“บิ๊กตู่” นำ ครม.พรรคร่วมแถลง ยันจำเป็นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง หลังเกิดสถานการณ์ไม่ปกติ ลั่นในฐานะนายกฯ ต้องยึด กม.รักษาชีวิตทรัพย์สินคนหมู่มาก ไม่มุ่งหวังทำร้ายใคร เฮี้ยบสื่อต้องสวมปลอกแขนแสดงสังกัดเข้าทำข่าวชุมนุม ฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลานเข้าร่วมอันตราย ไม่ได้ขู่ แฉไอ้โม่งหนุนม็อบมีเป้าประสงค์ชัดแต่ไม่เปิดหน้า ลั่นไม่ลาออก ย้อนผมถามทำผิดอะไร ชี้รัฐบาลแห่งชาติยังอีกไกล รับเคอร์ฟิวอยู่ในแผน แต่ยังไม่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ประสานเสียง “บิ๊กป้อม” ไม่ปล่อยแกนนำเพราะทำผิด กม.ไล่ไปสวดมนต์แผ่เมตตา วอนอย่าท้าทายมัจจุราช เพราะตายได้ทุกคน ขอร้องผู้ชุมนุมไม่อยากเห็นใครถูกดำเนินคดี
วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะเล็กแถลงผลการประชุม ครม.นัดพิเศษ ว่าวันนี้ถือโอกาสชี้แจงเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ ซึ่งทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้างในประเทศของเราในเวลานี้ รัฐบาลมีความจำเป็นที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยความมุ่งหมายของรัฐบาลนั้นจำเป็นต้องดำเนินการเนื่องจากสถานการณ์มีความรุนแรงเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่ามีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วันนี้ได้มีการประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบในการประกาศใช้ตามกฎหมายโดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 ต.ค.เวลา 04.00 น. จากนั้นต้องนำเข้า ครม.เพื่อพิจารณาภายใน 3 วัน อันนี้เป็นการทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกระบวนการของกฎหมาย
นายกฯ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญในนั้นมีหลายประการด้วยกัน ทั้งการห้ามการให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องสงสัย ตรงนี้ขอกราบเรียนว่าที่ผ่านมาเราใช้กฎหมายปกติ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะซึ่งวันนี้ใช้กฎหมายนี้แล้ว ฉะนั้น เรียนทุกท่านให้เข้าใจว่าสาระสำคัญตรงนี้มีอะไรบ้าง ตั้งแต่การห้ามไม่ให้มีการชุมนุม การเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องสงสัย อะไรต่างๆ เหล่านี้ที่ทำผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมุ่งหวังเพื่อให้บ้านเมืองเรามีเสถียรภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เรามีผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การแพร่ระบาดต่างๆ ของโควิด-19 ด้วยวันนี้และเมื่อวานได้มีการพบปะหารือพูดคุยกับฝ่ายเศรษฐกิจทั้งหมดว่าจะทำอย่างไรทั้งเศรษฐกิจในประเทศ ต่างประเทศ ทวิภาคี-พหุภาคี เรากำลังเดินหน้าทุกอย่างในเรื่องการใช้งบประมาณต่างๆ งบฟื้นฟู งบปกติ งบปี 63 และปี 64 ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิดจากแนวชายแดน เราทำทั้งหมดซึ่งสถานการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“แต่เมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นมันก็มีความจำเป็นต้องประกาศใช้ และผมมุ่งหวังว่าจะใช้ให้สั้นที่สุด วันนี้ก็ประกาศใช้เพียงแค่ 