xs
xsm
sm
md
lg

เงียบแต่ไม่หาย! “อานนท์” ปลุกสะท้านฟ้า “ไตรรงค์” จวกนัก ปชต.กับ เดรัจฉาน “พุทธะอิสระ” อ่าน “3 นิ้ว” ทะลุ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายอานนท์ นำภา จากแฟ้ม
“อานนท์” ยังอยู่ ชู “ปรากฏการณ์สะท้านฟ้าฯ” หนังสือต้องห้าม ขอกำลังใจช่วย “ณัฐชนน” โดน ม.112 “ไตรรงค์” เดือด ฉะแหลก นัก ปชต. คลั่งใช้สิทธิเสรีภาพ ไม่สน กม. ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน ! “พุทธะอิสระ” ชี้ “3 นิ้ว” จะกลับมา

ภาพ ปกหนังสือต้องห้่าม จากเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (11 ม.ค. 64) เฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา ของ นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร 2563 โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

ภาพ นายณัฐชนน ไพโรจน์ จากเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา
“กลายเป็นหนังสือต้องห้ามแล้วครับ สำหรับหนังสือเล่มนี้ ความจริงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ กลายเป็นเรื่องที่ห้ามพูดในสังคมไทย จะดีจะเลวแค่ไหนก็ห้ามวิพากษ์วิจารณ์

แต่ก่อนอาจทำได้ที่สามารถกดหัวคนให้เชื่องเป็นวัวควาย แต่ตอนนี้คนตื่นแล้ว และในโลกสมัยใหม่เขาไม่ยอมรับการกดหัวแบบนั้นแล้ว เขาเชื่อว่า คนเท่ากัน

ร่วมขบวนต่อสู้ไปกับพวกเรา ให้กำลังใจเพื่อนเรา แล้วเราจะชนะร่วมกัน”

ภาพ แกนนำที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา จากเฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak
ก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ของ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ก็โพสต์เช่นกันว่า

“วันพรุ่งนี้ 11 มกราคม 2564 ผู้ต้องหา ม.112 ทั้งหมด 4 คน จะมีการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

สภ.คลองหลวง ได้แก่ ณัฐ หรือ ณัฐชนน ไพโรจน์
(กรณีครอบครองหนังสือปกแดง “ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า”)

สน.บุปผาราม ได้แก่
1. ธนกร ภิระบัน (น้องเพชร เยาวชนอายุ 17 ปี)
2. ชูเกียรติ แสงวงศ์ (นุก หรือ จัสติน)
3. วรรณวลี ธรรมสัตยา (ตี้ พะเยา)

เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ covid-19 ในช่วงนี้ ทางเราจะมีการให้กำลังใจผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ผ่านช่องทางออนไลน์ Live Meeting ทางหน้าเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม...”

#ยกเลิก112
#แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

ภาพ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โพสต์ข้อความ ระบุว่า

“#นักประชาธิปไตยกับสัตว์เดรัจฉาน

(1) นักประชาธิปไตยที่ #คลั่งการใช้สิทธิเสรีภาพของตน โดยไม่สนใจปฏิบัติตามกฎหมาย จารีตประเพณี และศีลธรรม (ประพฤติผิดทั้งกาย วาจา ใจ) ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น รวมทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ เกียรติยศ และชื่อเสียงของประเทศอันเป็นที่เกิดของโคตรเหง้าของตน มันจะ #แตกต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน ผู้ไม่เคยมีความรู้สึกกตัญญูกตเวทีต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้มันเกิดอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบันแห่งมัน

(2) หวังว่า ประชาธิปไตยในไทยจะไม่สร้าง ฝูงสัตว์ ในคราบของมนุษย์ผู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และมีความประพฤติดังกล่าวในข้อ 1 ซึ่งกลายเป็นฝูงชน (สัตว์) ที่บ้าคลั่ง พร้อมจะทำชั่วทั้งกายทุจริต วาจาทุจริต และมโนทุจริต #เพียงเพื่ออยากจะได้ในสิ่งที่พวกตนต้องการ แม้ความต้องการนั้นจะไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ก็ตาม

มันเคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย ในฮ่องกง และเพิ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่รัฐสภาของสหรัฐฯ ประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของนายโจ ไบเดน เหนือ นายโดนัลด์ ทรัมป์

#นั่นมันสัตว์ชัดๆ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ผู้มีจิตใจเจริญกว่าสัตว์เขาจะทำกัน ระบอบประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองสำหรับคนที่เจริญทางจิตใจแล้วเท่านั้น จึงขอให้พวก *นักการเมืองสี่ขาชิงหมาเกิด* ทั้งที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ทุกมุมของโลก รวมทั้งที่อยู่ในประเทศไทย โปรดจำใส่กะโหลกเอาไว้ด้วยนะครับ ...สวัสดีปีใหม่ครับ”

ภาพ จากเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)”
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน “พุทธะอิสระ” อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และอดีตแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ระบุว่า

เห็นว่าเงียบ อย่าคิดว่าจะไม่เกิดอะไร

11 มกราคม 2564

หลายคนถามเข้ามาว่า พักนี้ทำไมพวกม็อบ 3 นิ้ว ดูจะเงียบๆ ทั้งที่ข้อเรียกร้องก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ตอบแบบไม่ต้องคิด ไม่ซับซ้อน เอาง่ายๆ

เมื่อใดการเมืองของสหรัฐฯยังไม่ชี้ชัด ภายในประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังไม่สงบ ลิ่วล้อม็อบสามนิ้ว ก็ยากที่จะก่อตัว

ซึ่งยุทธวิธี ท่อน้ำเลี้ยง และกำลังเสริม ล้วนแล้วแต่เป็นนายใหญ่ประชาธิปไตย เป็นผู้ให้มาทั้งนั้น

อีกทั้งการเมืองในระดับท้องถิ่นของแนวร่วม ก็พ่ายแพ้หัวทิ่มบ่อ แบบหมอไม่รับเย็บ

ตราบใดที่ประเทศประชาธิปไตยตัวพ่อ ยังไม่ชี้ทิศทางการเมืองระหว่างประเทศลงมา และหัวหน้าแนวร่วมภายในประเทศ ยังไม่หายเมายาแก้แพ้

บ้านเมืองไทยในวิกฤตโควิด ก็คงยังจะดูสงบไปอีกพักใหญ่ๆ

ถามว่า แล้วพวกม็อบนักเรียนเลว ที่ออกมาเรียกร้องเรื่องการเรียนออนไลน์ แต่มาจบลงตรงยกเลิกมาตรา 112

เรียกว่า ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่จบลงท้ายดันกลายเป็นบ้องกัญชา

ถามว่า มีการชุมนุมในสถานการณ์โรคระบาดและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ แสดงว่า ปี่กลองการชุมนุมจะเริ่มขึ้นแล้วใช่ไหม

ตอบว่า มองได้สองอย่าง

อย่างแรก เป็นการหยั่งเชิง ลองเรียกแขกดูว่าจะมีมวลชนเข้าร่วมมากน้อยแค่ไหน

อย่างที่สอง เป็นการสำรวจกระแสว่า ยังมีผู้เห็นด้วยต่อข้อเรียกร้อง และแสดงออกแค่ไหน เพื่อจะนำมากำหนดแผนขับเคลื่อนมวลชน และเรียกความสนใจต่อนายทุนว่า จะทุ่มงบมาให้เท่าไหร่ต่อไปในอนาคต”

แน่นอน, ต้องยอมรับ ช่วงนี้การเคลื่อนไหวทางการเมืองของม็อบราษฎร 2563 ดูเงียบเหงาไปกว่าเก่าก่อนอย่างมาก ซึ่งก็ถือว่า เป็นผลดี ที่รัฐบาลและทุกภาคส่วน จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาโรคระบาด โควิด-19 ให้สำเร็จโดยเร็ว

แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีกระแสเอาเสียเลย เพราะยังมีลูกติดพันจากคดีหลายคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาม ม.112 เนื่องจากการชุมนุมของ คณะราษฎร 2563 ที่ผ่านมา หลักใหญ่ใจความก็คือ การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประเด็นที่มีการปราศรัย หรือ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มีความหมิ่นเหม่อย่างมาก

และก็เป็นไปตามการวิเคราะห์ของหลายฝ่ายว่า คดีที่เป็นบ่วงผูกมัดแกนนำทั้งหลาย จะมีผลกระทบหลังการชุมนุม ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนักเบาแตกต่างกันไป จึงพยายามที่จะชี้ให้เห็นมาตลอดว่า ต้องระวัง ไม่ทำผิดกฎหมาย

เหนืออื่นใด สิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือ แม้คนไทยจะฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปได้ แต่ที่ต้องเตรียมรับมืออย่างไม่มีทางหลีกพ้น ก็คือ วิกฤตการเมืองที่จะถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ยิ่งช่วงนั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจมากเท่าไหร่ วิกฤตการเมือง ก็ยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นเท่านั้น เพราะ “วิกฤตเศรษฐกิจ” จะเป็นเหยื่ออันโอชะของ เกมการเมือง

ที่สำคัญ สัญญาณที่เห็นอยู่ในเวลานี้ ถือว่า วิกฤตใหญ่หลวงของไทย และที่แท้จริง อาจไม่ใช่ “โควิด-19” ที่ โลกหวาดกลัวแต่อย่างใด หากแต่มันคือ วิกฤตการเมือง ที่ข้อเรียกร้องของคนรุ่นใหม่ ผ่านม็อบคณะราษฎร 2563 ก็คือ “ปฏิรูปสถาบันฯ” โดยไม่มีข้อยกเว้น และต้องทำให้สำเร็จในรุ่นพวกเขานั่นเอง ลองคิดดูว่า จะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ แค่ไหน และมีทางออกที่ดีได้หรือไม่!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...