xs
xsm
sm
md
lg

อึ้ง! “อัษฎางค์” แฉยุค “ทักษิณ” ผิดพลาดใหญ่ ต้นตอหายนะ “บินไทย”? เจ้าตัวแบไต๋อยู่หลังเกม “เพื่อแม้ว”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจาก เฟซบุ๊ก อัษฎางค์ ยมนาค
“อัษฎางค์” จัดชุดใหญ่ แฉยุค “ทักษิณ” ต้นตอหายนะการบินไทย แจงละเอียดยิบ ลงทุนผิดพลาด กลโกง งาบคอมมิชชัน ขณะ “แม้ว” ยกตนข่มผู้นำทั่วโลก ถ้าเป็นตน จะแก้โควิด-19 โดยไม่ “ล็อกดาวน์” เพราะได้ไม่คุ้มเสีย

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (14 พ.ค. 63) เฟซบุ๊ก อัษฎางค์ ยมนาค ของ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์หัวข้อ “ตามหาความจริง”

โดยระบุว่า “ระเบิดปรมาณูหลายลูกที่ตกลงในการบินไทยในสมัยรัฐบาลทักษิณ คือ ต้นตอแห่งความหายนะของการบินไทยที่กำลังเป็น Talk of the town อยู่ในเวลานี้หรือไม่
ชาวบ้านค่อนประเทศ ปักใจเชื่อว่า ทักษิณเป็นนายกฯคนเก่งที่สร้างความมั่งคั่งให้ประเทศไทย ตามคำบอกเล่าปากต่อปาก ที่มาจากคำโฆษณาชวนเชื่อ

ทั้งๆ ที่มีหลักฐานมากมายว่า ความจริงเป็นสิ่งตรงข้าม
แต่ความจริงเหล่านั้นไม่ไปถึงชาวบ้าน เพราะเงินไม่บริสุทธิ์จากการทุจริตจำนวนมหาศาล ถูกใช้ไปในการปิดหูปิดตา และไปเปิดปากให้ประชาชนช่วยกันโฆษณาชวนเชื่อ

และที่หนักหนามากขึ้น คือ เด็กรุ่นใหม่ที่โตไม่ทัน ก็ฟังเรื่องเล่าคำสรรเสริญเยินยอนั้น มาจากคนรุ่นก่อนที่โดนหลอกมาอีกที
............................................................................
ขยายความจากโพสต์เมื่อวาน เรื่องเที่ยวบินมรณะ กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ฝีมือของนักธุรกิจการเมืองสมองหมื่นล้าน ทักษิณ ชินวัตร
อ่านย้อนหลังได้ที่นี่
https://www.facebook.com/1234993066616474/posts/2934707346645029/?d=n
https://www.naewna.com/politic/492427
เที่ยวบินแรกที่บินไปนิวยอร์กเริ่มบินเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 และเที่ยวบินสุดท้าย 1 กรกฎาคม 2551 ที่จบลงด้วยหายนะของบริษัท การบินไทย ด้วยตัวเลข
**ขาดทุนกว่า 7,000,000,000 บาท
อ่านว่า 7 พันล้านบาท

ตัวเลขนี้เฉพาะเส้นทางบินนี้เส้นทางเดียวในระยะเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น

ตัวเลขหายนะนั้น ยังไม่รวมเรื่องที่รัฐบาลทักษิณสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus รุ่น A340-500 เพื่อทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก โดยเฉพาะเป็นจำนวน 4 ลำ
**มูลค่าราว 20,000,000,000 บาท
อ่านว่า 20,000 ล้านบาท

ซึ่งว่ากันว่า สาเหตุหนึ่งในหายนะนั้นคือ เครื่องบินรุ่นนี้กินน้ำมันสุดๆ จนต้องหยุดบิน

มีคำถามว่า ตอนอนุมัติให้ซื้อ “ไม่รู้เลยหรือว่ามันกินน้ำมันแบบสุดๆ”
และมีคำตอบจากฝ่ายบริหารของบริษัท การบินไทย ว่า “มีการทักท้วงแล้วว่าไม่ควรจะซื้อรุ่นนี้ แต่ไม่มีผู้มีอำนาจคนใดสนใจฟัง”

เหตุผลที่ไม่มีใครสนใจฟัง เพราะถ้าไปซื้อเครื่องบินจากค่าย Boing คนที่เป็นกลางมีหน้าที่เชียร์แขกจะได้ค่าคอมเพียง 3%

