xs
xsm
sm
md
lg

“19 ก.ย.น่ากลัว” ? “ค.ก้าวหน้า” พาคนร่วม “แก้วสรร” “พอกันที วีรชน” ใช้ “มธ.” ไร้ทางออก..เงื่อนไข “รุนแรง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ แกนนำคณะก้าวหน้า จากแฟ้ม
“19 ก.ย.” แค่สถานที่ก็ตีกันแล้ว “คณะก้าวหน้า” ปากบอกไม่เกี่ยว แต่ปลุกคนร่วมเฉย โซเชียลหยาม “บูด” พูดเหมือน “แม้ว” เป๊ะ แกนนำม็อบดึงดันจัด มธ. “แก้วสรร” หนุนผู้บริหาร ค้านเป็นฐานทัพละเมิดรัฐธรรมนูญ “พอกันที วีรชน”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (11 ก.ย. 63) เฟซบุ๊กเพจ คณะก้าวหน้า - Progressive Movement ของ “คณะก้าวหน้า” ที่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นเลขาธิการ โพสต์หัวข้อ “ทางเดียวกัน-มาด้วยกัน มุ่งสู่ชัยชนะของประชาชน”

โดยระบุว่า “บนเส้นทางประชาธิปไตย ที่เดินมา 88 ปี ใกล้ถึงเส้นชัยเต็มที

19 กันยายนนี้

ในวันที่ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ใครมีรถ อยากหาเพื่อนร่วมทาง

ใครมีเพื่อนร่วมทาง แต่ยังไม่มีรถ

ใครยังไม่มีอะไรเลย แต่มีใจรักที่จะมาร่วมชุมนุมกับผองเพื่อน

คณะก้าวหน้า ขอมีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ด้วยการเปิดพื้นที่สำหรับการ car pool แชร์รถ แชร์ค่าเดินทาง เพื่อมาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้

ทางเดียวกัน มาด้วยกัน

สู่เส้นชัยในวันที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

แชร์กันตามสะดวกในคอมเมนต์ของโพสต์นี้

เริ่ม!”

ขณะเดียวกัน ปรากฏว่า สังคมโซเชียลฯได้หยิบยกเอาคำพูดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ที่พูดไว้เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า

“หากมีการทำ รัฐประหาร เกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่า ผมและธนาธร จะออกไปต่อต้านการรัฐประหารครั้งนี้อย่างถึงที่สุดแน่นอน”

โดยมีนำไปล้อเลียนเปรียบเทียบกับคำพูดของนายทักษิณ ชินวัตร ที่พูดผ่านระบบวิดีโอลิงก์จากต่างประเทศมายังเวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อ 30 มี.ค. 2552 ว่า

“ถ้าเมื่อไหร่ เสียงปืนแตก ทหารยิงประชาชน ผมจะเข้าไปนำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯทันที” ทั้งนี้ คำพูดของนายทักษิณ ที่ผ่านมาได้ถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปโจมตี ว่า เป็นการหลอกลวงมวลชนคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน (ข่าวจากไทยโพสต์)

ภาพ จาก เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เช่นเดียวกัน ท่านประธานก็ไม่น้อยหน้า เฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
โพสต์หัวข้อ [การสู้กับระบอบเผด็จการ ไม่ได้อาศัยแค่อาวุธและกระแสมวลชน]

เนื้อหาระบุว่า “เพราะเราประชาชน ไม่มีปืน รถถัง คุก หรืออำนาจเถื่อนไว้ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม

เรามีเพียงมือเปล่า และความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ

เราจึงมีคนอย่าง จิตร ภูมิศักดิ์ นักแต่งเพลง นักโบราณคดี และนักสู้

เราจึงมีคนอย่าง ศิลป์ พีระศรี ศิลปิน ครู และนักประชาธิปไตย

เราจึงมีคนอย่าง อานนท์ นำภา กวี ทนายด้านสิทธิมนุษยชน และนักสู้
เราจึงมีคนอย่างเหล่าศิลปินปลดแอก ผู้ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือต่อสู้กับเผด็จการ วาดโลกใหม่ที่สวยงามและเท่าเทียม

12 กันยายนนี้ ไปช่วยกันแสดงพลังแห่งศิลปะ ที่จะเอาชนะระบอบอันกดขี่

ป.ล. ทำไมไม่มีใครเชิญผมไปร้องเพลงงานนี้ ผมก็มีความเป็นศิลปินในหัวใจนะครับ”

