xs
xsm
sm
md
lg

บาดลึก! “อดีตรองอธิการฯ มธ.” แนะอาจารย์หยุดสอน “หยุดรับเงินเดือน-ลาออก” “แก้วสรร” ซูฮก “20 ข้อ” เชือดนิ่มๆ ม็อบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นักวิชาการยื่น 1,118 ชื่อ จี้ให้นายกฯลาออก และขู่นัดหยุดสอน
มิใช่ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง แต่จะเรียกอะไรคิดเอาเอง “อดีตรองอธิการบดี มธ.” โต้ 1,118 อาจารย์ แนะสองทางเลือก “หยุดรับเงินเดือน-เปลี่ยนอาชีพไปเลย” “แก้วสรร” เขียนเองว่าคมแล้ว คราวนี้ซูฮก “20 ข้อ” เชือดนิ่มๆ โดนใจสุดๆ

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (23 ต.ค. 63) เฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr ของ รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความระบุว่า

“เมื่อผมเห็นข่าวว่า มีอาจารย์ 1,118 คน เข้าชื่อจี้ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล หากรัฐบาลไม่ตอบสนองจะนัดหยุดสอนทั่วประเทศ ผมคิดอยู่นานว่าผมควรจะแสดงความเห็นต่อการเคลื่อนไหวของอาจารย์กลุ่มนี้หรือไม่

วันนี้ได้ข่าวอีกว่า มีอาจารย์อีกท่านหนึ่งประกาศจะหยุดไปสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง จนกว่ามหาวิทยาลัยจะเลิกรับใช้อำนาจนิยม หรืออำนาจเผด็จการ เพียงเพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจที่มีการชุมนุมของนักศึกษา และมีนักศึกษาบางคนไปฉีกพระบรมฉายาลักษณ์ และระบุว่าเป็นเรื่องไม่สมควร และไม่ควรจะเกิดขึ้น

การแสดงออกของอาจารย์ท่านนี้ ย่อมมีนัยประการใดประการหนึ่งใน 2 ประการ ประการแรก ไม่เห็นด้วยว่าการฉีกรูปพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นการไม่สมควร ประการที่ 2 อาจารย์ท่านนี้ไม่ทราบเลยว่ามีการกระทำดังกล่าว นึกว่า มีแต่การชุมนุมอย่างเดียว

เห็น 2 กรณีนี้แล้ว จึงอดที่จะแสดงความเห็นไม่ได้

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า รายชื่อ 1,118 รายชื่อนั้น ไม่ใช่อาจารย์ทั้งหมด มีทั้งอาจารย์ นักวิชาการอิสระ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ฯลฯ

หน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัยก็คือ หน้าที่การสอน ทำวิจัย เขียนตำรา และบทความทางวิชาการ แต่หน้าที่หลักที่จะไม่ทำไม่ได้ก็คือ หน้าที่สอน

เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง หากอาจารย์จะเอาเรื่องการเมืองนอกมหาวิทยาลัยมาปะปนกับหน้าที่และความรับผิดชอบหลักของตัวเองภายในมหาวิทยาลัย

การจะออกไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองนอกมหาวิทยาลัย อาจารย์จะต้องทำหน้าที่ของตัวเองในมหาวิทยาลัยให้สมบูรณ์ก่อน

สำหรับอาชีพอาจารย์ สิ่งสุดท้ายที่จะนำมาเป็นเครื่องต่อรองเรื่องใดก็ตาม คือการประกาศหยุดสอน เพราะนั่นเป็นการกระทำที่ขัดกับหลักจรรยาบรรณของอาจารย์โดยตรง

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร
หากจะประท้วงรัฐบาลด้วยการหยุดสอนจริงๆ มีอยู่ 2 วิธีที่จะทำให้การหยุดสอนมีความชอบธรรมได้

หนึ่ง คือ ประกาศหยุดรับเงินเดือนไปด้วยพร้อมกัน หรือ

สอง คือ เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นไปเลย

เช่นนี้ จะไม่มีใครว่าอะไรท่านได้อย่างแน่นอน”

