xs
xsm
sm
md
lg

รัฐซ้อนรัฐ! “ทักษิณ” พูดแล้ว ถูกใจ “ปวิน” เพจดัง เหน็บเจ็บ กราบไป แซะไป “แรมโบ้” สวน “อยากเป็นผีดิบเอง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก  The METTAD
ในที่สุด “ทักษิณ” ก็พูด “รัฐซ้อนรัฐ” ได้ใจ “ปวิน-3 นิ้ว” ที่อยากฟัง “เพจดัง” เหน็บเจ็บ “กราบไป แซะไป” ทวนความจำคนไทยให้ตาสว่าง “แรมโบ้อีสาน” จวกยับ “แม้ว” อยากมีอำนาจทางการเมือง อยากเป็นผีดิบกระหายอำนาจการเมืองเสียเอง

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (9 ม.ค. 64) เพจเฟซบุ๊ก
The METTAD โพสต์ ข้อความพร้อมภาพประกอบ ระบุว่า
“กราบไป แซะไป”

ภาพ จากเพจเฟซบุ๊ก  The METTAD
รวมทั้งต่อมา เพจเฟซบุ๊ก The METTAD โพสต์ภาพพร้อมคำพูดของ “ทักษิณ” ในอดีต เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน แต่ปัจจุบัน ถิ่นทุรกันดารใน จ.เชียงใหม่ ก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จนร้อนถึง “พิมรี่พาย” ให้ความช่วยเหลือ

โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจรายหนึ่งว่า

“หมู่บ้านแม่เกิบที่ #พิมรี่พาย ขนของขึ้นดอยไปบริจาควันเด็ก อยู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2562 อยู่เขตเลือกตั้งที่ 9 โดยได้ ส.ส.เป็นคนจากพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และสองสมัยตั้งแต่เลือกตั้ง 2554 ส.ส.ที่อยู่ในเขตอำเภออมก๋อย ชื่อ นายศรีเรศ โกฎคำลือ คนของพรรคเพื่อไทย หรือจะ อบจ. นักการเมืองท้องถิ่นใดๆ ก็คนของเพื่อไทยทั้งนั้น ก็เชียงใหม่อะเนอะ ใครๆ ก็รู้ว่าจังหวัดเพื่อไทย แล้วถ้าเลือกเพื่อไทยแล้วดีจริง 20 ปีผ่านไป ทำไมยังไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้าใช้จ๊ะ #พิมรี่พาย”

ภาพ นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ “เฮียบุ๊ง” จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ “เฮียบุ๊ง” ของน้องๆ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ “ท่อน้ำเลี้ยง” ม็อบคณะราษฎร 2563 หรือ ม็อบ 3 นิ้ว โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ตอนเด็กๆ กุเคยสงสัย เก่งขนาดนี้ทำไมไม่เป็นนายกฯ แล้วจะมีนายกฯทำไม ทำไมนายกฯต้องมาทำงานแข่ง
พอโตขึ้นมา... อ๋อ ไอ่สัส รัฐซ้อนรัฐ
ลต.ก็แค่พิธีกรรม จริงๆ แล้วเรามีระบอบการปกครองที่ถาวรและตลอดกาลอยู่แล้วต่างหาก”

ด้าน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์สื่อ “ไทยเอ็นไควเออร์” ยอมรับก่อนรัฐประหาร 49 ยังเดียงสาทางการเมือง ไม่รู้ว่า ไทยเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ว่า

ไม่อยากให้นายทักษิณมองว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นรัฐซ้อนรัฐ หรือเป็นรัฐแบบใด หรือเป็นผู้เดียงสาและไม่เข้าใจสภาวะรัฐซ้อนรัฐของไทยมากนัก จนกระทั่งโดนขับไล่นั้น

