xs
xsm
sm
md
lg

เผือกร้อน “น้องชายธนาธร” จ่ายสินบนแลกฮุบที่หลวงรอดคดี อัยการทนกระแสสังคมไม่ไหว ออกมาคายปมให้รอตำรวจสอบสวนความผิด ** ดีล “ต้อย สนธิญาณ” ยึดช่อง NewTV18 เป็นฐานปฏิบัติการ “ไอโอ” ให้ลุงๆ ทำท่าสะดุด เมื่อหลายปัจจัยแทรก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์







ข่าวปนคน คนปนข่าว

**เผือกร้อน “น้องชายธนาธร” จ่ายสินบนแลกฮุบที่หลวงรอดคดี อัยการทนกระแสสังคมไม่ไหว ออกมาคายปมให้รอตำรวจสอบสวนความผิด คดีปลอมแปลงเอกสารราชการของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ที่มี “น้องชายธนาธร” สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นผู้ว่าจ้าง สัญญาวงเงินสูงถึง 500 ล้าน โดยจ่ายเงินกันไปแล้ว 20 ล้าน จำเลยมีสองคน รับสารภาพและถูกพิพากษาจำคุกไปแล้วแต่ น้องชายธนาธร ยังไม่ถูกตั้งข้อกล่าวหา

งานนี้สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะขณะที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะก้าวหน้าในวันนี้ แสดงจุดยืนสนับสนุนคณะราษฎรต่อการปฏิรูปสถาบันฯ และตรวจสอบสำนักงานทรัพย์สินฯ แต่คนในครอบครัวกลับมีความต้องการเข้าไปแสวงหาประโยชน์จากการพัฒนาที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ มีชื่อพัวพันในฐานะคนจ่ายเงินใต้โต๊ะ โดยมีกระแสเรียกร้องให้ “อัยการ-ตำรวจ” ออกมาให้คำตอบกับสังคม ด้วยเกรงจะซ้ำรอยคดี “บอส กระทิงแดง” ที่กระบวนการยุติธรรมเอื้อประโยชน์ให้กับตระกูลร่ำรวย
หลังจากเงียบกริบมาหลายวัน เมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.) อัยการก็ทนความกดดันของกระแสสังคมไม่ไหว ส่งทีมงานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดยกขบวนออกมาไขปมคดีนี้ ... เหตุใดที่ผ่านมาจึงไม่ได้ฟ้อง “สกุลธร” นั่นเพราะ พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนความผิดของ “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” รวมทั้งไม่ได้ตั้งเป็นผู้ต้องหา และไม่มีการสอบปากคําใดๆ ไว้ในสํานวน โดยพนักงานสอบสวนได้สรุปไว้ในรายงานการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการว่า ... ในส่วนของ “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยแยกสํานวนดําเนินคดีต่างหากออกจากคดีนี้

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ดังนั้น พนักงานอัยการสํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายปราบปรามการทุจริต 4 จึงไม่มีความเห็น และคําสั่งทางคดีในส่วนของ “สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ” รวมทั้งพนักงานอัยการไม่ได้แนะนําพนักงานสอบสวนให้ดําเนินคดี เนื่องจากพนักงานสอบสวนระบุไว้ในสํานวนชัดแจ้งว่า “อยู่ระหว่างดําเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน” และแยกสํานวนคดีดังกล่าว เมื่อมีการจัดส่งสํานวนมาให้พนักงานอัยการพิจารณา พนักงานอัยการ ก็จะได้ดําเนินการตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อไป
ส่วนโอกาสที่ “สกุลธร” จะรอดหรือไม่ อยางไร ? “อิทธิพร แก้วทิพย์” โฆษกอัยการสูงสุด ขยายความน่าสนใจว่า จากการตรวจสอบสำนวน ในช่วงต้นปี 2560 ผู้ต้องหารายที่ 2 (สุรกิจ ตั้งวิทวนิช) ซึ่งเป็นนายหน้าค้าที่ดินอิสระขณะนั้น ได้ไปพบกับ “สกุลธร” และมีการนำที่ดินไปเสนอให้เช่าทั้ง 2 แปลงของสำนักงานทรัพย์สินฯ ที่ซอยร่วมฤดี และที่ตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ที่บริเวณชิดลม
“สกุลธร” ให้ความสนใจในที่ดินดังกล่าว และหลังจากมีการตรวจสอบข้อมูลว่า มีที่ดินอยู่จริง “สกุลธร” ได้ติดต่อประสานงาน และทำสัญญาว่าจ้างผู้ต้องหาที่ 2 เพื่ออำนวยความสะดวก และประสานงานให้ “บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด” มีสิทธิในการเช่าที่ดินโดยมีค่าตอบแทนทั้งสิ้น 500 ล้านบาท ซึ่งหลังจากมีการทำสัญญา ก็ปรากฏว่า มีการปลอมแปลงเอกสาร เพื่อเรียกรับให้ “สกุลธร” จ่ายเงินแล้ว 3 งวด รวม 20 ล้าน ตามที่ผู้ต้องหาสารภาพ และผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็เอาเงินไปแบ่งกัน

ทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
ตอนหลังเมื่อมีปัญหา “สกุลธร” ทวงถามคืนมาได้ 7 ล้าน หลังจากนั้น ก็ปรากฏว่า ทางสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ทราบเรื่องก็เลยมอบอำนาจให้ “นายอิศรา จารุวณิชกุล” ไปแจ้งความในข้อหาปลอมเอกสาร และใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งทางกองปราบฯ ก็สามารถจับกุม ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ได้ และก็มีการดำเนินการสอบสวนมาทั้งหมด
การสอบสวนนั้นก็เสร็จสิ้น และส่งมาถึงพนักงานอัยการ ในเดือน เม.ย. 62 และพนักงานสอบสวนยังได้มีการส่งสำนวนไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ ป.ป.ช. ก็ได้มีหนังสือตอบกลับไปยังพนักงานสอบสวนว่า ให้ดำเนินการสอบสวนต่อไป
ในส่วนท้ายของรายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนได้ขมวดข้อเท็จจริงเอาไว้ว่า... ในส่วนของ “สกุลธร” ผู้ให้เงินแก่ผู้ต้องหาที่ 1 และที่ 2 โดยมีเจตนาให้นำไปให้เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำความผิดต่อหน้าที่ ช่วยเหลือบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ให้ได้สิทธิ์การเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยไม่ผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนปกติ จึงเข้าลักษณะเป็นการใช้ให้ผู้ต้องหาที่ 2 ไปกระทำความผิด “สกุลธร” จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับสกุลธรตามกฎหมายต่อไป
แนวโน้มงานนี้ ดูท่าน้องชายธนาธร ยากจะหนีพ้นบ่วงกรรม ซึ่งก็ต้องติดตามดูกันต่อไป



** ดีล “ต้อย สนธิญาณ” ยึดช่อง NewTV18 เป็นฐานปฏิบัติการ “ไอโอ” ให้ลุงๆ ทำท่าสะดุด เมื่อหลายปัจจัยแทรก

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และทีมงาน
หลังมีข่าวความเคลื่อนไหวของ “ทีมไอโอ” ลุงๆ นำโดย “ต้อย” สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และชาวคณะ ที่ยกขบวนออกจากเนชั่นทีวี กำลังจะมีเวทีออนแอร์ใหม่ ที่ช่อง NewTV18 ของ “ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด” หรือ “คุณแดง” หลังจากเจรจากันมาประมาณ 3 สัปดาห์ โดยมีเจ้าสัว “ชาติศิริ โสภณพนิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของ NewTV18 เข้ามาช่วยเป็นคนกลางในการเจรจา
ข่าวว่า ดีลจบที่ 800 ล้านบาท โดยช่อง NewTV18 เหลืออายุสัมปทานอีกประมาณ 8 ปี และมีสปอนเซอร์หลัก เป็นบริษัทมีชื่อเสียง ที่ไม่กลัวผลกระทบจากการเมือง 6-7 แห่ง ใจป้ำเซ็นใบสั่งซื้อโฆษณาระยะยาว เพื่อการันตีให้แบงก์กรุงเทพ เจ้าหนี้ มั่นใจว่าทางช่องจะมีรายได้จากโฆษณาจ่ายหนึ้ได้แน่นอน...นี่ยังไม่นับ “พ็อกเกตมันนี่” ที่ลุงๆ จะอัดฉีดให้
แพลนว่า “ต้อย สนธิญาณ” จะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ วันที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล จากนั้นจะเริ่ม ออนแอร์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ธ.ค. เวลา 15.00 น.