1 เดือน หรือ 30 วัน หรือน้อยกว่านั้นถ้าสถานการณ์สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว อันนี้เป็นหลักการสำคัญ ไม่ได้มุ่งหวังที่จะไปทำร้ายใคร ท่านต้องดูทุกวันที่เกิดขึ้นมามีใครถูกทำร้ายบ้าง คือเจ้าหน้าที่เป็นผู้ถูกกระทำเกือบทั้งสิ้น ทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์มันไม่ใช่ปกติแล้ว และเหตุการณ์สำคัญอื่นได้เกิดขึ้น ผมคงไม่ต้องกล่าว ณ ที่นี้ ทุกคนทราบดีอยู่ในสายตาสื่อทุกคน ฉะนั้น ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองนั้นสงบสุขได้หรือไม่ สร้างความมีเสถียรภาพได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดเป็นห่วงบรรดาผู้บริสุทธิ์ต่างๆ ทั้งหมด ใครบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ก็รู้กันอยู่” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตนได้ให้แนวทางในการปฏิบัติไปแล้วกับท่านผู้รับผิดชอบหัวหน้าผู้รับผิดชอ บโดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรีในส่วนของหัวหน้าปฏิบัติ คือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉะนั้น ขอให้ทุกคนระมัดระวังในการบังคับการใช้กฎหมายนี้ด้วย กฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เดิมไม่ได้ใช้แล้ว ตรงนั้น 50 เมตร ต้องขออนุญาตก่อน กฎหมายปกตินั้นไม่ได้ใช้ แต่กฎหมายวันนี้มีอำนาจทุกอย่าง ห้ามเข้าห้ามออก ตรวจค้น รื้อค้นมีหมดทุกอย่าง ฉะนั้น ขอเตือนไว้ด้วยอย่าทำผิดกฎหมายเท่านั้นเอง ถ้ามีกฎหมายอะไรต่างๆ ถ้าทำผิดมันก็ต้องใช้กฎหมายซึ่งทุกประเทศเขาอยู่กันด้วยกฎหมาย ถ้าท่านบอกว่าเราใช้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วใครละเมิดสิทธิมนุษยชนคนอื่นเขาบ้างหรือไม่ มันก็จำเป็นต้องรักษาคนส่วนใหญ่ไว้ให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเศรษฐกิจในเวลานี้ซึ่งนักธุรกิจร้องเรียนมาที่ตนจำนวนมากจากสถานการณ์เมื่อวันที่ 15 ต.ค.
“ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ปล่อยไว้ไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องนึกถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศเขาบ้าง เวลาที่เราต้องทำอย่างอื่นดูแลช่วยเหลือประชาชน ดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาชีวิต ทรัพย์สินประชาชน ต้องเอากำลังทั้งหมดมาดูแล เรื่องที่กระทำผิดกฎหมายมันทำให้ทุกอย่างเสียไปทั้งหมด การทำงานก็ทำด้วยความยากลำบาก ขอฝากพวกเราไว้ด้วย ฝากสื่อทุกคน วันหน้าใครที่จะไปหาข่าวในพื้นที่ชุมนุม กรุณาติดปลอกแขนด้วยว่ามาจากสื่อใด ถ้าไม่ติดปลอกแขนห้ามเข้าพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนช่วยกันให้เกิดความสงบ อย่าให้คนแสวงเอารูปต่างๆ บางทีถ่ายกันหลายมุมแล้วแต่มุมมองทำให้เกิดความสับสนอลหม่าน ทั้งที่เจ้าหน้าที่ทำอย่างเต็มที่ไม่มีการใช้กำลัง มีแต่ถูกใช้กำลังทั้งสิ้น ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่างๆ เราจะอยู่กันแบบนี้หรือ ผมถามว่าจะอยู่กันแบบนี้หรือ ถ้าไม่ช่วยกันให้รัฐบาลทำอย่างเดียว ผมว่ามันแก้ปัญหาอะไรกันไม่ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ อะไรต่างๆ จะไม่ได้ทั้งหมดตราบใดที่คนไทยยังไม่มีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องทางการเมืองเรื่องสภาอะไรต่างๆ ก็เดินตามขั้นตอนตามกฎระเบียบอยู่แล้ว จะเปิดสภาหรือไม่เปิดสภาอีกไม่กี่วันก็เปิดอยู่แล้ว สภาก็ไปว่ากันตรงโน้น เรื่องรัฐธรรมนูญนั้นรัฐบาลสนับสนุนให้มีการดำเนินการอยู่แล้วขอให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายฉะนั้นวันนี้ขอเตือนทุกคนที่มักจะกระทำความผิดกฎหมายในวันนี้ แม้กระทั่งกฎหมายในเรื่องของการใช้สื่อโซเชียลโฆษณาบิดเบือนต่างๆ ซึ่งนักข่าวหลายท่านก็ใช้อยู่ ขอให้ระมัดระวังด้วย
“วันนี้พรรคร่วมต่างๆ โดยเฉพาะรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลมาเกือบครบทุกท่าน เว้นเฉพาะติดราชการสำคัญเท่านั้นเอง ก็มีมติเห็นชอบให้บังคับใช้กฎหมายนี้ ขอฝากให้คนไทยทุกคนในประเทศช่วยให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ด้วย ในส่วนของนิสิต นักศึกษา ขอฝากผู้ปกครองช่วยดูแลให้ดีที่สุด ผมไม่อยากให้มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น มันเป็นอันตรายเพราะเราไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังอะไรต่างๆ เหล่านี้ต้องการอะไรบ้าง ก็พอจะทราบกันอยู่แล้วแต่เขาไม่ได้เปิดเผยตัวออกมา ก็ระมัดระวังด้วยแล้วกัน อย่าให้อยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย โอเคนะครับ อย่าหาว่าผมขู่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของนายกฯ ครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่ามีการเชิญรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมทุกคนจากพรรคร่วมรัฐบาลมายืนแถลงข่าวร่วมกัน โดยประกาศว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง พรรคร่วมรัฐบาลเห็นพ้องต้องกัน
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า มีกำหนดอยู่ในนั้นแต่ยังไม่ประกาศใช้ อยากให้ประกาศหรือไม่ เมื่อถามต่อว่า ขั้นตอนหรือเงื่อนไขอะไรจะไปถึงขั้นต้องประกาศใช้เคอร์ฟิว นายกฯ กล่าวตอบแบบยอกย้อนว่า “สงบมั้งถึงต้องใช้” คือถ้าลุกลามบานปลายก็ต้องทำ แต่ยังไม่ถึงขั้นประกาศใช้กฎอัยการศึก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองไปถึงจะมีการรัฐประหารซ้ำอีก นายกฯ กล่าวอย่างฉุนเฉียวว่า “พูดกันซ้ำซากอยู่อย่างนี้ ปฏิวัติ รัฐประหาร พูดอยู่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าสื่อคิดแหลมคมกันไปเองหรือเปล่า ผมไม่รู้ ผมยังไม่คิดถึงตรงนั้น ใครจะทำไปหามาสิ” ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติมีความเป็นไปได้แค่ไหน นายกฯ กล่าว่า “โอ๊ย ยังไปอีกไกล”
นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศชุมนุมต่อเนื่องว่า ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไป ในส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ก็หารือกันทั้งในสภา และคณะกรรมาธิการก็ว่ากันไป เพราะมีอยู่ทุกกลไกอยู่แล้ว ถ้าจะบังคับให้ทำโน่นนี่นั่นมันถูกต้องหรือไม่ เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า เมื่อถามว่า การที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำฝูงชนออกมาเป็นจำนวนมากและกดดันเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานจนเกิดภาพในการปะทะกันจะแก้ปัญหากันอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่าแล้วใครเป็นคนทำ เมื่อถามว่าจะขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยหรือไม่ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศดาวกระจายไปพื้นที่ต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สื่อก็ชี้นำไปเรื่อยๆ แล้วก็มาตั้งคำถามกับตน วันนี้เอาทีละขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมวันนี้รองนายกฯ ที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาลมีการเสนอแนะทางออกอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนทุกพรรคเห็นชอบการใช้กฎหมาย รวมทั้งการเดินหน้าการแก้ปัญหาโควิด-19 แก้ปัญหาเศรษฐกิจก็จะเสริมเข้าไป และจะช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนในวงกว้างในเรื่องประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ประชาชนเห็นว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ เพราะคนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและโควิด-19 อยู่แล้ว ถ้าเขารอโอกาสรอการสนับสนุนจากรัฐบาลแล้วทำไม่ได้ คนส่วนใหญ่ก็จะเดือดร้อน สื่อเองต้องช่วยกันพูดตรงนี้ ในส่วนของต่างประเทศเราก็พยายามทำความเข้าใจ ซึ่งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแล้วไม่มีผลกระทบอะไรกับต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาได้ชี้แจงมาตลอดถึงเหตุผลและความจำเป็นต่างๆ ซึ่งวันนี้ก็ต้องชี้แจงอีก โดยประกอบกับข้อเท็จจริง ข้อมูล ภาพ ทั้งหมด การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร มีการใช้มาตรการอย่างละมุ่นละม่อม และใช้มาตรการอย่างเบาที่สุดแล้ว ลองเปรียบเทียบกับต่างประเทศดู ทุกคนก็รู้ว่าเขาใช้วิธีอะไรแก้ปัญหา แต่เราไม่เคยใช้
“แต่ถ้าทำผิดกฎหมาย แล้วเราปล่อยให้ละเมิดกฎหมายต่อไป บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ และไม่ใช่เพื่อผม แต่ทั้งหมดเพื่อประเทศชาติและประชาชน”
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร ที่ยืนอยู่ติดกันได้กล่าวขึ้นพร้อมกันว่า “มันผิดกฎหมาย” เมื่อถามว่า การนัดชุมนุมเย็นวันที่ 16 ต.ค. รัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างไร นายกฯ ตอบว่า “ก็คอยดูสิ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายไม่อยากให้ภาพเหตุการณ์เกิดซ้ำขึ้นอีก ยืนยันได้หรือไม่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ก็ต้องไปทำให้คนที่พยายามจะฝ่าฝืนทำในสิ่งที่ไม่ควรจะทำหรือสมควรทำ ทุกฝ่ายรวมทั้งสื่อต้องช่วยกัน ไม่ใช่แต่เสนอข่าวออกมาแล้วเกิดผลกระทบต่อกัน เจ้าหน้าที่โดนทำร้าย โดนกระทำทั้งหมด ไม่เคยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กันเลย แล้วใครจะมีกำลังใจทำงานให้ อยากได้แต่ไม่ทำอะไรก็ลำบาก
เมื่อถามถึงการเปิดเวทีรับฟังความเห็นและการเจรจา นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ได้ให้คนไปเปิดเวทีเพื่อรับฟัง และเก็บข้อมูล แต่ท้ายที่สุดก็ไปรวมอยู่ที่เดียวกัน มีเหตุผลเงื่อนไขต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ส่วนที่นักวิชาการระบุว่าอยากให้รัฐบาลจริงใจในการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักศึกษา อยากถามว่าที่ผ่านมาไม่จริงใจตรงไหน แล้วทำไมสื่อไม่ถามกลับไปบ้างว่าเขามีความจริงใจกับตนหรือเปล่า “ผมถือว่าผมเป็นนายกฯ ที่รับฟังมากที่สุด”