นายสุภรณ์ กล่าวว่า อยากให้ดูที่ต้นเหตุถึงการขับไล่มากกว่า ว่า นายทักษิณได้ทำอะไรลงไปบ้าง และสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างไร ซึ่งจะต้องยอมรับความจริงในเรื่องนี้ ไม่มีใครเชื่อว่า นายทักษิณ จะอ่อนเดียงสา แต่เชื่อว่า เป็นเพราะดื้อและมีอัตตาเชื่อมั่นในตัวเองสูงเกินไป ไม่ยอมรับฟังคนที่หวังดีเตือนสติมากกว่า จนทำให้เกิดปัญหามากมายนำมาสู่ความขัดแย้งและความผิดพลาดล้มเหลวในการบริหารบ้านเมือง ปล่อยให้มีการเอื้อประโยชน์กับบริวารและพวกพ้องอย่างมากมาย

ส่วนที่ นายทักษิณ บอกว่า อยากไปให้ไกลจากการเมือง แต่มีผู้มีอำนาจยังคงรังแกเขาอยู่ ผู้มีอำนาจหวาดกลัวเขา เหมือนเป็นผีดิบทางการเมืองนั้น

นายสุภรณ์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่า จะเป็นเหตุผลที่แท้จริง เพราะส่วนตัวเชื่อว่า นายทักษิณ ยังคงอยากมีอำนาจทางการเมือง อยากเป็นผีดิบกระหายอำนาจทางการเมืองเสียเองมากกว่า โดยเห็นจากพฤติกรรมที่ผ่านมาไม่เคยหยุดที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลย

แม้การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบจ.ที่ผ่านมา ยังเข้าไปยุ่งในการหาเสียงเลือกตั้งที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ซึ่งคำพูดดังกล่าว ถือเป็นการพูดใส่ร้ายกล่าวหาคนอื่น และให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ถ้าต้องการยุติบทบาททางการเมืองอย่างจริงจัง ควรนั่งแถลงข่าวให้ชัดเจนเลยว่า จะล้างมือและไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดๆ และนักการเมืองหน้าไหนทั้งสิ้น แม้แต่กลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหลาย หรือพวกแดงล้มเจ้าที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ก็จะไม่มีวันช่วยเหลือสนับสนุนอีกต่อไป ซึ่งอาจทำให้คนไทยส่วนใหญ่เริ่มเชื่อใจขึ้นมาบ้าง

สำหรับการลุกขึ้นมาชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในประเทศไทยเวลานี้ ขอนายทักษิณ คิดทบทวนให้ดีว่า เป็นการชุมนุมที่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการชุมนุมที่ก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ หวังคิดล้มล้างสถาบัน ที่นายทักษิณก็รู้แก่ใจว่า มีกลุ่มบุคคลใดเป็นอีแอบหนุนหลังอยู่ ซึ่งเรื่องก้าวล่วงสถาบันนี้เป็นที่กระทบกับจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีวันที่คนไทยจะยอมเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขวิกฤตของประเทศ ดังนั้น ขอร้องให้นายทักษิณ อย่าคิดสนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังของกลุ่มผู้ชุมนุมเลย ทั้งนี้ ตนเองก็ไม่มั่นใจว่า ที่มีการชุมนุมนั้น แกนนำต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองที่ได้ท่อน้ำเลี้ยงจากใครมาทำการชุมนุม หรือชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ หรือของบุคคลที่เป็นอีแอบอยู่เบื้องหลังกันแน่ เหมือนดังเช่นการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมา

นายสุภรณ์ กล่าวว่า ในอดีตการชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือคนเสื้อแดง เราก็รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร และได้รับทุนสนับสนุนน้ำเลี้ยงจากใคร และต่อสู้เพื่อใคร เป้าหมายคืออะไร ใครคือผู้รอรับผลประโยชน์ ตนคงไม่ต้องไปเล่าเรื่องราวฟื้นฟูความทรงจำในอดีตให้กลับขึ้นมาอีก เพราะตนไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องราวการต่อสู้ในอดีต ที่เคยเจ็บปวด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ถูกหลอกให้มาลงถนนต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของกลุ่มคนบางคน ซึ่งนายทักษิณรู้ดีแก่ใจ

