xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค จี้แก้ข้าวของน้ำมันแพง ลดดอกเครดิตสินเชื่อไม่เกิน 15%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปธ.กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค แถลงเสนอ 3 เรื่อง บรรเทาความเดือดร้อน ปชช. ทั้งข้าวของ น้ำมันแพง และมาตรการการเงิน ชี้ ธปท.ลดเพดานดอกเบี้ยเครดิต 16% - เงินกู้ 28% ยังไม่เหมาะสม วอน รบ.ปรับไม่เกิน 15% ตามประมวลแพ่ง

วันนี้ (2 ก.ค.) นายมานะ โลหะวณิชย์ ประธานคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค และคณะ แถลงข่าวถึงประเด็นที่คณะ กมธ. มีความห่วงใยประชาชนและผู้บริโภคในภาวะวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะ กมธ. มิได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการพิจารณาติดตามและให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นที่สำคัญจำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1. พิจารณาศึกษาปัญหาและมาตรการแก้ไขความเดือดร้อนของผู้บริโภคกรณีมาตรการ Lock Down ประเทศ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ประชาชนขาดรายได้แต่สินค้าอุปโภคบริโภคกลับขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น 2. พิจารณาศึกษาแนวทางการช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคกรณีราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริโภคต้องซื้อน้ำมันสำเร็จรูปในราคาแพง และมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ 3. พิจารณาศึกษาแนวทางและมาตรการทางการเงินในการช่วยเหลือและคุ้มครองโดยเฉพาะแนวทางและมาตรการทางการเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคุ้มครองผู้บริโภค

นายมานะ กล่าวว่า การปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากเดิมสูงสุดร้อยละ 18 เหลือร้อยละ 16 และดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิมสูงสุดร้อยละ 28 เหลือร้อยละ 25 โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 แต่จากการศึกษาของคณะอนุ กมธ.พิจารณาศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะ กมธ. การคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า ด้วยอัตราเพดานดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงิน แม้ปรับลดลงร้อยละ 2-3 นั้น ยังถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ซึ่งยังไม่เหมาะสม ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค

อีกทั้งยังสูงกว่าที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักและมีสภาพบังคับเป็นการทั่วไป มาตรา 654 กำหนดไว้ว่า “ห้ามให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละ 15 ต่อปี” และยังสูงกว่ากฎหมายยกเว้นห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นการเฉพาะและกำหนดให้การเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นความผิดและมีโทษทางอาญา

“จากสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค คณะ กมธ. จึงขอเรียกร้องไปยัง รมว.การคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล “ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี” เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผู้บริโภคอย่างยั่งยืนต่อไป” นายมานะ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...