อย่างไรก็ตาม หลังผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ ห้ามกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดชุมนุม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง จากแฟ้ม
วันนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แถลงยืนยันจะจัดชุมนุมใหญ่ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตามที่กำหนดไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

โดยตอบโต้ ข้ออ้างที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อ้างว่าไม่เป็นไปเงื่อนไข แต่ขอยืนยันว่า ทางกลุ่มได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองถูกต้อง การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้จะเป็นการจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมเผชิญอันตรายข้างนอก ทั้งที่พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา

เพราะธรรมศาสตร์บอกว่า ทุกตารางนิ้วในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่การปฐมนิเทศพูดถึงจิตวิญญาณ ทำให้นักศึกษาซึมซับของรุ่นพี่ ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ซึ่งแปลกใจที่มหาวิทยาลัยอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง

พร้อมกันนี้ ขอเรียกร้อง อธิการบดี และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคน ให้แสดงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหมือนนักต่อสู้ของธรรมศาสตร์รุ่นก่อน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เสียสละ จนธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มารับใช้เผด็จการ และระบบทุนนิยม”

ภาพ นายแก้วสรร อติโพธิ จากแฟ้ม
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 12 แถลงคัดค้านการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้

โดย นายแก้วสรร อ่านแถลงการณ์ ซึ่งจะส่งถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า

ด้วยฐานะบรรดาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้ที่มีรายนามท้ายบันทึกดังกล่าว ได้พร้อมกันเล็งเห็นว่า นักศึกษา “แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ไม่มีทั้งความโปร่งใส, ความรับผิดชอบ และความสามารถที่จะจัดชุมนุมโดยสงบสมตามที่กล่าวอ้างได้ จึงขอเรียนไปยังผู้ที่รับผิดชอบ ได้โปรดพิจารณามีคำสั่งปฏิเสธ คำขอใช้พื้นที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยของนักศึกษากลุ่มนี้ด้วย ตามเหตุผลดังนี้

1. เป้าประสงค์ กลุ่มนักศึกษาผู้ขอจัดการชุมนุม แถลงยืนยันไว้ชัดเจนว่า จะเปิดชุมนุมนักศึกษาและประชาชน 1 วัน 1 คืน จากนั้นจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลตัวเลขโดยประมาณอยู่ที่ 40,000 คนขึ้นไป เพื่อ “ต่อสู้สร้างแผลให้เผด็จการอย่างไม่รู้ลืม” และสัญญาว่า “พี่น้องจะไม่กลับมือเปล่าอย่างแน่นอน”

2. สงบแต่ปาก : ขบวนที่จะมารวมและยกไปทำเนียบนี้ กลุ่มศิษย์เก่ากลุ่มนี้เห็นว่า มีคุณภาพเป็นมวลชนแห่งความจงเกลียดจงชัง ที่ผ่านการปลุกปั่นมายาวนานในโลกไซเบอร์ ซึ่งเมื่อออกจากทวิตเตอร์ มารวมตัวกันจริงๆ บนท้องถนนแล้ว ก็ยิ่งจะก้าวร้าวราวกับเร้ดการ์ด จนยากที่จะเชื่อหรือหวังในความสงบและการเจรจากันเช่นวิถีทางประชาธิปไตยได้

3. สุ่มเสี่ยงสูงสุด : สำหรับความสามารถและความรับผิดชอบนั้น ก็มองไม่เห็นเลยว่า นักศึกษากลุ่มนี้จะมีความสมารถในการนำ ควบคุม จัดการ คุ้มครอง ผู้ชุมนุมได้อย่างไร เห็นมีแต่ความสามารถทางวาทกรรมเท่านั้น

คำกล่าวที่ว่า จะชุมนุมโดยสงบจึงเป็นเรื่องเกินศักยภาพทั้งสิ้น ยิ่งวางแผนว่าจะเทม็อบ 40,000 คน ใส่ทำเนียบรัฐบาลด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าห่วงว่า จะได้เห็นร่างวีรชนต้องจากไปอีกหลายคนเหมือนคราวที่เทม็อบพฤษภาทมิฬอีก