ชาติศิริ โสภณพนิช
ขณะที่ “เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก ก็โพสต์เฟซบุ๊ก ภาพหมู่ทีมงาน พร้อมข้อความว่า ... สิ้นสุดการรอคอย อีกไม่นานพวกเราจะกลับมาหน้าจอทีวี ในมือถือ บนเฟซบุ๊กไลฟ์ ในยูทูป ไม่ต้องเดาว่าเราจะไปที่ไหน อย่าร้อนรนว่าเราจะเปิดตัววันใด หรือส่องว่าใครทำอะไรบ้าง เพราะจุดหมายที่เราหลอมรวมกัน คือ การทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีต่อประเทศชาติ เราไม่เถียง เราทำ เราไม่นำพากับคำนินทา เราเดินหน้าต่อไป อีกไม่กี่วัน พบกันในวันแถลงข่าว ตอบหมดเปลือก...
ข้อความที่ออกอาการดี๊ด๊าซะขนาดนี้ จึงเหมือนเป็นการคอนเฟิร์มจาก “เจ๊ปอง” ส่งไปถึงแฟนคลับว่า ดีลนี้ชัวร์ !!
แต่คล้อยหลังเพียงวันเดียวจากที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ก็ปรากฏว่า... “เป๊ปซี่” เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ผู้ดำเนินรายการ “แหล่งข่าวเล่ามา” ขาใหญ่ของช่อง NewTV18 ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า... ลือกันว่อนอีกรอบ ...ตรวจสอบกับทางนิว18 ยืนยันวันที่ 21ธ.ค. ยังเป็นผังเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร

ก่อนหน้านี้ ก็ลือกันสะพัดมาแน่นวล วันที่ 1 ธ.ค. มาเที่ยวนี้ยืนยันกันหนักแน่นแบบนี้อีกรอบ... หากมีการปรับผังแบบนี้จะต้องมีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ ผปก.ทราบ ยังเงียบเชียบ...
การเจรจาพูดคุยที่ว่าลงตัวแล้ว จบที่ 800 ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ จากทางนิว18 ลงตัวอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ฟังมาว่า...ยังสะดุดดดดด ครัช..กราฟฟิกที่ระบุว่า พร้อมหน้าจอ 21 ไม่ใช่ของทางนิว18 ทำครับ เลยต้องมาชี้แจงไม่ให้เข้าใจผิด...
อ้าว... ทำไม “เป็ปซี่” โพสต์เหมือนดีลล่ม !!

เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ - ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด
เมื่อไปส่องเฟซฯ “เจ๊ปอง” อีกรอบก็เจอข้อความว่า... ถ้าพวกเราไม่มีทีวีสักช่อง ในวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือตลอดไป จะติดตามเราทางออนไลน์ไหมคะ ถ้าตอบว่าตาม ตามเลยค่ะ อย่าลังเล...
“เจ๊ปอง” ยังโพสต์ภาพคู่กับ “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ร่วมดำเนินรายการ ระบุว่า...ถ้าเราสองคนจัดรายการใน YouTube จะเป็นไงคะ แค่ถามเฉยๆ นะคะ
อ้าว...ทำไม “เจ๊ปอง” ก็มามุกนี้ หรือว่าดีล 800 ล้าน สะดุดดดดด จริงๆ ครัช
มองไปทาง “คุณแดง” หากดีลนี้ลงตัวจบได้ น่าจะเป็นการยกภูเขาออกจากอก เพราะตั้งแต่ได้สัมปทานมาก็ไม่เคยได้ยืนตัวตรง ... แบบว่าต้องแบกหนี้กันหลังแอ่น!! มีตัวเลขที่รายงานกับ กสทช.ยืนยันว่า ช่วงระหว่างปี 57 ที่ได้รับสัมปทาน มาถึงปี 62 ขาดทุนสะสมไปถึง 2,934 ล้านบาท …ดังนั้น “คุณแดง” ไม่น่าจะเล่นแง่
หรือว่า “เจ้าสัวชาติศิริ” ในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่เกิดเฉลียวใจอะไรขึ้นมา เพราะตอนแรกอาจคิดแค่ว่า เข้ามาเป็นคนกลางในดีลนี้... แต่คิดไปคิดมา เอ๊ะ!! คนนอกอาจมองว่า “แบงก์กรุงเทพ” เปิดหน้าโดดลงมาเลือกข้างทางการเมืองแล้ว...เดี๋ยวม็อบก็ติดแฮชแท็ก # แบนแบงก์กรุงเทพ... จะได้ไม่คุ้มเสีย ...เช่นเดียวกับสปอนเซอร์หลัก 6-7 รายที่ว่าพอถึงเวลาเอาจริงอาจจะกลับลำก็เป็นได้
หรือว่าบรรดาลุงๆ เห็นว่า ช่วงที่ทีมนี้หายหน้าไปจากจอ สถานการณ์การเมืองก็ลดดีกรีความร้อนแรงลง แล้วจะหาเรื่องเติมฟืน เติมไฟเข้าไปอีกทำไม... แค่ใช้บริการของ “แรมโบ้-ธนกร” ก็น่าจะเอาอยู่ ...รอดูอีกสักพักเถอะ !!
ก็คงต้องรอว่า “ต้อย สนธิญาณ” จะแถลงว่าอย่างไร 16 ธ.ค.นี้ หวยออกแน่นวล




กำลังโหลดความคิดเห็น