“ผมขอร้องนายทักษิณว่า ถ้ารักและห่วงใยประเทศจริง และอยากไกลจากการเมือง ควรหยุดพูดวิพากษ์วิจารณ์เสียที เพราะยิ่งพูดยิ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจบสิ้น ยืนยันไม่มีอำนาจไหนไปรังแกท่าน อย่าไปคิดว่ามีอำนาจไหนมารังแก จิตคงสับสน คิดมากเลยวิตกกังวลไปเองมากกว่า นายทักษิณเองต่างหาก ที่ต้องยอมรับความจริงว่า ได้รังแกและคิดร้ายทำร้ายตัวเองตลอดมา สาเหตุเกิดจากความเชื่อในอำนาจที่ครอบครองอยู่ จนเกิดความคิดเก่งกล้าท้าทายอำนาจประชาชนมากกว่า จึงนำไปสู่การชุมนุมขับไล่นายกฯและรัฐบาล”

ภาพ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” จากแฟ้ม
นายสุภรณ์ เชื่อว่า ถ้านายทักษิณลองตั้งใจหยุดพูดหยุดวิพากษ์วิจารณ์ สักปีสองปี และไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองจริงๆ อีกเลย ประเทศไทยจะลดความขัดแย้ง ความสงบสุข และสันติสุข จะกลับคืนมามากกว่านี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ ไทยเอ็นไควเออร์ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 64 โดยได้พูดถึงเส้นทางการเมือง การก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี การถูกรัฐประหารโค่นอำนาจ และแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน

นายทักษิณ ได้กล่าวถึงเรื่องการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ซึ่งกลุ่มชนชั้นนำ ไปจนถึงนักการเมืองท้องถิ่นเข้ามารายล้อม ซึ่งในประเทศไทย พันธมิตรที่รายล้อมมักจะเลือกอยู่ข้างคนชนะเสมอ เหมือนสุภาษิตที่ว่า ก่อนหมาจะตายเห็บก็กระโดดหนีก่อน พร้อมกับบอกว่าไทยเป็นรัฐซ้อนรัฐ เรามีบางอย่างอยู่ด้านหลัง

เวลาที่คุณแข็งแกร่ง คุณจะไม่มีปัญหากับพันธมิตร พวกเขาจะซื่อสัตย์ตั้งใจทำงาน แต่พอรัฐซ้อนรัฐเริ่มทำงาน นั่นคือ เวลาที่คุณต้องระมัดระวัง โดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ยอมรับว่า ตอนนั้นไร้เดียงสาและไม่เข้าใจสภาวะรัฐซ้อนรัฐของไทยมากนัก จนกระทั่งโดนขับไล่จากตำแหน่งเอง

นายทักษิณ ยังกล่าวถึงประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ตนเคยเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อพบกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อหาทางประนีประนอม แต่ก็ไม่เป็นผล และในสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของตนเป็นนายกรัฐมนตรี บางครั้งทหารบก โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เห็นด้วยกับการทำข้อตกลงและการพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ พร้อมกับบอกว่า หากโครงสร้างของกองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี เขาย้ำว่า ตอนเป็นนายกรัฐมนตรี เขาสามารถทำให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนได้ แต่สุดท้ายรัฐซ้อนรัฐเริ่มทำงานทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไป

ทักษิณ มองถึงการลุกขึ้นต่อสู้ของกลุ่มนักศึกษาในประเทศไทยเวลานี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามต่อสู้เพื่ออนาคต คนรุ่นใหม่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลังได้รับการศึกษาจากระบบการศึกษาที่มันแย่ โดยนายทักษิณเชื่อว่า การประท้วงของนักศึกษา และกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้น ไม่ได้ว่าจะได้กลับมาประเทศไทยของเขาหรือไม่ เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการที่จะมองหาอนาคตของตัวเองผ่านระบอบประชาธิปไตย ไม่อยากให้ทหารเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย พวกเขาไม่ต้องการการรับรองการรัฐประหารจากสถาบันกษัตริย์

