xs
xsm
sm
md
lg

ช่วงชุลมุน IO ส้ม vs IO ทหาร ต่างฝ่ายต่างใช้กระแส "แฟลชม็อบ" โยนขี้กันไปมา **"โควิด-19" คร่าชีวิตคนไทยรายแรก ...จับตา"ลุงตู่จะแถลงข่าวใหญ่ วันนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว



**ช่วงชุลมุน IO ส้ม vs IO ทหาร ต่างฝ่ายต่างใช้กระแส "แฟลชม็อบ" โยนขี้กันไปมา

ว่าด้วย "แฟลซม็อบ"ของนักศึกษาที่ก่อตัวขึ้นหลังยุบพรรคอนาคตใหม่ และการเคลื่อนไหวต่อมากลายเป็นการแพร่ระบาดแสดงออกทางการเมืองของบรรดาเยาวชน ทั้งด้วยการชุมนุมและรุมถล่มในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง

แน่นอนว่า โดยประเด็นเรียกร้องทั้งหลายของม็อบล้วนยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ซึ่งเข้าใจได้ นี่เป็นการแสดงพลังเป็นสิทธิเสรีภาพของเด็กๆ ที่จะคิดเห็น ในระบอบประชาธิปไตย

แต่ก็มีความเป็นห่วงบางประเด็นที่ไปตรงกับแนวทางของการเคลื่อนไหวของบรรดาแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะ กรณีความเห็นต่อ "สถาบันฯ" ไปในทางที่ "หมิ่น" ต่อ "เบื้องสูง" ที่คนไทยรักและเทิดทูน คนไทยทุกหมู่เหล่าย่อมรับไม่ได้แน่ๆ ถ้ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น

ใน"แฟลชม็อบ" ที่อุบัติขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เกรงกันว่า หาก "ผู้นำ" รวมทั้ง "คนปราศรัย" หยิบเอาประเด็น "อ่อนไหว" มาชักนำเยาวชนทั้งหลาย ใส่ชุดความคิดผิดๆไป ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็กลัวใจขาโจ๋หัวร้อน จะถูกชักจูงให้ทำอะไรไปโดยไม่ยั้งคิด จึงออกมาในทาง "เตือน" กันไว้ก่อน

ความเป็นไปก็อยู่ในลักษณะนี้ เรียกว่า "ช่วงชุลมุน" ฝ่ายความมั่นคง ก็จับตาดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ทีนี้ถามว่า สิ่งที่กลัวๆกันเกิดขึ้นหรือยัง มันก็น่ากังวล เพราะขาโจ๋นักพูดดาวดังบางคนมีพฤติการณ์เข้าข่าย หลายคนที่ "ความคิดรุนแรง" ที่ก็รู้ๆ กันอยู่


ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า ยุคสมัยของการ "ปลุกปั่น" และ ทำคนอื่นให้ "ด้อยค่า" ผ่านโซเชียลฯ ถูกนำมาใช้ในปฏิบัติการข่าว หรือ Information Operation หรือ IO

ช่วงชุลมุนแบบนี้ งานนี้ไปเข้าทาง IO ใครไม่รู้ แต่ก่อนนั้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ และคณะสมาชิกอดีตพรรคอนาคตใหม่ ก็แฉ IO ทหาร ขณะที่รัฐบาลก็จ้วงแทงสวนกลับ IO สีส้มต่างหาก ที่เป็นIO ตัวพ่อ !!

"ฝ่ายส้ม" อ้างว่ารัฐบาลกลัวแฟลชม็อบ ก็เลยจุดประเด็น "เรื่องหมิ่นเบื้องสูง" มาป้ายสี หาทางหยุดม็อบ พวกเขาเรียกปฏิบัติการนี้ว่า "ตกเหยื่อ"

เรื่องนี้มีตัวอย่างล่าสุด จากไอจีของ "ต้อม ยุทธเลิศ" ผู้กำกับหนังชื่อดัง ที่ไม่ปิดบังว่า เป็นติ่งส้ม ชื่นชม "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สุดหัวใจ ประกาศผ่านไอจีตัวเอง อาสาเป็นพื้นที่ให้แฟลชม็อบ นักศึกษา ถ้ามีประกาศความเคลื่อนไหว ส่งมาได้เลย แถมจะช่วยขยี้ให้ทุกโพสต์

มาถึงประเด็นความห่วงใย "หมิ่นเบื้องสูง" ของแฟลชม็อบ "ต้อม ยุทธเลิศ" ได้โพสต์ผ่านไอจี yuthlerd.nmg

ภายใต้หัวชื่อ "ประกาศ" ได้ระบุบางส่วนว่า " มี IO แฝงตัวเข้ากลุ่มผู้ชุมนุม (หรือ ซื้อตัวนักศึกษา) เลือกเหยื่อ ตีสนิท สร้างคสามเชื่อใจ... "ตกเหยื่อ" ด้วยการปล่อยข่าวลือ (ลวง) ในช่วงนี้คือ "เบื้องบนอยู่เบื้องหลังรัฐบาล เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกินเบ็ด ก็ทำการ "ชวนหมิ่น" ด้วยการด่า เขียนป้าย และ ถ่ายคลิป

