xs
xsm
sm
md
lg

“เชาว์” ร่อน จม.เปิดผนึกถึง “ประเวศ” อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ หลังเสนอให้ “อภิสิทธิ์” ร่วมกับรัฐบาลประยุทธ์-กองทัพ ขอขมาประเทศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เชาว์” ป้อง “มาร์ค” ร่อน จม.เปิดผนึกถึง “ประเวศ” อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์ หลังเสนอให้ “อภิสิทธิ์” ร่วมกับรัฐบาลประยุทธ์-กองทัพ ขอขมาประเทศ ทั้งที่พยายามปกป้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด แนะ ไปอ่านรายงาน คอป. ชี้ชัดวิกฤตการเมืองไทย เริ่มจากคดีซุกหุ้นของทักษิณ ทำหลักนิติรัฐ มีปัญหา ขณะที่รัฐบาลปัจจุบันพฤติกรรมไม่ต่างจากอดีต จุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ เกิดสงครามระหว่างวัย หนุนสร้างกลไกทุกฝ่ายมีส่วนร่วม แก้ รธน.ให้เป็น ปชต. ถาม “ประยุทธ์ จะพาประเทศถึงทางตัน หรือเปิดทางออกให้ประเทศ

วันนี้ (19 ส.ค.) นายเชาว์ มีขวด โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง อย่าตัดตอนประวัติศาสตร์...จดหมายเปิดผนึกถึง “นายแพทย์ประเวศ วะสี” มีเนื้อหาระบุว่า “ผมค่อนข้างแปลกใจที่จู่ๆ นายแพทย์ประเวศ วะสี ซึ่งถือเป็นบุคลากรชั้นนำทางความคิดของสังคมไทย ออกมาเรียกร้องให้อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ขอขมาประเทศ ทั้งๆ ที่ท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความขัดแย้งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เลย ตรงกันข้ามท่านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์คือผู้ที่พยายามจะคลี่คลายความขัดแย้งด้วยการเมืองแทนการรัฐประหารมาตั้งแต่ต้น โดยในตอนที่มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่ราบ 11 อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์เคยเตือน พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอนาคตข้างหน้าหากมีความขัดแย้งทางการเมือง ทหารอย่ายึดอำนาจเด็ดขาด เพราะจะทำให้ระบบพังทั้งระบบ ท่านพยายายามใช้การเมืองและกฎหมายคลี่คลายสถานการณ์จนคืนความสงบให้บ้านเมืองได้ ไม่ให้รัฐบาลเป็นเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจ เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว การเมืองเริ่มนิ่ง ท่านก็คืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการยุบสภา แม้ในขณะนั้นจะได้รับการทักท้วงจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ท่านก็ยังยึดมั่นในสัจวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยไม่ยึดติดกับอำนาจ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นสถานการณ์เอื้อให้ท่านดำรงอยู่ในอำนาจต่อ เพราะขนาดนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ก็เคยออกปากให้อยู่ยาวไปไม่ต้องยุบสภาแล้ว”

