xs
xsm
sm
md
lg

"สนธิรัตน์"ชำแหละเหตุพลังประชาเละ เพราะการเมืองเก่าครอบงำ หิวโซจ้องถอนทุน **สุดจัด!ไฟลุกท่วมโซเชียลฯ ศึก"บุ๋ม ปนัดดา" VS"เอ๋ ปารีณา" ** "บิ๊กแดง" สั่งปลดกรรมการสนามมวยลุมพินียกชุด หลังผลสอบสรุปว่า บกพร่องต่อหน้าที่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**"สนธิรัตน์"ชำแหละเหตุพลังประชาเละ เพราะการเมืองเก่าครอบงำ หิวโซจ้องถอนทุน ล่าพลังงาน ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่ "สุริยะ" วันนี้ยิ้มเขินๆ

กรณีของ"พรรคพลังประชารัฐ" หลังกรรมการบริหารพรรค 18คนลาออก เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคใหม่ ที่ว่ากันว่า ก๊วน ก๊ก ทั้งหลายต่างจะผลักดัน เพื่อหวังผลเกมการเมืองในการปรับครม.เป็นสเต็ปต่อไป

ถึงคิวของ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" ที่พ้นสภาพจากเลขาฯ มารักษาการเลขาธิการพลังประชารัฐ ได้โอกาสชำแหละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ

"สนธิรัตน์" มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพลังประชารัฐ วันนี้เราควรทำการเมืองใหม่ ไม่ควรยึดติดการเมือง แบบแก๊ง ก๊วน ต่อรองหัวหน้าก๊วน

ตอนนี้ การเมืองแย่กว่าเดิม เพราะปล่อยให้"การเมืองเก่า" มาครอบงำด้วยหิวโซ กันและทุกคนคิดจะ"ถอนทุน" กันหมด... แล้วจะยอมให้เป็นไปกันแบบนี้กันหรือ

การทำการเมืองต้องมีจุดยืน มีหลักการ ไม่ใช่ตะลุมบอนกัน วิธีคิดแบบนี้ประเทศอยู่ตรงไหนประชาชนอยู่ตรงไหน นั่นคือคำถาม

หากการเมืองไทยยังเป็นแบบนี้ "สนธิรัตน์" มองว่าคนใหม่ๆ คงไม่อยากที่จะเข้ามาเล่นการเมืองกัน "พรรคพลังประชารัฐ" ตอนนี้น่าสงสารมาก เด็กใหม่ๆ เต็มไปหมด แต่ตอนนี้เด็กใหม่มึนก็กันไปหมด เพราะสังคมอยากได้การเมืองคนรุ่นใหม่ แต่วิธีการทำการเมืองยังเป็นรุ่นเก่าอยู่เลย เท่ากับมันไม่ได้พัฒนาการการเมืองเลย ถูกครอบด้วยคนการเมืองเก่าที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

"สนธิรัตน์" ย้ำว่า ตัวเขาทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ทำอย่างไรให้ประเทศได้ ไม่ได้คิดการเมืองแบบเชิงต่อรอง ที่กระทรวงพลังงานจะให้โกงกิน ไม่ทำ


"ผมมีแรงกระแทกเยอะ ผมกันคนกินของเดิม ล้างของเก่า แต่ก็มีกลุ่มที่จะมาดิสเครดิตผม เพราะเสียผลประโยชน์ แต่ผมไม่ยอม ชีวิตผม มาถึงวันนี้ได้ผมจะไม่ให้มัวหมอง ผมจะไม่ยอมให้ใครมาบอกว่า ผมเป็นนักการเมืองหากิน นายกรัฐมนตรีส่งผมมาก็เพราะรู้ว่า ผมมือสะอาด คนที่อยากมาก็เพราะที่นี่ กระทรวงพลังงาน เพราะเป็นขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า"

ต้องบอกว่า หลังการเปลี่ยนแปลงกระแสข่าวเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ก็แรงขึ่นเป็นลำดับ โดยสปอตไลต์ ส่องไปที่ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" แกนนำกลุ่มสองมิตร "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ที่กำลังเชื่อกันว่า เป็น "สองมิตรที่คิดการใหญ่" ซึ่งทั้งผลักทั้งดัน ลงทุนลงแรงเดินเกมปูทางล้มอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐกันมา เป็นขั้นเป็นตอนถึงจุดนี้แล้ว

ฟังว่า กระแสข่าวในการปรับครม.ที่มีข่าวออกมารายวัน "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" มีความต้องการจะไปนั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าที่ "สนธิรัตน์" กล่าวถึงเป็นสุดยอดปรารถนา

แต่เมื่อมีสื่อถามจี้ "สุริยะ" ก็ทำท่ายิ้มเขินๆ โบ้ยว่าเรื่องปรับครม.ก็แล้วแต่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรื่องจะไปพลังงาน ก็ว่ากันไป แต่ทุกวันนี้มีความสุขดีกับกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้

งานนี้ก็ต้องเขียนแปะข้างฝากันไว้ก่อน แล้วก็ติดตามกันต่อไป.


