xs
xsm
sm
md
lg

ลุ้นไปด้วยกันคุก-ไม่คุก กับ"สามนิ้วล็อต2"วันนี้ !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล - ภาณุพงศ์ จาดนอก - ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์
เมืองไทย 360 องศา









จะเรียกว่านับถอยหลังระทึกใจก็ว่าได้ สำหรับพวกแกนนำ“ม็อบสามนิ้ว”ในชุดที่สอง อันประกอบด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง”นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์”นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ“ไผ่” นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง นายชูเกียรติ แสงวงศ์ นายธนชัย เอื้อฤาชา นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ“ครูใหญ่”นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก นายภัทรพงศ์ น้อยผาง นายณัทพัช อัคฮาด นายณัฐชนน ไพโรจน์ นายธานี สะสม นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ นายสิทธิทัศน์ จินดารัตน์ นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นายธนพ อัมพะวัต และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ“แอมมี่”

ทั้งนี้ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 (รัชดาภิเษก) พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม จะส่งตัวผู้ต้องหาแกนนำและผู้ชุมนุม คดี 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร จำนวนทั้งหมด 19 คน ในข้อหาความผิด มาตรา112 บางส่วน บางคน และ ข้อหามาตรา116 ทุกคน ให้กับพนักงานอัยการ

 หากพนักงานอัยการสั่งฟ้อง และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทุกคนจะต้องถูกขังและส่งตัวเข้าเรือนจำทันที!!



แน่นอนว่าหากมองลึกเข้าไปในใจของแต่ละคน เชื่อว่าต้อง “ลุ้นกันระทึก”ตลอดเวลาทีเดียว เพราะไม่ว่าใครก็ตาม ต่อให้ภายนอกจะแสดงให้เห็นว่า“เข้มแข็ง”กล้าหาญเพียงใดก็ตาม แต่เชื่อว่าก็ต้องมีความหวั่นไหว เมื่อถึงเวลาที่จะต้องมาลุ้นกับการต้องถูก“คุมขัง”หรือต้อง“ติดคุก” กันทั้งนั้น ยิ่งเป็นพวกเด็กๆ ที่เป็นเยาวชน ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบอิสระ ทำตามใจที่ต้องการ ก็ยิ่งต้องหวั่นไหว หวาดกลัวเป็นธรรมดา

ขณะเดียวกัน หากพิจารณาเน้นให้เห็นถึงเส้นทางของแต่ละคน ของกลุ่มคนเหล่านี้ จะว่าไปแล้วทุกอย่างดำเนินมาตามขั้นตอน และเริ่มถึงเวลาที่กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม“ปลายน้ำ”แล้ว นั่นคือเริ่มมีคดีที่ทยอยเข้าสู่การพิจารณาสั่งฟ้องของอัยการ และเข้าสู่การพิจารณาของศาล และหากรับฟ้อง ก็เข้าสู่สถานะ “จำเลย” เต็มขั้น กำลังเริ่มเลยขั้นตอนผู้ต้องหา แม้ว่าในทางหลักการที่ระบุว่าตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุดก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ตาม แต่นาทีนี้เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ต้อง “หนาวสุดขั้ว” นั่นแหละ

และยิ่งย้อนเวลาเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน พวกแกนนำ “ม็อบสามนิ้ว” ชุดแรกอันประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม แกนนำกลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มราษฎร หลังจากทั้ง 4 คนถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวกับจำเลยทั้ง 4

ทั้งนี้พวกเขาถูกอัยการสั่งฟ้องในความผิด ป.อาญา ม.112 ม.116 ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ป.อาญา ม.215 ฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กีดขวางทางสาธารณะฯ ร่วมกันกีดขวางการจราจรฯ, ตั้งวางวัตถุบนถนนอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฯ ทำลายโบราณสถาน ทำให้เสียทรัพย์ฯ และร่วมกันโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ รวม 11 ข้อหา กรณีการชุมนุม 19-20 ก.ย. 63 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.286/2564 นายพริษฐ์ถูกฟ้องเพียงคนเดียวในข้อหาความผิด ป.อาญา ม.112 กรณีการชุมนุมม็อบเฟสต์ 14 พ.ย.63
โดยศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าความผิดตามฟ้องมีอัตราโทษสูง การกระทำตามฟ้องมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความวุ่นวายขึ้น และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยจำเลยขึ้นปราศรัยด้วยถ้อยคำที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ กระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนชาวไทยผู้จงรักภักดีอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังปรากฏพฤติการณ์ของจำเลยว่าถูกกล่าวหาดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดในลักษณะทำนองเดียวกันในคดีอื่นอีก เมื่อพิจารณาประกอบคำคัดค้านของพนักงานอัยการโจทก์แล้ว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาแล้ว จำเลยอาจจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายหรือความเสียหายประการอื่นอีก และน่าเชื่อว่าจำเลยอาจจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างพิจารณา คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ทำให้ต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป


  ดังนั้นหากพิจารณากันตามความรู้สึกของแกนนำ “ม็อบสามนิ้ว” ในล็อตที่สองอีกชุดใหญ่ ที่จะต้องลุ้นระทึกกันในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ว่าหากอัยการสั่งฟ้องก็ต้องมารอดูกันว่าศาลจะให้ประกันตัวออกระหว่างการพิจารณาคดีหรือไม่ หรือว่า จะซ้ำรอยชุดแรกที่ศาลไม่ให้ประกัน รวมไปถึงยังยกคำร้องอุทธรณ์ไปหมาดๆเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าความผิดมีอัตราโทษสูง และมีการกระทำซ้ำๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ทำร้ายความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันเมื่อดูจากข้อหาของ ล็อตสอง ก็ถือว่าข้อหาไม่ต่างกัน พฤติกรรมก็ไม่ต่างกัน แม้ว่านาทีนี้พอคาดเดาออก แต่ก็ต้องรอฟังดุลพินิจของศาลก่อนว่าจะออกมาอย่างไร ลุ้น คุก-ไม่คุก !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...