xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” ย้ำต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ปิดกั้น ปชช. อยากชุมนุมไปขออนุญาต ปัดแช่แข็ง ศก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ แจงไม่เดินนอก กม. ย้ำต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้ใช้อำนาจปิดกั้น ปชช. ลั่นอยากชุมนุมต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ. เตือนเจ้าของอ่างพบค้าประเวณีถูกลงโทษ ยันรัฐไม่แช่งแข็ง ศก. ทั่วโลกวิกฤตเหมือนกัน เตือนอย่าประมาทหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อย

วันนี้ (30 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุม ครม. ถึงการออกมาคัดค้านกรณีที่รัฐบาลขยายเวลาการประกาศใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อคุมสถานการณ์โควิด-19 ว่า ตนไม่ขอตอบเพราะมีเหตุผลความจำเป็นอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าไม่ได้ปิดกั้นประชาชนเลย ประชาชนจะชุมนุมก็ไปขออนุญาตชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ในส่วนตรงนี้ไม่ต้องการให้คนไปรวมกลุ่มกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด ซึ่งก็แล้วแต่พวกท่านจะกลัวหรือไม่กลัวก็ไม่รู้ ตนไม่ได้ไปขู่อะไรอยู่แล้ว ขอให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของการใช้กฎหมายด้วย ตนพร้อมรับฟังทุกเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ที่อนุญาตให้เปิดกิจการอาบอบนวดได้แต่ห้ามค้าประเวณี มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตรงนี้ต้องคำนึงถึงว่าจะสร้างความสมดุลได้อย่างไรกับภาคเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อาชีพเหล่านี้ ส่วนเรื่องการห้ามค้าประเวณีที่สังคมมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่นั้น คงต้องไปตรวจบ้าง ในสถานที่ก็ขอให้ระมัดระวังก็แล้วกัน ถ้าถูกจับได้ก็ต้องถูกลงโทษ เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามมาตรการ และกฎหมายการห้ามค้าประเวณีมีอยู่แล้ว ทุกอย่างอยู่ที่คนปฏิบัติทั้งสิ้น กฎหมายมีทุกตัว แล้วทำไมต้องเพิ่มภาระเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจอีก ถ้าเรารู้จักว่าจจะต้องทำตัวอย่างไรในช่วงนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุด เพราะการผ่อนคลายระยะที่ 5 เป็นความเสี่ยงสูง รัฐบาลยอมรับความเสี่ยงเหล่านี้ซึ่งเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการรับสถานการณ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสาธารณสุข ด้านการบริการ ตรวจโรค รักษาโรค ทั้งหมดได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เราถึงกล้าที่จะผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แต่อยู่ที่คนเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าอะไรคือความเสี่ยง อะไรคืออันตราย อย่าไปเผลอลืมตัว เมื่อดื่มสุราไปแล้วก็มักจะไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้เป็นอันตรายของพวกเรา นายกฯ เป็นห่วงทุกคน มาตรการอาจจะเยอะไปบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพียงการเริ่มต้น ถ้ามันดีก็จะสามารถผ่อนคลายอย่างอื่นได้อีก แต่กฎหมายปกติยังคงต้องใช้อยู่ เหมือนกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สามารถให้เจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกันได้ เพราะบางทีเป็นกฎหมายเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เจ้าหน้าที่ส่วนที่ทำไม่พอก็ต้องบูรณาการคนเข้าไปทำงานซึ่งต้องใช้กฎหมายรวม นั่นคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน หลายพื้นที่อาจมองว่าตรงจุดนี้ไม่ติดเชื้อ แพร่ระบาดน้อย ไม่เห็นควรตั้งใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่โอกาสจะแพร่ไปที่อื่นมันมีหรือไม่ ที่จะไปรับมาจากพื้นที่อื่น จึงต้องมีมาตรการกลางเอาไว้ไม้ให้ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า มองว่าการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นการแช่แข็งเศรษฐกิจประเทศ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เอาอะไรมาพูดว่าเป็นการแช่แข็ง พูดอย่างนั้นคงไม่ถูกต้องมากนัก เพราะวันนี้มีสถานการณ์โควิด-19 เป็นหลักอยู่แล้วเสริมเพิ่มเติมจากเศรษฐกิจโลก ตนได้ดูในต่างประเทศว่ามีมาตรการอะไรรองรับบ้าง กับสถานการณ์โควิด ที่เกิดขึ้นทั้งการปรับลดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยธนาคารกลาง เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ตนก็ทำแบบที่เขาทำ ไม่ได้ผิดแบบไปจากเขาเลย มีแต่รายละเอียดยิบย่อยที่เราต้องทำเพิ่มเติม หลักการสำคัญ เราทำเหมือนกันคนอื่นเขาหมด ทั้งนี้ ต้องดูพื้นฐานของเราว่าเข้มแข็งพอหรือยัง ซึ่งต้องมาจากรวมไทยสร้างชาติ ทุกคนต้องร่วมมือกัน ช่วยกันแสดงความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์

“ผมตำหนิใครไม่ได้อยู่แล้ว ต้องรับฟังจากทุกคน ขอบคุณหลายคนตั้งใจดีอยู่แล้ว แต่บางทีไม่เข้าใจกันก็วิพากษ์วิจารณ์กันไป จนทำให้ประเด็นสำคัญหายไปหมด หลายเรื่องด้วยความไม่เข้าใจแล้วไปพูดกันต่อ เลยทำให้วุ่นวายไปหมด หลายอย่างเราทำตามต่างประเทศไม่ได้ทั้งหมดเพราะบางประเทศมี 4-5 ล้านคน ขณะที่ของเราปี 60 กว่าล้านคน มีปาก 60 ล้านปาก นายกฯ มีปากเดียว เสียงสู้ไม่ไหว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศยังรุนแรงอยู่ ตัวเลขติดเชื้อเข้าไป 10 ล้านคน ตายกว่า 500,000 คน อย่าประมาท ประเทศไทยแม้ว่าจะติดเชื้อยอดรวม 3,000 กว่า ดูมันน้อย แต่หากมีการแพร่ระบาดจะทำอย่างไร วันนี้การตรวจสอบที่พบอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ แต่ก่อน 3 วัน 7 วันเจอ ตอนนี้เข้าไปเจอในวันที่ 11 อะไรทำนองนี้ ทุกอย่างประมาทไม่ได้ ทั้งการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง การมั่วสุม ใกล้ชิดกัน หรือใช้แก้วน้ำเดียวกัน

สำหรับมาตรการที่จะออกมาหลังต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในรอบนี้นั้น จะเป็นข้อกำหนดที่สอดคล้องกับกิจกรรม กิจการที่ผ่อนคลาย ข้อกำหนดบางอันยกเลิกไปและมีการเพิ่มบางส่วนเข้ามา เพื่อสุขภาพของพวกเราเองทุกคน ไม่ใช่เพื่ออำนาจตน ทุกคนมองแต่อำนาจ อำนาจมันอยู่กับเราไม่นาน ถ้าเราไม่มีวิธีการทำอย่างโปร่งใส เป็นไปตามกฎหมาย ตนพยายามทำตามกฎหมาย ไม่ใช้วิธีนอกกฎหมายอยู่แล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...