xs
xsm
sm
md
lg

“ประวิตร” เผย กก.นโยบายประมง ตั้งคณะอนุกรรมการ-คณะทำงานฯ ช่วยเหลือผลกระทบประมงพาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ภาพจากแฟ้ม)
“บิ๊กป้อม” เผยคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติฯ ตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานฯ ขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพ พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ สร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของทรัพยากรและการประกอบอาชีพประมง

วันนี้ (5 พ.ค.) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม.ถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ในการติดตามความก้าวหน้า และการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาผลกระทบของประมงพาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน

สำหรับการทำประมงน้ำจืด และการเพาะเลี้ยง สัตว์น้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน เพื่อส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ รวมถึงแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการครอบคลุมทุกภาคส่วน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ สร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนของทรัพยากรและการประกอบอาชีพ ตั้งแต่การผลิต การจับ การแปรรูป รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้บริโภค ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ทั้งนี้ ในวันแรงงานแห่งชาติที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตรได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกระทรวงแรงงานเพื่อขับเคลื่อนมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ และเยียวยาแรงงานผู้ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกับให้กำลังใจ และขอบคุณกระทรวงแรงงานที่ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการ ในการให้ความช่วยเหลือ และเยียวยา แรงงานผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ และแรงงานต่างด้าว

พร้อมกันนี้ยังขอให้สนับสนุนการบริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคไวรัสโควิด-19 สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว และเร่งรัดการจ่ายสิทธิประโยชน์ กรณีว่างงานเพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด พร้อมทั้งกำหนดมาตรการส่งเสริม การจ้างงาน การพัฒนาทักษะและการประกอบอาชีพในรูปแบบที่เหมาะสมกับกลุ่มแรงงานทั้งในระบบ และนอกระบบ รวมถึงให้วางระบบการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ให้ครอบคลุม รัดกุม และชะลอการนำเข้าแรงงานต่างด้าวทุกขั้นตอนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยให้ประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


กำลังโหลดความคิดเห็น...