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ยืนยันได้หรือไม่จะไม่ลาออกจากนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “เรื่องอะไร ยืนยันว่าไม่ออก” เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์พูดถึงตรงนี้ ทำให้รัฐมนตรีที่ยืนอยู่ด้วยกันพากันหัวเราะ เมื่อถามว่าถึงวันนี้มีการพูดถึงการใช้รูปแบบการชุมนุมแบบฮ่องกงโมเดล กังวลจะไปถึงขั้นดังกล่าวหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “โธ่ สื่อก็ถามกันไปแล้ว วันนี้ฮ่องกงโมเดลเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ฮ่องกงก็เสียหาย ธุรกิจก็พังทั้งหมด ทุกอย่างพังพินาศ แล้วคนชุมนุมเป็นอย่างไรบ้าง แต่อย่าลืมว่าเขาเป็นสังคมประชาธิปไตย เราเป็นประชาธิปไตยทำได้แค่ไหน เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด อยู่ด้วยความร่วมมือของทุกคน คนไทยกันหรือเปล่า นั่งกันอยู่ที่นี้เป็นคนไทยหรือไม่ ประเทศไทยเป็นของพวกท่านหรือไม่ หรือของผมคนเดียว มันไม่ใช่หรอกมั้ง”
เมื่อถามว่า ยังมั่นใจจะทำให้ประเทศสงบตามที่ประกาศไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวย้อนถามว่า แล้วมันไม่สงบเพราะอะไร เพราะใคร สิ่งที่รัฐบาลนี้ทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำอะไรไปแล้วบ้าง สื่อประชาชนเสนอข่าวให้ประชาชนทราบบ้างหรือไม่ ถ้าพวกท่านเสนอข่าวแต่การเมืองอย่างเดียว บ้านเมืองก็วุ่นวายอยู่แบบนี้ ก็เสนอของพวกท่านไป แต่ถ้าทำให้สถานการณ์สงบตนก็ไม่ห้ามอยู่แล้ว เขียนอย่างไรก็ตามขอให้มันสงบ “ผมขอถามว่าวันนี้ผมทำอะไรเหรอ ผมผิดอะไรเหรอตอนนี้ ขอถามหน่อยซิ” ผู้สื่อข่าวระบุว่า อาจเป็นเพราะนายกฯ อยู่ในตำแหน่งนานไปหรือเปล่า และมีแววว่าจะอยู่ต่ออีกนาน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ฮี่โธ่ เคยฟังพระสวดไหม เคยเข้าวัดกันหรือไม่ สงสัยไม่ค่อยได้เข้าวัดกันถึงเป็นแบบนี้”
นายกฯ กล่าวว่า ไปฟังพระสวดอภิธรรมมี 4 จบ ซึ่งวันนี้ตนทำทั้งหมด ทั้งสวดทั้งแผ่เมตตา และให้อโหสิกรรมทุกคน ไม่ให้ร้ายกับใคร เพราะสิ่งที่ให้ร้ายกับคนจะกลับมาที่ตัวเราเอง อย่าประมาท เพราะทุกคนมีทั้งตายวันนี้และตายพรุ่งนี้ ตามบทสวด อย่าประมาทชีวิต พร้อมจะตายได้ทุกโอกาส ทั้งด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรืออะไรก็ตาม เราไปกำหนดไม่ได้ อย่าท้าทายกับท่านพญามัจจุราชที่มีเสนามาก การตายจะเป็นวันนี้ หรืออยู่วันไหน มีโอกาสตายทุกคน โรคภัยไข้เจ็บเครียดสมองแตก และอีกบทคืออย่าประมาทเสนาอำมาตย์ที่มีอำนาจน้อย อีกอย่างคนเรามีโอกาสตายได้ทุกวัน ไปฟังคำพระกันบ้าง นับถือศาสนาพุทธกันบ้างหรือเปล่า สวดมนต์กันได้กี่บท มาท่องแข่งกันไหม
เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้พูดได้อยากพูดอะไรกับกลุ่มผู้ชุมนุม นายกฯ กล่าว่า “อยากขอร้องไม่อยากให้ใครถูกดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งสิ้น ไม่อยากให้ทำ ขอให้รักแผ่นดินเกิดของท่านให้มากขึ้นเท่านั้นเอง”