แต่ถ้าซื้อเครื่องบินของ Airbus จะได้ค่านายหน้าเป็นคอมมิชชัน 5%

ตัวเลข 5% นี่มันคิดเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่? ถึงได้สงบ สยบได้ทุกสิ่ง
**ตัวเลข 5% นี้คิดเป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท
เงินกว่า 1 พันล้าน ปิดปาก ปิดตา ผู้มีอำนาจได้หลายคน เลยทีเดียว ซึ่งผลต่อเนื่องก็คือ มันช่วยปิดตาคนทั้งประเทศไปได้ด้วย
............................................................................
ที่เล่ามาตั้งแต่ต้น ยังไม่รวมการจัดซื้อเครื่องบิน Airbus รุ่น A340-600 อีก 5 ลำ
**มูลค่า 25,500,000,000 บาท
อ่านว่า 25,500 ล้านบาท
**เอาแค่ 2 งานนี้ รวมกันมีคนที่งาบค่าคอมไปกว่า 2 พันล้าน

เขาหรือเขาเหล่านั้นเป็นใคร จริงๆ มีคนรู้เยอะเลย แต่ถ้าท่านยังไม่รู้ต้องถาม ครม.ของรัฐบาลทักษิณ และคนในบ้าน “จันทร์ส่องหล้า” ดูเอา
ตอนจบของเรื่องนี้ นอกจากการบินไทยขาดทุนย่อยยับ และต้องจอดเครื่องบินทิ้งเอาไว้เฉยๆ เป็นสุสานมาถึงปัจจุบัน

และในสุสานเครื่องบินที่อู่ตะเภาไม่ได้มีแค่เครื่องบิน 4 ลำนั้น แต่มีอยู่สิบกว่าลำ ซึ่งปัจจุบันขายออกไปได้เพียงบางส่วนซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย

ฝูงสุสานเครื่องบินที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ ยังมีความเสียหายในการจอดทิ้งไว้เฉยๆ ด้วย นั้นคือ การบินไทยยังต้องจ่ายค่าเสื่อมราคาของเครื่องบินรุ่นนี่ที่พุ่งสูงสะสมด้วยตัวเลข (เมื่อหลายปีก่อน)
**อยู่ที่ราวๆ 14,000,000,000 บาท
14,000 ล้านบาท
............................................................................
นอกจากเรื่องฝูงบินดังกล่าวที่สร้างความเสียหายเป็นหลักหมื่นล้านให้กับการบินไทย ในขณะที่บางคนได้ค่านายหน้าเป็นหลักพันล้านแล้ว

ยังมีคดีอื้อฉาวระดับโลกที่ทางบริษัท Rolls-Royce ออกมาสารภาพเองว่า ได้จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ในหลายประเทศเพื่อเป็นแรงจูงใจ (สินบน) ให้สายการบินในประเทศนั้นๆ สั่งซื้อเครื่องยนต์ของ Rolls-Royce มาใช้กับเครื่องบินของสายการบินของตน

ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบริษัท การบินไทย (อีกแล้ว)

ทั้งนี้ เมื่อย้อนหลังไปค้นมติการประชุม ครม.เมื่อปี 2547 ที่มีวาระการพิจารณาโครงการจัดหาเครื่องบินของการบินไทย ที่ลงนามโดย นาย....(รมต.) เสนอต่อที่ประชุม ครม.ทักษิณ ชินวัตร

ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การขออนุมัติโครงการจัดหาเครื่องบินตามแผนวิสาหกิจ ปี 2548/49 - 2552/53 จำนวน 14 ลำ
**เป็นวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 96,355,000,000 บาท
อ่านว่า 96,355 ล้านบาท

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ส่วนใครในฝ่ายการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้างไปตามหากันดู หาไม่ยากเลย

ส่วนฝั่งการบินไทยในขณะนั้น มี นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
และ นายกนก อภิรดี เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า....
“งานใหญ่แบบนี้ วงเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน คณะกรรมการบริหารของบริษัทไม่สามารถอนุมัติได้ ต้องอนุมัติโดย ครม.เท่านั้น”
ชัดมั้ย”

ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายทักษิณ ชินวัตร จากแฟ้ม
อย่างไรก็ตาม วานนี้ บีบีซีไทยสัมภาษณ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อถูกขอให้มองภาพการแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ของไทย เขาจึงเริ่มต้นด้วยการชื่นชมไทย ว่า มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ แต่เขาเชื่อว่า นั่นเป็นเพราะระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งอยู่ก่อนแล้ว