**สุดจัด!ไฟลุกท่วมโซเชียลฯ ศึก"บุ๋ม ปนัดดา" VS"เอ๋ ปารีณา" ขืงก็ราข่าก็แรง จากดรามากม.คุกคามทางเพศ ลามด่าหมีเหม็น!

เกิดศึกดรามาสาดกระสุนน้ำลายผ่านโซเชียลฯ ที่ว่ากันว่าเป็น "ศึกสองนางงาม" ระหว่าง "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”เจ้าของตำแหน่งนางสาวไทยปี 2543 กับ "เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์" ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เจ้าของตำแหน่งนางงามมิตรภาพ จากเวทีเดียวกันในประกวดปี 2544

เรื่องดรามาเริ่มจากประเด็นกฎหมายคุกคามทางเพศ หลัง "บุ๋ม ปนัดดา" ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องให้มีการแก้ไขกม.การคุกคามทางเพศ โดยอยากให้มีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงกว่านี้ ก่อนที่"เอ๋ ปารีณา" จะโพสต์ข้อความทำนองว่า กฎหมายดังกล่าวมีอยู่แล้วและแขวะอีกฝ่ายว่า“มากสามี”

เมื่อ"เอ๋"แขวะมา"บุ๋ม"ก็ซัดกลับ ส่งสารเจ็บ "ไม่ฉลาดก็ให้อยู่เงียบๆ เดี๋ยวจะกรวดน้ำคว่ำขันไปให้"

จากนั้นเรื่องราวก็ลุกเป็นไฟ ถึงขั้นที่"ปรีณา"โชว์สกิลส.ส.บ้านๆ โดยที่ "บุ๋ม" ยอมรับว่าช็อกกับพฤติกรรมอีกฝ่าย ไม่รู้เขาทำไปเพื่ออะไร ไม่เข้าใจ ตอนแรกว่าจะหยุดทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ถ้าหยุดแล้วอีกฝ่ายคิดได้ หยุดพฤติกรรมได้ก็ทำ แต่อีกฝ่ายกลับโพสต์หนักขึ้น ชื่อตนชัดเจนและถึงขั้นแฮชแท็ก "หมีเหม็นมาก" แรงนะ ส.ส.เขียนกันแบบนี้เหรอ... เอาเรื่องไหม ต้องเอาเรื่องแล้ว


...ในเมื่อไม่หยุดเริ่มเละเทะก็จะฟ้องร้องเขา ให้รู้จักคำว่ามารยาทคืออะไร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คืออะไร ไม่มีสิทธิ์เอารูปบุ๋มไปพูดเสียๆ หายๆ การที่บุ๋มเอาตัวเข้าไปทำงานบุ๋มได้อะไรเหรอ บุ๋มมาเจอคนแบบนี้คงต้องฟ้อง และคิดในใจว่าเอาค่าฟ้องมาเลี้ยงหมาจรจัดทั่วประเทศ จบ จะมาดูถูกคนเพียงเพราะเป็น ส.ส.ไม่ได้...

วันนี้มีแรงบันดาลใจใหม่ ถ้ามีโอกาสจะไปเป็นส.ส. และทำให้เขาเห็นว่า ส.ส.ที่ดีทำตัวยังไง วันนี้จะไปเป็นส.ส.ให้เขาดูว่าน้ำดีมันเป็นยังไง ทำงานเพื่อประชาชนทุกวินาที มันเป็นยังไง ขอให้หยุดพฤติกรรม และทำกับบุ๋มเป็นคนสุดท้าย ก็เชิญเขาไปออกหลายที่เลยค่ะ จะได้เก็บหลักฐาน หมาจะได้ทั่วประเทศ

บางคนบอกเป็น "สงครามนางงาม"ไม่เป็นไร ด้วยตำแหน่งไหนก็ตามแต่เขาไม่ใช่นางสาวไทย เรามีครอบครัวนางสาวไทย แต่ "เอ๋" ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนะคะ จะบอกว่าสงครามนางงามไม่ได้ เพราะเขา"ตกรอบ" ค่ะ และขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจในการเป็นส.ส.

"กรวดน้ำคว่ำขัน" คือจบ ไม่ยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ถ้าทำบุญให้ได้ก็จะทำ ตอนนี้กำลังใจมาเยอะมาก แต่ถ้าโยงเรื่องการเมืองอย่าดึง"บุ๋ม"ไปเลย หลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความ

ขณะที่เฟซบุ๊ก"ปารีณา" ก็ได้โพสต์สวนทันควัน ฟ้องมาฟ้องกลับ อย่าคิดว่าแจ๋วคนเดียว

น่าสนใจติดตามว่า ดรามาสองสาวงามจะลงเอยอย่างไร

และนาคิดว่า ดรามาทั้งหมดนี้ "ปรีณา" จะจงใจเบี่ยงเบนดับกระแสพรรคพลังประชารัฐ ที่กลายเป็นพลังประชาเละ หรือไม่ ?

ยี่ห้อ "เอ๋ ปรีณา" นี่สุดจัดของแบบนี้ซะด้วย .