ขณะเดียวกัน วานนี้ นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง “ผู้ใหญ่ตอบเด็ก” มีเนื้อหาดังนี้ “ทุกวันนี้แม้จะยังเจ็บป่วยจนไม่อาจคิดเขียนอะไรได้ถนัด แต่ผมก็ยังพยายามติดตามกระแสคิดเรื่องม็อบล้มเจ้าในโซเชียลฯ อยู่ตลอดเวลา รับคีโมไป ก็อ่านไป จนได้พบข้อเขียนหนึ่งที่น่านับถือมากในความเข้าใจโลกที่ลึกซึ้ง ถือเป็นคำตอบต่อคนในม็อบได้ดียิ่ง จึงขอถ่ายทอดมายังทุกท่านตามควร ขอให้อดทนอ่านไตร่ตรองตามไปช้าๆ อย่าด่วนกดไลค์กดแชร์จนสิ้นคิดเหมือนม็อบโซเชียลฯ นะครับ

ถ้ามีคนด่าพ่อแม่คุณว่า “ควาย” แล้วพยายามบอกว่า คุณไม่ควรโกรธ เพราะควายเป็นสัตว์ธรรมดาตัวหนึ่งมีชีวิตเหมือนมนุษย์และสัตว์อื่นๆ เป็นถึงสัตว์ประจำชาติของประเทศฟิลิปปินส์ มีพละกำลังมาก ใจดี ไม่ดุเหมือนวัว ฯลฯ ขอถามว่า...คุณจะรับได้มั้ย?

แม้ฉันจะไม่รู้สึกอะไรกับคำว่าควายที่คนใช้ด่ากันทุกวันนี้ แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป็นคำที่แรง จะถูกใช้เมื่อผู้พูดโกรธและต้องการทำร้ายน้ำใจอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อพูดไปแล้วด้วยอารมณ์ จนทำให้อีกฝ่ายโกรธและตอบโต้บ้าง จะแถทำเป็นเอาเหตุผลมาหักล้างมันใช้ไม่ได้

การประท้วงรอบนี้ เดิมทีฉันมองอยู่ห่างๆ อย่างคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร ฉันเองก็เคยเข้าร่วมประท้วงมาหลายครั้งไม่ได้ต่างจากพวกคุณ แต่นานๆ เข้า ฉันคิดว่ามันมีหลายมุมที่มันชักจะไปกันใหญ่ เกินเลยจากกรอบอุดมการณ์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่พอใจ ตามความเห็นของฉัน ในฐานะคนที่มีสิทธิเสรีภาพคนหนึ่งฉันก็อยากแสดงความคิดเห็นของฉันบ้าง ดังนี้

1. คุณเหยียบย่ำศรัทธาผู้อื่นด้วยเหตุผลที่คุณพยายามแถ เหตุผลอาจเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้นอยู่ข้อมูลที่คุณมี แต่ศรัทธาเป็นสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล เช่น การศรัทธาในพระเจ้า ในศาสนา ในประเทศชาติ ในสถาบันกษัตริย์ ในบุญคุณของพ่อแม่ ฯลฯ

2. คำพูดและการกระทำที่รุนแรงของพวกคุณ ทำให้คนจำนวนมากที่เขาไม่อยากยุ่งหรืออาจกำลังเห็นด้วยกับคุณ เห็นว่าคุณขาดสติ และเปลี่ยนใจที่จะสนับสนุนคุณ เขาอาจจะต่อต้านหรือรังเกียจคุณ ยิ่งพวกคุณทำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการเรียกแขกมากเท่านั้น

3. การที่คุณสวมชุดนักเรียน นิสิตนักศึกษา หรือสอนหนังสือตามสถาบันต่างๆ ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าคุณ ปัญญาชน เพราะคนที่เขาใช้ชีวิตรูปแบบอื่น ทำมาหากิน ประกอบธุรกิจการงานต่างๆ จำนวนไม่น้อย มีการศึกษา สติปัญญาและระดับจิตใจสูงส่งจำนวนมาก แค่รั้วโรงเรียน ระดับเกรดเฉลี่ย ไม่ได้บ่งบอกระดับสติปัญญาแต่อย่างใด

4. คุณจะคิดว่า ตัวเองฉลาดก็ได้ แต่อย่าคิดว่าคนอื่นโง่ ที่เขาไม่พูดไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องหรือเห็นด้วยกับคุณ