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้ทิ้งท้ายว่า หากทุกฝ่ายพูดคุยกันได้ ทุกอย่างมันจะจบลง อย่าไปพยายามคิดว่า คนที่พูดอะไรตรงข้ามกับเราเป็นคนไม่ดี เราต้องนั่งลง ฟังความเห็น แล้วเราจะเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ดี แล้วประเทศก็จะกลับไปเป็นปกติได้อีกครั้ง
https://www.brighttv.co.th/news/politics/taksin-interview

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 64 เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้ลี้ภัย คดี ม.112 โพสต์ถึงทักษิณ ชินวัตร ว่า

“ขำ ทั้งทักษิณและยิ่งลักษณ์ รวมถึงสำนักข่าวที่หนุนบุคคลทั้งสอง ออกมาปั่นกันแต่เช้า เรื่องความดีงามของคนจากตระกูลชินวัตรทั้งสอง เรื่องความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีต ขณะที่บุคคลทั้งสองก็ออกมาอวยพรปีใหม่กันรัวๆ
ส่วนหนึ่งเพราะรู้ตัวว่า นักศึกษา-ผู้ชุมนุม วันนี้ ก้าวข้ามตัวเองไปแล้ว แต่ก็ยังพลาด เพราะยังไม่มีส่วนไหนของการแสดงความเห็น ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ คิดว่า เราจะไม่มีวันได้ยินคำพูดเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันออกจากปากคนทั้งสอง แต่อย่างว่า คนตระกูลนี้ คือ รอยัลลิสต์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดในสังคมวันนี้ มันเปลี่ยนไปจากยุคทักษิณมากแล้ว คนไทยพูดเรื่องเจ้าอย่างเปิดเผยแล้ว เค้าไม่รอให้นักการเมืองที่หวังผลทางการเมืองของตัวเองมาชี้นำสังคมอีกต่อไป ปีใหม่แล้วแม่งยังคิดอะไรเก่าๆ กากฉิบหาย”

แน่นอน, ประเด็นที่น่าคิดก็คือ อะไรทำให้ “ทักษิณ” ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนอง พาดพิงสถาบันอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งที่ลี้ภัยในต่างประเทศใหม่ๆ จนหลายคนเชื่อว่า ทักษิณ มีปัญหากับสถาบัน และวันนี้ก็กลับไปเหมือนช่วงนั้น แม้ว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และลูกๆ จะแสดงออกว่า จงรักภักดีก็ตาม

สังเกตให้ดี คำว่า “รัฐซ้อนรัฐ” แทบไม่ต้องสงสัยว่า หมายถึงอะไร และคำว่า “พวกเขาไม่ต้องการการรับรองการรัฐประหารจากสถาบันกษัตริย์” เมื่อพูดถึงม็อบเยาวชน นักศึกษา ก็ชัดเจนว่า “ทักษิณ” ตอกย้ำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าเจอกับอะไร แถมพูดถึงการถูกผู้มีอำนาจตามรังแก โดยเห็นเหมือนตนเป็นผีดิบ จนเลิกเล่นการเมืองไม่ได้ มันคืออะไร???

คำพูดเหล่านี้หรือไม่ ที่ “ปวิน” เฝ้ารอ ว่า เมื่อไหร่ “ทักษิณ” จะพูดออกมา อย่างที่โพสต์เมื่อวันปีใหม่

เพราะอย่าลืม ถ้า “ทักษิณ” ยืนข้างม็อบคณะราษฎร 2564 อย่างเต็มตัว สิ่งที่น่ากลัว ก็คือ ท่อน้ำเลี้ยง การรวมพลังอย่างเป็นปึกแผ่นของคนเสื้อแดงและแดงล้มเจ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมี “ทักษิณ” เป็นศูนย์กลาง

ประเทศไทยจะต้องเจอกับอะไร ลองคิดดู!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...