** "บิ๊กแดง" สั่งปลดกรรมการสนามมวยลุมพินียกชุด หลังผลสอบสรุปว่า บกพร่องต่อหน้าที่ ปล่อยให้มีการชกมวยทั้งที่ครม. มีมติให้ยุติการแข่งขันกีฬาที่รวมคนหมู่มากไว้ก่อน จนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19



คงจำกันได้ว่ายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งพรวดจนน่าตกใจในช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผานมา จากเดิมที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่แค่วันละคน สองคน โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พุ่งขึ้นมานั้น มาจากกรณี "สนามมวยลุมพินี" และ "ผับทองหล่อ"

กรณีสนามมวยลุมพินี ตามข่าวระบุว่าเป็นเพราะ "นายทหารระดับเจ้ากรมท่านหนึ่ง" ไปดูงานต่างประเทศ เมื่อกลับมาก็ไม่ยอมกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน ตามคำแนะนำของสาธารณสุข แต่กลับไปร่วมงาน ศึกลุมพินีแชมเปี้ยนเกริกไกร ที่สนามมวยลุมพินี เมื่อวันที่ 6 มี.ค.63 วันเดียวกับ "แมทธิว ดีน" ดาราชื่อดัง พร้อมด้วย "สกล หลักสิม" เซียนมวยชื่อดังไปร่วมงาน และมีอาการป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในเวลาต่อมา

ว่ากันว่าสนามมวยลุมพินีวันนั้น มีคนในงานกว่า 10,000 คน ... นอกจากนั้น "ท่านเจ้ากรม" ยังได้พบปะกำลังพล ทั้งในและนอกกองทัพบกอีกกว่า 100 คน จนทำให้หวาดผวากันไปทั้งกรม ต้องเร่งเข้าไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบกอย่างขนานใหญ่ ตามจุดต่างๆ

ต่อมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาตั้งโต๊ะแถลงว่า ท่านเจ้ากรมที่เป็นบุคคลในข่าวคือ "พล.ต.ราชิต อรุณรังษี" เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก แต่ก็ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด และได้กักตัว14 วันเพื่อรอดูอาการแล้ว

ขณะที่ "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. หลังทราบข่าวก็ "หัวร้อน" อย่างมาก ต้องเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการด่วน เพราะสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันหนักว่า นายทหารคนดังกล่าวไม่รับผิดชอบต่อสังคม ทั้งที่ประชาชนกำลังหวาดผวากับการแพร่ระบาดของโรค และเกรงว่าจะเป็น "ซูเปอร์ สเปรดเดอร์" ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดทวีคูณออกไปในวงกว้าง


โซเชียลฯ ก็กระหน่าหนักว่า ทั้งที่กระทรวงสาธารณสุข ก็มีคำเตือนแล้ว ให้หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มกันของคนหมู่มากที่จะทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้ง่าย... ที่ประชุมครม. ก็มีมติออกมาแล้ว ให้การแข่งขันกีฬาหลายประเภท ต้องยุติเอาไว้ก่อน ทั้งฟุตบอลลีกในประเทศทุกระดับ การแข่งขันโมโตจีพี หรือ กอล์ฟแอลพีจีเอ ที่มีโปรแกรมจัดแข่งขัน ในไทย ต่างยกเลิกกันหมด แต่ทำไมที่เวทีลุมพินี ซึ่งเป็นเวทีของทหาร จึงยังจัดรายการมวยเก็บค่าบัตรให้คนเข้าไปดูตามปกติ หรือเห็นว่าผลประโยชน์ สำคัญกว่าการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

ทางกองทัพบก จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อ ลงโทษทางจริยธรรมและวินัย กับผู้บริหารสนามมวยลุมพินี ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง หรือนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 อันสืบเนื่องจากมติ ครม. ดังกล่าว

ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า "พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ" ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และคณะกรรมการสอบสวนฯ ได้สรุปผลการสอบออกมาแล้วว่า กรรมการสนามมวยลุมพินี มีความบกพร่องในการที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ ตามที่ตนเองคาดว่าทำได้ จนทำให้เกิดความเสียหาย จึงได้เสนอลงโทษด้วยการ "ปลดกรรมการสนามมวยทั้งหมด" และ "บิ๊กแดง" ก็ได้เซ็นคำสั่งปลดกรรมการสนามมวยลุมพินีทั้งหมดแล้ว

ขณะที่ "พล.ต.ราชิต อรุณรังษี" เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ในฐานะนายสนามมวยลุมพินี ได้ถูกโยกย้ายเข้าประจำ บก.ทบ. ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว และถูกกักตัว 14 วัน เพื่อรอผลการตรวจเชื้อ แต่ก็ไม่พบว่าเป็นผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด

เรื่องนี้ต้องชื่นชม "บิ๊กแดง" ที่ทำตามเสียงเรียกร้องของประชาชน ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่มองข้ามเรื่องสำคัญ ... และอีกคนที่ต้องชื่นชมคือ "แมทธิว ดีน" ที่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขาน่าจะติดเชื้อจากสนามมวยลุมพินี เพราะไปร่วมงานในวันนั้นด้วย ทำให้กรอบการติดตามกักตัว สกัดการแพร่ระบาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...