5. การที่คุณ เพื่อนของคุณ ครอบครัวของคุณมีความเห็นตรงกัน ออกมาประท้วงจนเต็มถนน ไม่ได้แปลว่าคุณคือเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ อย่าเดา อย่าเหมา

6. คุณโชคดีที่ประเทศไทยทำให้คุณมีอิสระมากพอที่จะพูด แสดงความคิดเห็น แสดงออก ได้อย่างเสรี ถ้าคุณมีความรู้จริง คุณจะรู้ว่าหลายๆ ประเทศในโลกนี้ทำไม่ได้ แม้คุณจะไม่รักประเทศไทยแต่คุณก็ควรขอบคุณที่ประเทศนี้มีพื้นที่ให้คุณ

7. สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย คือคุณมีสิทธิที่จะพูดและแสดงออก ตราบเท่าที่ไม่ ระราน ลุกล้ำ สิทธิของผู้อื่น คุณมีสิทธิพูด ผู้อื่นก็มีสิทธิที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อคุณก็ได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง คุณไม่ได้มีสิทธิคนเดียว หากคุณคิดว่าคนที่คิดต่างจากคุณเป็นศัตรู แสดงว่าคุณไม่พร้อมที่จะรับฟังเขาเช่นกัน คุณควรทบทวนตัวเอง เพราะคุณอาจไม่พร้อมที่จะออกมาต่อสู้เรื่องประชาธิปไตย

8. ทุกที่ในโลกมีทั้งคนดีและคนไม่ดีอยู่ปนกัน ไม่มีประเทศไหนปลอดความชั่ว 100% การที่จะทำให้คนนับล้านอยู่ด้วยกันได้ มันจึงต้องมีกรอบกติกา มารยาท ทุกๆประเทศมีบริบทที่แตกต่างกัน การมาเปรียบเทียบว่า ใครดีใครด้อยกว่าในเชิงวัฒนธรรม เป็นความเห็นที่ตื้นเขิน ประเทศที่มีกษัตริย์ ไม่ได้ด้อยกว่าประเทศที่มีประธานาธิบดี ประเทศสังคมนิยมไม่ได้ด้อยกว่าประชาธิปไตย ถ้าคุณติดตามข่าวสาร คุณจะรู้ว่าทุกประเทศทุกระบบมีปัญหาทั้งนั้น

9. หากบริษัทหนึ่งพบพนักงานทุจริต คอร์รัปชั่น สิ่งแรกที่บริษัทจะดำเนินการคือ ลงโทษพนักงานที่กระทำผิด ไม่ใช่ไล่ออกผู้บริหารสูงสุด แต่หากมีความจำเป็นต้องปลดผู้บริหารสูงสุด บริษัทจะต้องมั่นใจว่ามีคนที่ดีกว่า มีฝีมือมากกว่า ตั้งรอเป็นตัวแทน เพราะกิจการบริษัทต้องดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด คนที่ไม่ขับไล่นายกประยุทธ์ อาจไม่ได้ชอบท่านทั้งหมด เพียงแต่เขามองว่าตัวแทนที่พวกคุณเสนอเข้ามา ก็ไม่ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่เลย อย่ามาพูดโลกสวยว่าออกไปก่อนแล้วหาใหม่ทีหลัง คุณไม่ชอบคุณประยุทธ์ คนอื่นเขาก็ไม่ชอบหัวหน้าทีมคุณได้เหมือนกัน อย่าไปโกรธเข

10. ทุกคนมีสิทธิเสนอความคิดเห็น แต่ไม่ใช่ว่าทุกความคิดเห็นจะต้องถูกนำไปปฏิบัติ ประเทศชาติเป็นเรื่องของส่วนรวม คนเกือบ 70 ล้านคน ย่อมคิดต่างกัน ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกทำให้ทุกคนพอใจได้ทั้งหมด ประเทศที่ทะเลาะกันน้อยหน่อย เขาแค่รู้จักหยวน ได้บ้างเสียบ้าง ให้สังคมมันเดินไปข้างหน้า

11. คุณคิดว่าคุณเป็นคนรุ่นใหม่ คิดแตกต่าง หัวก้าวหน้าตามยุคสมัยใหม่ ของเก่า คนเก่ามันเอ้าท์ไม่ว่ากัน แต่วิธีการแสดงออกของคุณ การโจมตีผู้ที่เห็นต่างด้วยถ้อยคำรุนแรง การประท้วงกลางถนน การยึดพื้นที่สาธารณะ ฯลฯ ไม่ได้มีความต่างหรือทันสมัยเลย สิ่งที่พวกคุณทำ ทุกประเทศทำกันมาเป็นร้อยเป็นพันปี ยกทัพไปตีเอาบ้านอื่นเมืองอื่น ใช้กำลังเข้ายึด ประท้วงกันบาดเจ็บล้มตาย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จิ้มมาเลย ประเทศไหนไม่เคยมี ทำกันมาแล้วทั้งนั้น ยิ่งรุ่นแก่ๆ เก๋าๆ ที่พวกคุณหาว่าเขาโง่ดักดานหลายคน นั่นมืออาชีพสายประท้วง สายรัฐประหารทั้งนั้น ถ้าคุณแน่จริง ฉลาดจริง แบบคนรุ่นใหม่ คุณน่าจะมีวิธีการเอาชนะทางความคิดด้วยวิธีที่คนรุ่นเก่าอย่างเราต้อง ว้าว บ้าง

12. คุณอาจจะฉลาด แต่เพื่อนคุณหลายคนยังไม่มีวุฒิภาวะทางความคิด การที่คุณลากเขาไปลงสนามในครั้งนี้ อาจเหมือนคุณพาเขาไปลำบาก หลายคนโกรธรัฐบาล รังเกียจระบอบกษัตริย์ โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม บางคนไม่เคยอ่านข่าวเลยด้วยซ้ำแต่ที่โกรธเพราะคนนั้นเล่า คนนี้เล่า หรือเพราะเพื่อนพาไป อย่าโลกสวยว่าไม่มีแบบนี้

13. คุณคิดว่าคุณโตแล้วคุณจึงแสดงออกเต็มที่ ฉันหวังว่าคุณจะโตและแข็งแรงพอที่จะรับผลกระทบที่ตามมาได้ คนที่ใส่ชุดนักเรียน ถือป้ายด่าพระมหากษัตริย์ที่คนจำนวนมากเคารพนับถือวันนี้ อาจไม่มีบริษัทไหนรับคุณเข้าทำงานในอนาคต คุณอาจมีคนต่อต้านคุณ ตำหนิคุณ เพราะเขายังโกรธในสิ่งที่คุณทำ เชื่อเถอะมันมีโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้น เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ มีรักโลภโกรธหลง คุณโกรธได้เกลียดได้ ผู้อื่นก็เช่นกัน ถ้าคุณกล้าที่จะทำร้ายเค้า ทำร้ายความรู้สึกเค้า คุณก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา

14. เวลาที่คุณโกรธใคร คุณจะเห็นแต่ข้อไม่ดีของเขา และเวลาที่คุณรักใครคุณจะเห็นแต่ข้อดีจนลืมข้อเสียของเขา ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว คุณคิดคนเดียวได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องบ้านเมืองซึ่งมีเจ้าของหลายคน คุณต้องถามทั้ง 2 มุมว่า แต่ละคนมีข้อดีข้อเสียแบบไหน รวมถึงคนที่คุณเชียร์ และตัวคุณเองด้วย อาจบางทีคุณจะรู้ว่า คนที่คุณไม่ชอบหน้าอาจยังพอมีดีอยู่บ้าง และอาจจะสามารถทำงานได้ดีกว่าคนที่คุณรักก็ได้

แก้วสรร อติโพธิ (ภาพจากแฟ้ม)
15. คุณชอบกินสเต๊ก กินไก่ทอด ไม่เป็นไร แต่คุณไม่มีสิทธิถุยน้ำลาย หรือด่าคนที่ชอบกินแกงส้ม กินน้ำพริกปลาทู ฉันใดก็ฉันนั้น ความชอบคนเราไม่เหมือนกัน หากคุณอยากโน้มน้าวให้เขาชอบเหมือนคุณ คุณต้องใช้ศิลปะและปฏิภาณไหวพริบไม่ใช่ความรุนแรง