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุต่อไปว่า มาถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ท่านเปิดทางให้ตั้งรัฐบาลทันทีที่เสียงชี้ขาดของประชาชนชัดเจนหลังเลือกตั้ง และไม่เคยก่อหวอดสร้างเงื่อนไขใดๆ กระทั่งเกิดกรณีนิรโทษกรรมสุดซอยนำไปสู่การชุมนุมครั้งใหญ่ของประชาชน ในช่วงเวลานั้น ท่านก็เพียรพยายามเตือนรัฐบาลหลายครั้งให้รีบแก้ปัญหาด้วยการเมือง ท่านเสนอว่านายกฯ ในขณะนั้นควรลาออก เปิดทางให้คนกลางเข้ามาวางแนวปฏิรูปประเทศภายใน 6 เดือน ก่อนจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ท่านเตือนด้วยว่าถ้ารัฐบาลในขณะนั้นยังกอดอำนาจไม่ยอมฟังเสียงประชาชน สุดท้ายจะไม่สามารถรักษาประชาธิปไตยไว้ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงตามข้อวิเคราะห์ของอดีตนายกอภิสิทธิ์ เพราะรัฐบาลขณะนั้นไม่ยอมถอยจากอำนาจทั้งที่ขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว แต่นายชัยเกษม นิติสิริ รองนายกฯ ในขณะนั้นยังยืนกรานว่า “นาทีนี้ยังไม่ลาออก” จนนำไปสู่คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่า “ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่นาทีนี้ผมตัดสินใจยึดอำนาจการปกครอง” หลังจากนั้นบทบาทของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ก็คอยเตือนสติทั้งสังคมและผู้มีอำนาจ อย่าสร้างเงื่อนไขจนกลายเป็นคู่ขัดอย้งเสียเอง และยังประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอนที่ทำประชามติ ถึงตอนเลือกตั้งก็แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อได้ ส.ส.ไม่ถึง 100 คน ก็รักษาสัจวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และลาออกจาก ส.ส.ตอนพรรคตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อยืนยันว่าอุดมการณ์ทางการเมือง อยู่เหนือตำแหน่งและอำนาจ ให้คุณค่ากับสัญญาประชาคม ยิ่งใหญ่กว่ามติพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับผมท่านคือ สัจจะบุรุษ ที่หาได้ยากยิ่งในแวดวงการเมืองไทย ไม่เคยทำร้ายประเทศจนมีเหตุให้ต้องขอขมาบ้านเมืองแต่อย่างใด ตรงกันข้ามท่านคือนักการเมืองที่เสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เป็นนักการเมืองที่ไม่เคยถูกอำนาจกลืนกินเหมือนที่ใครหลายคนเป็น

นายเชาว์ยังแนะนำให้นายแพทย์ประเวศไปอ่านรายงาน คอป.ที่นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ที่สรุปต้นตอปัญหาการเมืองประเทศไว้อย่างแหลมคม ตรงประเด็น ว่าเกิดจากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายทักษิณ ชินวัตร รอดพ้นจากคดีซุกหุ้น โดยตอนหนึ่งในรายงานระบุว่า “คอป.เห็นว่ารากเหง้าของปัญหาส่วนหนึ่งมาจากการละเมิดหลักนิติธรรม กระบวนการประชาธิปไตยและการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอและขาดประสิทธิภาพ นำไปสู่การใช้อำนาจนอกระบบในการแก้ปัญหาโดยการรัฐประหาร ซึ่งแทนที่จะแก้ปัญหา แต่ท้ายที่สุดกลับสร้งปัญหามากยิ่งขึ้น...การละเมิดหลักนิติธรรมโดยกระบวนการยุติธรรมอันเป็นรากเหง้าของปัญหา เกิดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 295 หรือ คดีซุกหุ้นที่ศาลรัฐธรรมนูญ มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย...”

“จะเห็นได้ว่าปัญหาในอดีตได้วนกลับมาอีกครั้ง คือ เกิดการละเมิดหลักนิติธรรม โดยผู้มีอำนาจ ผ่านกติกาที่สร้างเพื่อกติกู จนความขัดแย้งยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น กระทั่งนำไปสู่การปลุกระดมเป็นสงครามความต่างระหว่างวัย ผมเห็นด้วยกับนายแพทย์ประเวศว่า ต้องสร้างกลไกที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมมาคลี่คลายปัญหา แบบเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน เขียนรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ เลือกเฉพาะมาตราที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีปัญหาในทางปฏิบัติ การถอดชนวนความขัดแย้งในยุคปัจจุบัน ต้องเริ่มจากผู้มีอำนาจยอมคายอำนาจก่อนเป็นอันดับแรก ผมจึงขอฝากไปถึงพลเอกประยุทธ์ ให้นึกถึงวันที่ท่านคิดว่าประเทศถึงทางตัน เพราะรัฐบาลในขณะนั้นไม่ยอมปล่อยมือจากอำนาจ มาเตือนสติตัวเอง จะได้ตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะพาประเทศไปสู่ทางตัน หรือจะเป็นคนเปิดทางออกให้ประเทศนี้ อย่าลากประเทศกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ เลยครับ” นายเชาว์ระบุทิ้งท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...