xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลเดินหน้าประกันรายได้ชาวสวนยางระยะ 2 มุ่งบริหารจัดการทั้งระบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
รองโฆษกรัฐบาล เผย “ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะประชุม กนย. ย้ำรัฐบาลเดินหน้าประกันรายได้ชาวสวนยางระยะ 2 เริ่มมิ.ย. รอการยางแห่งประเทศไทย ประชุมเคาะช่วยเหลือ ก่อนนำเข้า ครม.มุ่งบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ

วันนี้ (1 มิ.ย.) เวลา 13:30 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมประชุม ที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ยางพาราโลกในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ไตรมาสแรกพบว่า ความต้องการใช้ยางของโลกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วลดลงร้อยละ 19.53 สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของไทยมีการใช้ยางลดลงเกือบร้อยละ 50

วาระสำคัญของการประชุมวันนี้ นางสาวรัชดา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการประกันรายได้เกษตกรชาวสวนยาง ระยะที่2 ช่วงเดือน มิถุนายน-พฤศจิกายน 2563 โดยยึดแนวทางการประกันรายได้ระยะที่ 1 ส่วนรายละเอียดให้การยางไทยไปพูดคุยและทำความเข้าใจกับเครือข่ายชาวสวนยางทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่ง เรื่องที่สอง คือ การอนุมัติโครงการสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก้ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ วงเงิน 20,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี จำนวนไม่เกิน 600 ล้านบาท ทั้งสองเรื่องจะต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

สำหรับการบริหารจัดการปริมาณยางพาราในประเทศ นายกรัฐมนตรีได้ติดตามการดำเนินโครงการภาครัฐด้านการตลาดและแปรรูปสินค้ายางพารา เช่น โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อใช้ในการรวบรวมยาง ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรได้เบิกเงินกู้จาก ธ.ก.ส.ไปแล้ว 1.18 หมื่นล้านบาท โครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยางพารา ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว สองพันล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยางเพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิต/เพิ่มมูลค่าสินค้า มีผู้เข้าร่วมโครงการฯกู้เงินแล้ว 1.4 หมื่นล้านบาท มีการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น 1.3 แสนตัน

นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการทำสวนยางอย่างยั่งยืน โดยกำชับเรื่องการทำงานกับทุกภาคส่วนและให้กำหนดเป้าหมายร่วมกัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้ตั้งเป้าให้ 1) มีสวนยางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ไว้ที่ 15 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี 2) มีสวนอย่างยั่งยืนแบบผสมผสานลดการพึ่งพารายได้จากยางเพียงอย่างเดียว ไม่น้อยกว่า 2 ล้านไร่ ในระยะเวลา 10 ปี และ 3) แก้ปัญหาสวนยางในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์โดยส่งเสริมการทำสวนยางยั่งยืนที่เกื้อกูลธรรมชาติ ภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งเป้าไว้ที่ 5 ล้านไร่

“รัฐบาลตั้งใจดูแลชีวิตความเป็นอยู่ชาวสวนยาง นอกจากนโยบายประกันรายได้แล้ว ยังมีการดำเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ การลดปริมาณยางพาราในประเทศ การขยายตลาดการส่งออก การเพิ่มมูลค่าสินค้าจากยางพาราเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำควบคู่กันไป และขอให้ชาวสวนยางมั่นใจว่ารัฐบาลมีกลไกให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ได้เข้าถึงเงินทุนเพื่อการเพิ่มศักยภาพการผลิตและคุณภาพ สุดท้ายจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น” นางสาวรัชดากล่าว

ด้าน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ 1/2563 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุม ได้เห็นชอบ หลักการประกัยรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 2 ปีฤดูกาลผลิตตั้งแต่เดือน มิถุนายนเป็นต้นไป ซึ่งกรอบวงเงินทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. จะเป็นคนจ่ายไปก่อน โดยนายกฯมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทยไปกำหนดการประกันรายได้ยางแต่ละชนิด ก่อนจะเสนอ ครม. ให้รับทราบต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลเคยประกันราคายาง โดยจ่ายชดเชยส่วนต่างเพิ่มขึ้นจากราคารับซื้อทั่วไป เช่น ยางแผ่นดิบชั้น 3 จากเดิมราคาอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลชดเชยเพิ่ม 20 บาท ทำให้ราคายางอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม ยางก้อนถ้วย เป็น 23 บาทต่อกิโลกรัม จาก 13-15 บาท ต่อกิโลกรัม เป็นต้น และที่ประชุมเห็นชอบวงเงินกู้ที่รัฐบาลจะช่วยผู้ประกอบการไม้ยางพารา และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเช่นเฟอร์นิเจอร์ วงเงิน 20,000 ล้านบาทโดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ 3 ตามความเป็นจริงชดเชยดอกเบี้ยไม่เกิน 600 ล้านบาท รวมถึงเห็นชอบช่วยเหลือธุรกิจยางแผ่น และยางแท่ง วงเงิน 20,000 ล้านบาท ชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 2-3 ตามความเป็นจริง ซึ่งมีวงเงินชดเชยดอกเบี้ยไม่เกิน 600 ล้านบาท

ส่วนเรื่องของน้ำยางข้น จะกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผู้ประกอบการอยากให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจทำน้ำยางข้น หรือถุงมือยาง


กำลังโหลดความคิดเห็น...