16. ไม่ว่าคุณจะประท้วงหรือไม่ บ้านเมืองก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีอะไรอยู่ถาวรค้ำฟ้า ถ้าคุณศึกษาประวัติศาสตร์ คุณจะรู้ถึงว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัต ต่อให้คุณไม่ทำอะไรเลยมันก็เปลี่ยน เร็วช้าอยู่ที่จังหวะของมัน อย่าไปคาดหวังว่ามันจะเปลี่ยนไปวันนี้พรุ่งนี้อย่างใจคุณ ทุกการเปลี่ยนแปลงจะมีทั้งได้และเสีย อยู่ที่ว่าใครจะได้หรือจะเสีย คิดจะทำการใหญ่ ต้องมองให้รอบด้าน ว่าสิ่งที่คุณอยากให้เปลี่ยนมีผลได้เสียอย่างไร ถ้าคุณยังมองไม่ออก คุณควรศึกษาให้ถ่องแท้อีกครั้งก่อนนำเสนอความคิดเห็น

17. สำหรับคนที่บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนา และเห็นว่าหลายๆประเทศนั้นดีกว่าเลยอยากเปลี่ยนไปเป็นแบบเขานั้น ฉันขอถามคุณตรงๆ ว่าคุณเคยอิจฉาเพื่อนที่รวยกว่าคุณมั้ย อิจฉาเพื่อนที่เรียนเก่งกว่าคุณมั้ย อิจฉาพ่อแม่เพื่อนที่เท่ห์ฉลาดการศึกษาสูงกว่าพ่อแม่คุณมั้ย ...แล้วคุณเปลี่ยนแปลงตัวคุณได้มั้ย คุณให้พ่อแม่คุณเปลี่ยนได้มั้ย คุณทำให้คุณรวยเหมือนเพื่อนคุณได้มั้ย ...ก็ถามเฉยๆ อยากรู้ เพราะฉันก็อยากรวย อยากดีเหมือนคนอื่น แต่ฉันก็ยังทำไม่ได้ พอเห็นพวกคุณก่นด่าบ้านเกิดของตัวเอง สูญเสียความภาคภูมิใจที่ไม่เป็นอย่างเขา ฉันจึงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย

18. ตอนที่ประเทศอังกฤษสร้างมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด พ่อขุนรามคำแหงได้ประดิษฐ์อักษรไทย ในหลวง ร.๕ อดทนวางแผนเลิกทาสใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปกว่า 40 ปี ไม่เสียเลือดเนื้อ อเมริกาเลิกทาสเกิดสงครามกลางเมืองตายกันเป็นเบือ และยังมีการเหยียดสีผิวมาถึงทุกวันนี้ ฝรั่งเศสเปลี่ยนการปกครองโดยการฆ่าถอนรากถอนโคนระบอบกษัตริย์ประเทศไทยเปลี่ยนการปกครองเพราะในหลวง ร.๗ ท่านมอบอำนาจให้เพื่อรักษาความสงบสันติ ฯลฯ ประเทศไทยมีระบบพระราชทานอภัยโทษ ติดคุกก็ออกก่อนได้ หลายคนบอกกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ หลายคนบอกสำนึกพระคุณเป็นล้นพ้น ฉันไม่รู้หรอกว่า สมัยนี้กษัตริย์ยังจำเป็นมั้ยสำหรับคุณ แต่ฉันนึกไม่ออกเลยว่าประเทศไทยที่ไร้กษัตริย์จะเป็นอย่างไร กษัตริย์ไทยพิสูจน์ ผลงานมาหลายร้อยปี พวกคุณยังไม่เชื่อฝีมือ แล้วพวกคุณมีใครในใจหรือ ผู้ที่ดีพอจะนำพาประเทศให้ผ่านร้อนผ่านหนาวไปได้ ขอข้อเสนอชัดๆได้มั้ย เผื่อฉันจะได้พิจารณาและเข้าใจมากขึ้น

