xs
xsm
sm
md
lg

“ชูวิทย์” ชี้หนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณคือการอภัยโทษ เตือนม็อบเด็กเลือกเดินทางนี้ชีวิตจะไม่เหมือนเดิม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ (แฟ้มภาพ)
“ชูวิทย์” เผยหนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงคือการพระราชทานอภัยโทษ ที่นักโทษทุกคนซาบซึ้ง คนไม่เคยติดคุกคงไม่รู้ เตือนม็อบเด็กเลือกเดินทางนี้แล้วชีวิตจะไม่เหมือนเดิม คดีจะตามมาเป็นลูกระนาด ย้ำชีวิตคือความจริง ทุกคนต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ ไม่มีทางลัด

เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ว่า “หนึ่งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง คือ การพระราชทานอภัยโทษให้แก่นักโทษ คนไม่เคยติดคุกคงไม่รู้รสชาติของ “อิสรภาพ” ว่ามันยิ่งใหญ่แค่ไหน 

“ผมติดมาแล้ว 3 รอบ รู้ซึ้งดีว่า แม้อาหารจะอร่อยแค่ไหน หากได้เข้าไปกินในคุกก็เหมือนได้เคี้ยวเม็ดทราย รสชาติมันสู้อยู่ข้างนอกไม่ได้ แต่คนบางคนไม่เข้าใจ คิดว่าได้รับอภัยโทษแล้วออกเลย ต้องขอทำความเข้าใจว่า มันไม่ได้รับอภัยโทษง่ายแบบนั้น 1. ขึ้นอยู่กับชั้นของนักโทษ นักโทษเด็ดขาดทุกคนต้องมีชั้น หากทำความผิดครั้งแรกเริ่มต้นที่ชั้นกลาง ชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม แต่หากเคยต้องโทษมาแล้วก็จะเป็นพวกชั้นเลว กับเลวมาก สัดส่วนการลดโทษจะขึ้นอยู่กับชั้น ส่วนชั้นขึ้นอยู่กับการไม่ทำผิดระเบียบวินัยในระหว่างเป็นนักโทษ ชั้นเยี่ยม ลดโทษ 1 ใน 2 ภาษาคุกเขาเรียกว่า “ผ่าครึ่ง” เช่น โทษ 10 ปี ลด 5 ปี เหลือ 5 ปี ชั้นดีมาก ลดโทษ 1 ใน 3 เช่น โทษ 3 ปี ลด 1 ปี เหลือ 2 ปี ชั้นดี ลดโทษ 1 ใน 4 เช่น โทษ 4 ปี ลด 1 ปี เหลือ 3 ปี ส่วนชั้นกลาง อด ไม่ได้ลด 

2. หากต้องโทษในคดีที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ เช่น คดีทางเพศ ข่มขืน รุมโทรม หรือพวกฉ้อโกงประชาชน คดีแบบนี้ไม่ได้ลด คดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ลด แต่ลดน้อย หรือคดีกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เช่น ม.157 ก็จะได้ลดน้อยเหมือนกัน แทนที่ชั้นเยี่ยมจะได้ลดโทษ 1 ใน 2 ก็จะกลายเป็น 1 ใน 3 

3. การมีพระราชทานอภัยโทษจะทำให้นักโทษได้พักโทษเร็วขึ้น ต้องทำความเข้าใจว่าการพักโทษ คือ ยังมีโทษอยู่ โทษยังไม่ได้หมดไป แต่ให้ไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ เดี๋ยวนี้กระทรวงยุติธรรมเขามีระเบียบเรื่องใส่กำไล EM แล้วให้พักโทษมาอยู่ข้างนอก ยกตัวอย่างเช่น คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ตามข่าวว่าจะได้ออกเดือนมีนาคมปีหน้า ทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดว่าทำไมพ้นโทษเร็วนัก ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วแกได้พักโทษ ซึ่งขั้นตอนก่อนจะพักโทษได้ ต้องมีการสืบเสาะว่าจะอยู่ที่ไหน มีคณะกรรมการพิจารณาอย่างเข้มงวด ไม่ใช่จะออกมาใช้ชีวิตไปไหนมาไหนได้เต็มร้อย อีกทั้งการจะพักโทษได้ ต้องเป็นนักโทษที่ไม่เคยติดคุกมาก่อน เรียกว่า เข้าคุกครั้งแรก ส่วนพวกที่เคยติดคุกแล้วเข้าไปติดอีก เขาเรียกว่าทำผิดซ้ำซาก เช่น ติดคดียา ออกมาแล้วยังไปเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติด หรือเคย ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ออกมาแล้วยังทำผิดซ้ำอีก เขาเรียกว่าผู้ร้ายในกมลสันดาน ไม่ได้พักโทษครับ 

“นักโทษทุกคนล้วนซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่คนไม่เคยติด คงไม่รู้ จนกระทั่งวันหนึ่งต้องเข้าไปอยู่ในนั้น กว่าจะหมดไปได้ในแต่ละวันเวลามันช่างยาวนาน และกัดกร่อนหัวใจ ไหนจะห่วงลูก ห่วงพ่อแม่ ห่วงผัว ห่วงเมีย ห่วงธุรกิจ ยิ่งติดนาน คนข้างนอกเขายิ่งลืม 

“ผมในฐานะศิษย์เก่า อดีตนักโทษ และอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าใจในอุดมการณ์ของคนรุ่นใหม่ทะลุเพดาน แต่ขอเตือนรุ่นน้องด้วยความปรารถนาดีว่า เลือกเดินทางนี้แล้ว จะนั่งก็ไม่ได้ จะยืนก็ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือ วิ่ง ชีวิตจะไม่เหมือนเดิม คดีจะตามมาเป็นลูกระนาด 

เรื่องของความเชื่อ บางครั้งมันก็สวนทางกับความจริง เพราะชีวิตคือความจริง, ความจริง คือ ประสบการณ์, ประสบการณ์ คือ ความรู้, ความรู้ คือ ความฉลาด ไม่มีทางลัดที่จะกระโดดข้ามขั้นตอนได้ ทุกคนต้องเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้น” นายชูวิทย์ระบุ


กำลังโหลดความคิดเห็น