xs
xsm
sm
md
lg

ปฏิรูปตำรวจ-อัยการ วัดใจ “ลุงตู่” อีกรอบ !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ วิชา มหาคุณ
เมืองไทย 360 องศา
หากย้ำในแบบทำความเข้าใจตรงกันอีกครั้งก็ต้องบอกว่า เวลานี้ “ความเสื่อมศรัทธา” ของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานของรัฐ ก็บอกได้ทันทีว่าต้องเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักอัยการสูงสุด ส่วนหน่วยงานไหนจะ “เสื่อม” มากน้อยกว่ากัน หรือไม่ได้ต่างกันค่อยมาว่ากันในรายละเอียดปลีกย่อย แต่เท่าที่สัมผัสได้ทั้งความเคลื่อนไหว ความรู้สึก ความเห็นต่าง พรั่งพรูออกมาล้วนทำให้สัมผัสได้ทันที

ที่น่าสนใจก็คือ คราวนี้ความเสื่อมศรัทธาจากประชาชน หรือสังคมภายนอกที่ก่อนหน้านี้ เราจะเห็นถึงเสียงวิจารณ์ในทางลบกับ “ตำรวจ” เสียเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ทางฝ่ายอัยการมักจะออกมาเป็นแบบ “เสียงนินทา” เป็นครั้งคราวในสายลม แล้วก็เงียบหายไป ไม่ค่อยจะเอาจริงเอาจังนักเมื่อเปรียบเทียบกับตำรวจ อาจเป็นเพราะว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านใกล้ชิดที่สุด โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งานจราจร ไปถึงการจับกุมคดีต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าหากใครก็ตามที่มาทำหน้าที่ “แบบตำรวจ” มันก็ย่อมถูกวิจารณ์วันยังค่ำ

แต่สำหรับอัยการแล้ว คราวนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เรียกว่า “โดนเละ” ในแบบที่เรียกว่าถูก “กระแสสังคม” ไล่บี้จนแทบจะ“ติดมุม”เลยทีเดียว และกลายมาเป็นเสียงเรียกร้องจากสังคมให้มีการ “ปฏิรูป” ในแบบ “แพ็กคู่” นั่นคือ หากจะปฏิรูปแล้วก็ต้องจัดการไปพร้อมกันทั้ง “สองหน่วยงาน” เลยทีเดียว ซึ่งหากจะว่าไปแล้วหากมีการปฏิรูปจนเกิดผลสำเร็จ ก็น่าจะเกิดผลดีกับทุกฝ่าย นั่นคือทั้งฝ่ายตำรวจและอัยการ ที่จะต้องมีหลักประกันในด้านการทำงานที่ได้รับความเชื่อถือจากประชาชน

ขณะเดียวกัน เชื่อว่า ในแผนการปฏิรูปที่หากมีขึ้น จะต้องมีการพูดถึงเรื่องสวัสดิการ ค่าตอบแทน ความก้าวหน้าในหน้าที่อย่างแน่นอน และที่สำคัญ ยังเป็นการสร้างหลักประกันด้านกระบวนการยุติธรรมให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

หากพิจารณาจากความเป็นจริงดังที่ระบุข้างต้น ก็คือ เสียงเรียกร้องให้มีการกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง แต่เสียงเรียกร้องจะพุ่งเป้าไปที่“ปฏิรูปตำรวจ”เป็นหลัก ซึ่งเหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะการทำงานของตำรวจเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประชาชน และที่ผ่านมาก็จะมีการร้องเรียน เปิดโปงเรื่องการใช้ “อำนาจมิชอบ” ของตำรวจมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังอยู่ในยุคโซเชียลฯ ที่ตำรวจมักถูกประจานจากหลักฐาน จากคลิปภาพและเสียงต่างๆ ออกมา ซึ่งหากมองในอีกมุมหนึ่ง พฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวนี้อาจมีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าไม่มีการใช้หลักฐานแบบนี้แฉออกมาให้เห็น ประกอบกับในยุคปัจจุบันสังคมมีความตื่นตัวในเรื่องสิทธิมากขึ้น และแม้ว่าตำรวจจะมีการปรับวิธีการทำงานมากขึ้นกว่าในอดีต แต่ด้วยด้วยโครงสร้างอำนาจ และการทำหน้าที่ รวมไปถึงอำนาจการบังคับบัญชาที่เป็นอยู่ ก็ยังถือว่ามีช่องว่าง สังคมก็ยังมองว่ายังไม่ได้ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรม รวมไปถึงการสร้างหลักประกันให้กับชาวบ้านได้อย่างเพียงพอ

และที่สำคัญ ด้วยโครงสร้างของตำรวจก็ยังถูกมองว่ายังไม่ได้สร้างความยุติธรรมให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย การแต่งตั้งโยกย้ายที่มักมีข้อครหา บางปีถึงขนาดมีข่าวคราวอื้อฉาวในเรื่องการ “ซื้อขายตำแหน่ง” ออกมาให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งเหมือนกับว่ามีแต่การ “สะสมภาพลบ” มาเรื่อยๆ
อย่างไรก็ดี จากคดีของนายวรยุทธ หรือ “บอส” อยู่วิทยา ทายาทของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มกระทิงแดง ที่ทางอัยการสั่งไม่ฟ้อง และตำรวจไม่เห็นแย้ง ทำให้อารมณ์ของสังคม “ขาดผึง” ลงไปทันใด กำลังนำไปสู่ความเสื่อมศรัทธาต่อ “กระบวนการยุติธรรม” อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จนเกิดเป็นพลังเรียกร้องอย่างหนักแน่น ให้มีการ “ปฏิรูป” โดยเร็ว โดยครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ปฏิรูปตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องพ่วงด้วยการ “ปฏิรูปอัยการ” พร้อมกันไปด้วย


โดยความหวังที่เชื่อว่าสังคมอยากได้เห็น ก็คือ “ท่าที” และการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร เพราะที่ผ่านมา หากย้อนกลับไปตั้งแต่มีการเข้ามาควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็มีคำยืนยันในเรื่องของการ “ปฏิรูป” จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการพิจารณาการปฏิรูปตำรวจ ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และมีการพิจารณาสรุปเสร็จเรียบร้อย แม้ว่าอาจจะไม่ได้ตามความต้องการของประชาชนได้เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ในที่สุดก็ถูก “แช่แข็ง” เอาไว้เช่นเดิม

นาทีนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลา “วัดใจ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกครั้ง ว่า จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบตามเสียงเรียกร้องของสังคมได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน หากเป็นการรอจังหวะ ก็น่าจะรอผลของคณะกรรมการสอบหาความจริงที่มี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธานเสียก่อนก็ได้ เพราะจะมีการชี้ให้เห็นถึง “ช่องโหว่” ทางกฎหมาย และการใช้อำนาจตามที่มีการระบุเป็นนัยให้เห็นล่วงหน้ามาแล้ว
ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า จะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะหากมีการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างขนานใหญ่ ก็น่าจะได้เสียงชื่นชม และ “ได้ใจ” ชาวบ้าน ซึ่งในทางการเมืองก็ยังเหมือนกับการ “ปาดหน้า” ฝ่ายตรงข้ามนำหน้าไปไกลอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าเขารับรู้ถึงอารมณ์ของสังคมได้ดีอยู่แล้ว !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...