xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” เรียก “อนุทิน-ศักดิ์สยาม” พบ ประเมินสถานการณ์โควิด-19 ก่อนนำเข้า ครม.พิจารณาขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บิ๊กตู่” เรียก “อนุทิน-ศักดิ์สยาม” พบ เพื่อประเมินสถานการณ์โควิด-19 ก่อนนำเข้า ครม.พิจารณาเลิก-ไม่เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำผ่อนคลายมาตรการจะยึดสุขภาพความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก ควบคู่ปัญหาปากท้อง ขอบคุณ “คีรี กาญจนพาสน์” มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้บุคลากรทางการแพทย์-อสม. บอกท่านเหนื่อย นายกฯ ก็เหนื่อยด้วย แต่ต้องมุ่งมั่นแก้ปัญหาให้ได้

วันนี้ (24 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติถารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี หลังใน นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และพิธีมอบกองทุนสนับสนุนและเยียวยาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยนายคีรี กาญจนพาน์ ประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข และสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว โดยการส่งมอบครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับแพทย์และพยาบาล จำนวน 50,000,000 บาท 2. กรมธรรม์ประกันชีวิตสำหรับผู้ช่วยพยาบาล เทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิค จำนวน 10,000,000 บาท 3. กองทุนสนับสนุนและเยียวยาให้แก่อสม.จำนวนเงิน 10,000,000 บาท เพื่อเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และตอบแทนการกระทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทั้งระบบ จำนวน 400,000 คน และ อสม.จำนวน 1,040,000 คน ที่เป็นกำลังหลักของประเทศ ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศของเรามีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง บุคลากรของเราทุกระดับมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ และมีความร่วมมือร่วมใจในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างดี รวมถึงภาคเอกชนที่สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรที่ทำหน้าที่สู้ภัยโควิด-19 ให้กับประเทศชาติของเรา ต้องขอบคุณทีมพลังนักรบเสื้อกาวน์ ทีม อสม.ที่ถือเป็นด่านหน้าสำคัญที่ยับยั้งการแพร่ระบาดสู้ภัยโควิด-19 มาด้วยกัน ด้วยความเสียสละอุทิศตน เสียสละในการป้องกันเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุข จึงขอเป็นกำลังใจให้กับหน่วยงานด้านการสาธารณสุขทุกแห่ง รวมทั้ง อสม.ในหมู่บ้านทั่วประเทศ ตลอดจนขอขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนที่เป็นพลังประชารัฐ

“ขอย้ำว่าไม่ได้พูดถึงพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของการนำพาประเทศไปสู่ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ประชาชน และประชาสังคม ทุกภาคส่วนเดินหน้าเพื่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญ คือการแก้ปัญหาโควิด-19 ทุกคนมีกระบวนการร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย วันนี้เราทราบดีว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มการระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการที่จะผ่อนคลายสิ่งต่างๆ จะต้องมีมาตรการเฉพาะออกมา และวันเดียวกันนี้จะมีการประชุม ซึ่งผมจะรับฟังแนวทางการปฏิบัติจากสาธารณสุข ฝ่ายแพทย์ของเราเป็นหลัก เพื่อจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ต่อไป”

สิ่งสำคัญที่เป็นห่วงประชาชน คือ เรื่องของอาชีพและรายได้ การประกอบการทางธุรกิจ แมักระทั่งในเรื่องการใช้ชีวิตในสังคมต่างๆ แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ในระยะเวลาต่อไปนี้ เรื่องนี้ต้องขอความร่วมมือและต้องทำความเข้าใจกันด้วย รัฐบาลทำทุกอย่างทุกมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีผู้รับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ แต่ทั้งนี้ เราก็รับฟังข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ เพื่อนำมาสังเคราะห์ให้ได้คำตอบออกมา ซึ่งช่วงนี้ตนก็ทำงานอย่างเต็มที่โดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ รวมทั้งได้มอบนโยบายไปแล้วเพื่อให้ศูนย์โควิด-19 ได้ดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องทำอย่างไรกันต่อไปหลังจากนี้