4. ไว้วางใจไม่ได้ : ท้ายที่สุดกลุ่มศิษย์เก่าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่นักศึกษากลุ่มนี้จะมีการนำและการจัดการโดยอิสระลำพังกลุ่มตนเองได้ แทนที่นักศึกษาและคนพวกนี้จะกล้าประกาศรวมตัวให้ปรากฏเป็น “แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ” ที่โปร่งใสชัดเจน ชัดทั้งการนำและอิสระทางการเมือง ตลอดจนที่มาของค่าใช้จ่ายและจุดแห่งชัยชนะที่ต้องการ พวกเขากลับดันให้เด็กนักศึกษาของเราไม่กี่คนมาออกหน้า ความลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ เป็นไปแล้วและเป็นไปได้ก็ด้วยเหตุที่กฎหมายชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไว้ ไม่ให้นำมาตรการตรวจสอบมาใช้กับการชุมนุมในสถานศึกษา จนเปิดช่องให้มีการวางแผนเลี่ยงกฎหมาย โดยขอจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยซ่องสุมกำลังก่อน แล้วยกขบวนออกไปอาละวาดนอกมหาวิทยาลัยต่อไป

5. ธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้ : ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ศิษย์เก่าท้ายบันทึกดังกล่าว จึงเห็นว่า คำขอจัดชุมนุมครั้งนี้ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถและความรับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย จนไม่อาจรับรองให้ชุมนุมโดยอิสระในสถานศึกษาได้

นายแก้วสรร กล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีกระบวนการลงชื่อท้ายหนังสือดังกล่าว ซึ่งจะใช้เวลาร่วมลงชื่อ จนถึงวันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น. ก่อนที่จะนำไปยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย พร้อมยืนยันคณะที่ออกมาคัดค้าน มาในนามศิษย์เก่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ในนามธรรมศาสตร์ทั้งหมด

“สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นสิทธิการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นฐานทัพในการละเมิดรัฐธรรมนูญ”

อย่างไรก็ตาม นายแก้วสรร ได้ขยายความคำว่า “ปิด มธ. พอกันทีวีรชน” ที่จะใช้คัดค้าน ว่า วีรชนคือผู้เคราะห์ร้ายจากสงครามทางการเมือง ที่ไม่มีใครรับผิดชอบ ซึ่งทางกลุ่มไม่ต้องการจะเห็นอีก

แน่นอน, ประเด็นสำคัญอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ยอมให้ใช้สถานที่จัดชุมนุม ขณะที่ ฝ่ายแกนนำจัดชุมนุมยืนยันและดึงดันที่จะใช้พื้นที่ให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือบางคนใช้คำว่า “ตัดกุญแจ” เข้าไปก็ยอม

เชื่อว่า นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่การชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา ด้วยจำนวนคน และอารมณ์ร่วมของผู้ชุมนุม อะไรก็ยากที่จะเป็นกำแพงขวางกั้นได้ เรื่องนี้จะรับมืออย่างไร ถ้ามหาวิทยาลัย ยืนยันที่จะไม่ยอมเช่นกัน

ประเด็นต่อมา กระแสเรื่องนี้ จะสร้างเงื่อนไขเรียกแขกให้กับผู้ชุมนุมได้ไม่น้อย เพราะอารมณ์ที่คนรู้สึกว่า นักศึกษา ถูกกีดกัน และปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก โดยแทบไม่สนใจเนื้อหาของการชุมนุมแต่อย่างใด

ที่สำคัญ ฝ่ายที่ต้องการอยากเห็นความรุนแรง อยากได้ “เหยื่อ” ไปขยายผลทางการเมือง “เงื่อนไข” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผูกปมไว้ อาจนำไปสู่จุดนั้นก็เป็นได้? เพราะอย่าลืม การมีอะไรติดมือกลับบ้าน ไม่ใช่เดินทางมาชุมนุม อ่านแถลงการณ์ แล้วก็จบอย่างแน่นอน

หากแต่เมื่อ “เพดาน” คือ การปฏิรูปสถาบัน จากม็อบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ครั้งนี้ต้อง “ทะลุเพดาน” ที่แกนนำผู้ชุมนุมหมายถึง มันคืออะไร ใครตอบได้ช่วยตอบที!


กำลังโหลดความคิดเห็น...