“ผมเป็นห่วงเรื่องการตรวจ เพราะถ้าเราตรวจน้อย เราพบน้อยแน่นอน แต่การตรวจก็ไม่จำเป็นต้องตรวจทั้งหมด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง สามารถใช้ทฤษฎีเรื่องการสุ่มตรวจในกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่มได้”

เขาบอกว่า เฝ้าติดตามการแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของไวรัสตัวนี้อย่างใกล้ชิด สอบถามที่ปรึกษา นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และนักวิชาการอยู่ตลอดเวลา จนเชื่อว่า เขาเข้าใจเชื้อโรคและการระบาดนี้ได้ดีพอควร

เขาเห็นผู้นำหลายชาติในโลก “ไม่เข้าใจเชื้อโรคนี้อย่างแท้จริง” จึงแก้ปัญหาโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ และหากเขาได้มีโอกาสแก้ปัญหาประเทศตอนนี้ก็จะ “ไม่ล็อกดาวน์”

อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยเผชิญวิกฤตการระบาดของไข้หวัดนกในช่วงปี 2547-2548 บอกว่า ได้ศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดนก และ โรคซาร์ส ที่เคยระบาดครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2546 และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 แล้ว เขาเชื่อว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้ร้ายแรงมากไปกว่าเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส ดังนั้น จึงมองมาตรการล็อกดาวน์กับการเพิ่มระยะห่างทางสังคมที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย และหากมีอำนาจ เขาจะ “คลายเรื่องของการล็อกดาวน์ทันที”

“เรามาดูทั้งโลกติด (โรคโควิด-19) แล้ว 3 ล้านกว่าคน จากประชากรโลก 7 พันล้านคน…ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก… เรากำลังเอาเปอร์เซ็นต์ต่ำนี้มาแลกกับเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อคนโดยเฉพาะ ในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีแรงอุดหนุนอะไรมากมาย ถามว่าคุ้มไหม ผมว่าไม่คุ้ม…คนข้างล่างเขาจะถามว่า ถ้าไม่ติดโคโรนา ถ้าอดตายละ…ทั่วโลกนี่ต้องคิดว่ายังมีคนที่ไม่มีเงินออม และมีหนี้ครัวเรือนจำนวนมาก จะให้เขาเสียสละอย่างไร”

อ่านฉบับเต็ม
บีบีซีไทย. ทักษิณ >โควิด-19< ไม่ล็อกดาวน์

แน่นอน, โพสต์ของ “อัษฎางค์” สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ในยุคที่ “ทักษิณ” เรืองอำนาจนั้น ดูเหมือนทุกอย่างจะอยู่ในกำมือของเขา ไม่เว้นแม้แต่ฐานเสียงค่อนประเทศ ดังนั้น การที่จะทำอะไร จึงไม่มีใครคัดค้านหรือต่อต้าน จนกระทั่งมีประชาชนจำนวนมาก ลุกฮือขึ้นมา ในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นกลุ่มแรก ที่หยิบเอาความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่องมาประจาน โดยเฉพาะเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ทำให้กลโกงมีความแยบยลมากขึ้น จึงนำมาสู่การรัฐประหาร และล้มรัฐบาลทักษิณได้

จึงไม่แปลกที่เรื่องลงทุนในการบินไทย จะอยู่ในกำมือ “ทักษิณ” ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น ใครควรรับผิดชอบ แม้รู้ทั้งรู้ ก็คงทำได้แค่ “ตามหาความจริง” เจอแล้วอย่างไรต่อ ก็ไม่แน่ว่า สายเกินไปแล้วหรือไม่?

ส่วนบทสัมภาษณ์ทักษิณ สิ่งที่ “ทักษิณ” พูดในวันนี้ กับสิ่งที่ เด็กในคาถา “เพื่อแม้ว” พูดมาตลอด ดูเหมือนสอดรับกันอย่างยิ่ง

นั่นคือ เรื่องอ้าง “ทักษิณ” เป็นผู้นำที่สามารถปราบไข้หวัดนก และ โรคซาร์ส ได้ เรื่องเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องปลดล็อกดาวน์ทันที เรื่องความอดอยากของคนสำคัญกว่าโควิด-19 เรื่องคนอดอยากจนผูกคอตาย จนแทบไม่ต้องสงสัยว่า ที่มาทั้งหมดมาจากใคร ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง

แม้วันนี้จะอ้างไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหลัง จนมาเปิดเผยในวันนี้ ถ้าใครเชื่อก็คงออกลูกเป็นลิงแล้ว หรือไม่จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น...