19. สิ่งที่ฉันเขียนอาจทำให้คุณโกรธและมองว่าฉันไม่เข้าพวก นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคาดหวังได้ ฉันไม่มีเหตุผลอธิบายว่าทำไมฉันรักประเทศไทย ฉันรักพระมหากษัตริย์ไทย อย่าพยายามเอาเหตุผลมาล้างสมองฉัน ฉันมีการศึกษาระดับหนึ่ง ฉันศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งไทยและหลายๆประเทศที่พวกคุณกล่าวถึงมาบ้าง ฉันเดินทางและได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่พวกคุณบอกว่าพัฒนาแล้วมาพอสมควร ฉันไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ฉันบอกได้เลยว่า ภาคอีสานที่แห้งแล้งสลับกับน้ำท่วมของฉัน ประเทศไทยของฉัน คือที่ๆดีและน่าอยู่ที่สุดในโลก และพระมหากษัตริย์ของฉัน คือผู้นำที่ฉันเคารพเทิดทูน ฉันมีความสุขทุกครั้งที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย หากคุณไม่รู้สึกเช่นนั้น ฉันว่าคุณก็มีสิทธิที่จะไม่อยู่ประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน

20. สำหรับทุกคนที่อ่าน ฉันขอให้คุณแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพชน ทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ถ้าเราอยากให้มีการรับฟังในสังคม เราต้องเริ่มจากการพูดจากันดีๆ เราต้องยอมรับว่าเราต่างกัน พ่อแม่พี่น้องฉันยังคิดไม่เหมือนกัน ฉันไม่ได้หวังว่าคุณจะคิดเหมือนฉัน แต่เราควรจะอยู่ร่วมกันให้ได้ เพราะประเทศไทยมีที่เดียว ฉันมีบ้านที่เดียว ไม่มีเงินหรือกึ๋นมากพอที่จะไปอยู่ที่อื่น หากคุณมีปัญหาเดียวกับฉัน คุณควรจะช่วยฉันคิดว่าคนที่แตกต่างกันทั้ง 70 ล้านคนจะอยู่ด้วยกันอย่างไร โดยที่ไม่ทะเลาะกัน ถ้าคุณคิดได้ และพูดจาดีๆ ฉันจะพิจารณาข้อเสนอของคุณ

แน่นอน, ความมีเหตุมีผล การใช้สติปัญญาคิดวิเคราะห์ ความคิดเห็นต่าง เป็นเรื่องที่น่ารับฟัง ส่วนจะเชื่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การเฮโลสาละพา โดยไม่มีเหตุมีผล ถือว่า เป็นการใช้อารมณ์มากกว่า สติปัญญา และสิ่งนี้กำลังเกิดกับม็อบนักเรียน นิสิต นักศึกษา อยู่จริงหรือไม่ ก็ลองพิจารณากันดู”

และไม่ว่าจะเป็นโพสต์ของอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือโพสต์ที่อาจารย์แก้วสรรหยิบยกมา เชื่อว่าใครได้อ่านอย่างใจเป็นกลาง และใช้สติปัญญาอย่างแท้จริงในการคิดวิเคราะห์ ก็จะเห็นทันทีว่า สถานการณ์ม็อบที่เป็นอยู่ สมควรถูกตั้งคำถาม รวมทั้งใครก็ตาม ที่สนับสนุน “ม็อบ” ก็สมควรหาคำตอบที่แท้จริงให้กับตัวเอง ถึงสิ่นที่ตัวเองกำลังทำอยู่

ยกเว้นอย่างเดียว ต้องการ “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์” ให้ได้ ไม่ว่าใครจะยกเหตุผลอะไร ก็ไม่รับฟัง ไม่เห็นด้วย และควรประณามหยามหมิ่น เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่ออุดมการณ์ของพวกตน ที่เชื่ออย่างฝังหัวแล้วว่า ตัวเองคิดถูก ทำถูก คนที่เห็นต่างผิดหมด

อย่างนี้ต่อให้ใช้เวทีที่ศักดิ์สิทธิ์กว่ารัฐสภา ก็คงยากจะหาทางออกได้ เพราะไม่ได้ดั่งใจม็อบ ไม่ได้ดั่งใจใครบางคนที่ต้องการพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินนั่นเอง ถ้ายังเป็นเช่นนี้ระวังประชาชนคนไทยส่วนใหญ่จะออกมสั่งสอน แล้วจะหาว่าไม่เตือน!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...