างๆ นั่นเอง

เพื่อทบทวนความจำกันอีกทีว่า แกนนำม็อบสามนิ้วที่ถูกขัง “คุกยาว” ในครั้งนี้ ในล็อตแรกมีจำนวน 4 รายก่อน อันประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม (หมอลำแบงค์) และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข

เมื่อพูดถึงล็อตแรกแล้วก็ย่อมมี “ล็อตสอง” ซึ่งมีจำนวน “ชุดใหญ่” สิบกว่าคน ร่วมๆ ยี่สิบคน ในจำนวนนี้มีชื่อของน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” และ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” รวมอยู่ในรายชื่อกลุ่มนี้ด้วย โดยล่าสุดทางอัยการได้นัดส่งฟ้องในต้นเดือนหน้าแล้ว โดยพวกเขาถูกฟ้องในคดีความผิดในลักษณะเดียวกันกับ 4 คนแรก ที่ศาลไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีในเวลานี้

นั่นถือว่าเป็นข่าวร้ายเฉพาะตัว ที่บรรดาแกนนำที่ก่อนหน้าแสดงท่าที “ห้าวจัด” กระทำความผิดในแบบที่ว่า ไม่เกรงกลัว มีการกล่าวาจา “จาบจ้วง” พระมหากษัตริย์ และสถาบันฯ ในแบบที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน โดยบางครั้งอาจมองว่าเป็นเพราะความ “คึกคะนอง” ตามประสาคนหนุ่มสาวอยู่ในวัยนักศึกษา คิดว่าเท่ ได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง หรือคิดว่าไม่ถูกดำเนินคดี มีคนค่อยช่วยเหลือ หรือแม้แต่คิดว่ามีมวลชนจำนวนมากให้การสนับสนุนหรือเปล่า ถึงได้กล้าทำขนาดนี้ เพราะหากพิจารณาจากจำนวนคดีที่พวกเขาถูกตั้งข้อหา แต่ละคนมีไม่ต่ำกว่า 20 คดี บางคนทะลุไปถึงเกือบร้อยคดี

โดยเฉพาะความผิดสองมาตราหลัก คือมาตรา 112 และมาตรา 116 ที่ถือว่ามีอัตราโทษสูง และอย่างที่เห็นคดีแรก “ก็โดนแล้ว” นั่นคือ 4 แกนนำชุดแรก ก็ “คุกยาว” ไปตลอดจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น หลายคนบอกว่าน่าจะราวๆ สามปี แต่น่าสนใจก็คือยังมีอีกหลายคดีในลักษณะเดียวกันที่จ่อเข้ามายาวเป็นหางว่าว เมื่อรวมกันแล้วก็น่าจะ “ติดคุกเป็นร้อยปี” หรือเปล่า แม้ว่าในทางกฎหมายจะจำคุกจริงได้แค่ไม่เกิน 50 ปีก็ตาม แต่ของแบบนี้แค่วันเดียวในคุกมันก็ทรมานแค่ไหนแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีผลต่อเนื่องกันมาในช่วงหลังก็คือ พวกเขากำลังถูกมองว่ากำลังเข้าสู่ช่วง “ขาลง” อย่างฮวบฮาบ เนื่องจากมีแต่ข่าวความแตกแยกกันภายในอย่างรุนแรง มีการแยกวงด่าทอกันเอง ไม่เว้นแต่ละวัน บรรดา “นายทุน” ผู้สนับสนุนก็มีแต่ข่าวอื้อฉาว เพราะหากพูดถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคนในครอบครัวก็ล้วนมีข่าวอื้อฉาวในเรื่องทุจริตฉ้อฉล เสียราคา “นักสู้เพื่อความเสมอภาค” ทำลาย “อภิสิทธิชน” ลงไปโดยพลัน

หรือแม้แต่ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก็มีการกล่าวหา หรือ “แฉ” กันออกมาว่าบรรดาแกนนำมีชื่อบางคน “มีเงินในบัญชี” คนละหลายล้านบาท บางคนถึง “หลักหลักห้าร้อยล้านบาท” ทำให้ถูกเยาะเย้ยถากถางว่า “สู้แล้วรวย” แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันว่าจริงหรือไม่จริง แต่ก็ยังไม่มีใครออกมาปฏิเสธ หรือแสดงบัญชีธนาคารของตัวเองเพื่อพิสูจน์

แต่ถึงอย่างไรมันก็สร้างความสั่นสะเทือนในด้านภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้หนักลงไปอีก มันถึงได้บอกว่าทุกวันนี้ “มีแต่ข่าวร้าย” ประดังเข้ามาทุกทิศทาง เพราะเรื่อง “คุกยาว” กับเรื่องเงินในบัญชีคนละหลายล้านบาท มันถือว่าบั่นทอนจิตใจจนเกินจะทนทานไหว!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...