“อย่างไรก็ตาม โรคโควิด-19 นั้นทุกคนคงทราบดี ไม่ใช่ว่าการระบาดของประเทศไทยลดลง การติดเชื้อลดลง แล้วจะหมายความว่าปลอดภัย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะความจริงเชื้อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เชื้อโรคจึงสามารถเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้ สิ่งสำคัญจึงต้องทำให้บ้านเมืองของเรานั้นปลอดภัย ทำอย่างไรจึงไม่ให้มีการเจ็บป่วยโดยเป็นการรับเชื้อมาจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามกติกาและมาตรการของรัฐ ทั้งเรื่อง Social Distancing หรือการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือไปชุมนุมกันในพื้นที่นอกการควบคุม เช่น บางคนหนีไปทำความผิดในป่าในเขา เรื่องนี้ยอมรับว่ายังเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่ อย่างไรก็ตามรัฐบาลคำนึงถึงสองอย่างเสมอ คือเรื่องของสุขภาพคนเป็นหลักรองลงมาคือเรื่องของเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องหามาตรการมารองรับตรงนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วันนี้ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และแพทยสมาคม มีส่วนช่วยสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมมือพลังประชารัฐร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ได้มอบกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เพื่อให้เกิดความสบายใจและเกิดความอุ่นใจ แต่ก็ไม่ต้องการให้ใช้เงินตรงนี้ เพราะนั่นหมายถึงต้องมีคนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ที่ผ่านมาก็มีจำนวนหนึ่งซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเช่นกัน ต้องดูว่าจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลที่เสี่ยงชีวิตจากโควิด-19 ต้องหาเม็ดเงินมาดูแลตรงนี้ เราก็มีเงินบริจาคจำนวนหนึ่ง จะต้องมาดูอีกครั้งว่าจะเพิ่มเติม ตรงไหน อย่างไร จากกติกา งบประมาณของทางราชการที่เราดูแลอยู่ วันนี้ต้องขอขอบคุณทางบีทีเอสอีกครั้งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในสังคมของไทยมาโดยตลอด

นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า โรคโควิด-19 ไม่ใช่เชื้อลดลงแล้วจะปลอดภัย เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดยังกระจายทั่วโลก สามารถแพร่เชื้อได้ตลอดเวลา จึงต้องควบคุมการการแพร่ระบาดจากนอกต่างประเทศ หรือแม้แต่คนที่ไม่ยอมปฎิบัติตามมาตรการของรัฐ ในการเว้นระยะห่าง ทั้งเรื่องใส่หน้ากาก การชุมนุมในพื้นที่นอกการควบคุม ทำความผิด เป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่รัฐบาลได้คำนึงถึงสองเรื่องใหญ่ คือ สุขภาพของคนไทยเป็นหลัก และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลต้องพยายามใช้เงินอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า

พร้อมกันนี้ นายกฯ ยังชี้แจงเรื่องส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังมหาเศรษฐีกับภาคเอกชนอีกครั้งว่า ขอขอบคุณนายคีรี กาญจนพาสน์ ที่เป็น 1 ใน 20 มหาเศรษฐีที่รัฐบาลส่งจดหมายไป ถือเป็นกุศล ซึ่งการส่งจดหมายดังกล่าวตนต้องการสอบถามแนวทางการช่วยเหลือประชาชน พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดอย่างไร เป็นการเชื่อมโยงในห่วงโซ่ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เพราะถูกจับตาจากหลายภาคส่วน

“ผมเองตั้งใจทำอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อท่านเจ็บ ท่านเหนื่อย ผมก็เหนื่อยด้วย เมื่อมีปัญหาผมเองก็ต้องแก้ไขให้ได้ ทำทุกอย่างเพื่อประเทศ ให้เกิดความสามัคคี ไม่แตกแยก เดินหน้าประเทศไปด้วยกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาอันยากลำบาก ดังนั้นเชื่อว่าจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จพิธีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข รวมถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้าอีกครั้ง คาดว่าเป็นการหารือเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่จะนำเข้าสู่ ครม.ในวันอังคารที่ 28 เม.ย.นี้ โดยใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง






กำลังโหลดความคิดเห็น...