xs
xsm
sm
md
lg

ภท.มั่นใจเรียนออนไลน์-ทำงานที่บ้าน ช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 และ PM 2.5

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โฆษก ภท.เชื่อการเรียนออนไลน์-Work @home หรือ Work from home ช่วยแก้วิกฤตไวรัสโควิด-19 และฝุ่นพิษ PM 2.5 ชูนโยบายพรรคสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโลก

วันนี้ (22 มี.ค.) พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ มาใช้ในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่าขณะนี้ได้มีการเสนอให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ทางพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกันยายน 2562 เพราะเนื่องจากพระราชบัญญัติเดิมไปกำหนดสถานศึกษาไว้ว่าจะต้องมีรูปแบบเป็นอาคาร เป็นตึก ฯลฯ ซึ่งในโลกปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ใครๆก็สามารถจะเรียนที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นที่สถาบันการศึกษาเท่านั้น เนื่องจากว่า Content การศึกษาเข้าถึงประชาชนหมดแล้ว วันนี้เราสามารถที่จะเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะฉะนั้น สถานศึกษาเปลี่ยนไปแล้ว รูปแบบการเรียนการสอน ครูสอนต่อหน้าลูกศิษย์เริ่มไม่เหมือนเดิม เพราะว่าลูกศิษย์สามารถติดต่อกับครูอาจารย์ที่ไหนก็ได้ ดังนั้น จะต้องมีการแก้ไขในเรื่องของนิยามคำว่า “สถาบัน หรือสถานศึกษา” อีกอย่างคือต้องมีนิยามที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

“พรรคภูมิใจไทย” ได้ดำเนินการเป็นไปตามนโยบายที่พรรคได้เสนอไว้ให้กับประชาชน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ทั้งเป็นที่ชัดเจนว่าได้มีการผลักดันในเรื่องนี้ ปรากฏว่าโลกเปลี่ยนไปทางนั้นจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งในวันนี้ทำให้ผู้คนอาจจะต้องเรียนหนังสือที่สถานที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปที่โรงเรียน เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องของโรคติดต่อต่างๆ เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น และจะเห็นได้ว่านโยบายพรรคภูมิใจไทย สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกจริงๆ ซึ่งเราคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามภัยคุกคามใหม่ เพราะฉะนั้นในวันนี้จะเห็นได้ว่า วิสัยทัศน์ของ “พรรคภูมิใจไทย” มีความชัดเจนมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งแล้ว โดยเราจะต้องมีการขับเคลื่อนเรื่อง Work at home (Work @home)(WAH) หรือ Work from home (WFH) เพื่อลดการเดินทาง ลดการเผาผลาญพลังงาน ประหยัดพลังงาน อยู่ที่บ้าน อยู่กับครอบครัวได้ ไม่ต้องมาที่ทำงานทุกวัน อาจจะลดการทำงานที่จะต้องอยู่ที่บริษัท หรือออฟฟิศ สำหรับข้าราชการ ภาครัฐ ในบางตำแหน่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทุกวัน เพราะในวันนี้สามารถที่จะสแกนใบหน้า หรือลายนิ้วมือ ผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ ทั้งยังสามารถทำ National ID ซึ่งสามารถที่จะบ่งบอกถึงตัวบุคคลได้อีกด้วย

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าวอีกว่า วิกฤตในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 หรือสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเกิดโอกาสขึ้น ทั้งยังแสดงให้เห็นว่า “พรรคภูมิใจไทย” ได้วางนโยบายก่อนการเลือกตั้งถูกต้องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน Online การทำงานที่บ้าน Work at home (Work @home)(WAH) หรือ Work from home (WFH)

“ผมมองว่าภาคเอกชนจะเป็นตัวนำในเรื่องของ Work at home (Work @home) (WAH) หรือ Work from home (WFH) โดยภาครัฐ จะต้องกำกับดูแล หรือให้การสนับสนุนส่งเสริม บริษัทไหน ที่มีพนักงานจำนวนเท่าไหร่ หรือ ขนาดบริษัทเท่าไหร่ สามารถลดภาษีได้ ถ้าคุณไม่ต้องทำให้พนักงานต้องเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศ อย่างตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งที่สำนักงาน หรือออฟฟิศทุกวัน สามารถที่จะทำโปรแกรมที่บ้านได้ ให้ส่งเป็นระบบคลาวด์ แลกเปลี่ยนการเชื่อมต่อกัน ซึ่งในสมัยนี้เป็นการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหมดแล้ว”

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า หากลดการจราจรในตำแหน่งหลายๆตำแหน่ง สามารถทำงานที่บ้านได้ ข้าราชการหลายๆตำแหน่งสลับกันทำงานที่บ้าน อาจจะมีบางตำแหน่งที่จะต้องมาทำงานที่ออฟฟิศ กฎกระทรวง ระเบียบต่างๆ ก็แก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่วันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการประกาศโรคไวรัสโควิด-19 บอกว่าให้ข้าราชการ สามารถที่จะจัดระบบใหม่ ซึ่งนี้ก็คือจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว ต่อไปเป็นการขับเคลื่อนในเชิงนโยบายระยะยาว เพราะฉะนั้นระบบราชการจะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ เรื่องเทคโนโลยีพัฒนาสุขภาพ Telemedicine เป็นนโยบายหลักที่สำคัญ กระทรวงสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ Telemedicine มีการจัดให้มีการรักษาทางไกลได้ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ จะได้เห็นระบบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เปลี่ยนใหม่ แพทย์ที่ตำบลอาจจะปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลศูนย์ ซึ่งแพทย์ตำบลอาจจะเป็นแพทย์รุ่นใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเรื่องของความเชี่ยวชาญด้านการรักษาเฉพาะด้านมากนัก ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไป เพียงแค่ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...