ยุทธเลิศ สิปปภาค
IOจะเก็บข้อมูล(เหยื่อ) ทั้งหมด ส่งกระทรวง IO แล้วกระทรวงฯ จัดเก็บข้อมูลเตรียมออกสื่อหลัก (เนชั่ว) ทำการด้อยค่า ป้ายมลทินกลุ่มนักศึกษาด้วยข้อหาเดิมที่ใช้กับทุกคน "หมิ่นเบื้องสูง" ... นี่เป็นบางส่วนของประกาศ

คล้อยหลังโพสต์ของ "ต้อม ยุทธเลิศ" ที่ย่อมกระจายไปในโซเชียลฯ ก็มีอีกฝ่ายที่ตรงข้ามผู้กำกับดัง ออกมาให้ความเห็นว่า โพสต์ของ"ต้อม"เท่ากับ "ต้อม"ยอมรับว่า มีการหมิ่นสถาบันฯ ในม็อบจริงๆ แต่พยายามโบ้ยว่า เป็นผลงาน IO จากรัฐบาล โดยต้อมบอกว่านักศึกษาถูกยุยง ชักจูงให้หลงชื่อได้ง่าย...

"พี่ต้อม สอนให้รู้เท่าทัน IO แล้วนักศึกษารู้ทันIO พี่ต้อม IO NGOs และIO อนาคตใหม่ หรือยัง" อีกฝ่ายว่า

งานนี้ก็ไม่รู้ ใคร IOใคร เชื่อว่าน้องๆ นักศึกษาคิดได้ แต่ที่แน่ๆ สรุปว่าต่างฝ่ายต่างโยนขี้ให้อีกฝ่ายนี่ล่ะ ที่เห็นๆ

** ในที่สุด"โควิด-19" ก็คร่าชีวิตคนไทยรายแรกแล้ว หลายฝ่าย ห่วง"แฟลชม็อบ" นักเรียน นิสิต นักศึกษา จะเป็นจุดแพร่กระจายโรค ...จับตา"ลุงตู่จะแถลงข่าวใหญ่ วันนี้

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย
กรณี "ปู่-ย่า" กลับจากท่องเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น แล้วมีอาการไข้ ต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง แต่ยังคงปิดบังเรื่องเดินทางกลับจากต่างประเทศ จนกระทั่งผลการตรวจ พบเชื้อ "โควิด-19" จึงยอมรับว่า ไปเที่ยวฮอกไกโดมา แล้วเชื้อยังติดต่อไปถึงหลานชายด้วย ... ทำเอาอีกนับร้อยชีวิต ต้องวุ่นวาย หวาดผวา ทั้งผู้โดยสารที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนที่ "ปู่-ย่า" เข้าทำการรักษา เพื่อนๆร่วมชั้น ร่วมโรงเรียนที่หลานชายเรียน สถานที่ทำงานของสมาชิกในครอบครัวนี้ ต้องปิดลงชั่วคราว อย่างน้อย 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังโรค...

ผลต่อเนื่องจากกรณีนี้ ทำให้รัฐบาลต้องออกประกาศ "โควิด-19" เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตรายมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. เป็นต้นไป... เพราะหากไม่มีความเข้มงวด โอกาสที่การระบาด จะเข้าสู่ระดับ 3 คือมีการแพร่กระจายในวงกว้าง ก็มีโอกาสสูงมาก...

และแล้วก็มี"ข่าวร้าย" เมื่อ"นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย" อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวเมื่อวานนี้ (1มี.ค.) ว่ามีผู้ติดเชื้อ"โควิด-19" ในไทยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 35 ปี ผู้ป่วยรายนี้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ต่อมามีการติดเชื้อ โควิด-19 จึงส่งต่อมาจาก รพ.เอกชน มารักษาที่ สถาบันบำราศนราดูร โดยให้การรักษาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน จนไม่พบเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่ปรากฏว่า ด้วยสภาพปอดที่เสื่อมแต่เดิม ทำให้ หัวใจ และอวัยวะภายใน ทำงานหนัก อวัยวะภายในหลายระบบล้มเหลว จึงเสียชีวิตในที่สุด ...นับเป็นคนไทยรายแรกที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อนี้

อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตของชายผู้นี้ จะเกี่ยวกับ "โควิด-19" หรือไม่ กระทรวงสาธารณสุขจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป...

ขณะเดียวกันความรุนแรงของ "โควิด-19" ในต่างประเทศ ก็ได้คร่าชีวิต คนจีนไปแล้ว 2,870 ราย.. อิตาลี 29 ราย.. อิหร่าน 54ราย ...ญี่ปุ่น 5 ราย.. ฝรั่งเศส 2 ราย .. ฮ่องกง 2 ราย.. ไต้หวัน 1 ราย.. อังกฤษ 1 ราย..ออสเตรเลีย 1 ราย และ สหรัฐอเมริกา 1 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด ... แน่นอนว่า "ความน่ากลัว"ของ โควิด-19 ได้สร้างความวิตกกังวลไปทั่วโลก หลายประเทศสั่งงดกิจกรรม ที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก อย่างเช่น การแข่งขันกีฬา เป็นต้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ส่วนที่ประเทศไทยก็เช่นกัน ประชาชนทั่วไปต่างก็ตกอยู่ในภาวะ "หวาดผวา" เพราะแค่การใกล้ชิด สัมผัส ไอ จาม หรืออยู่ในที่แออัดร่วมกัน ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อได้แล้ว ...จึงมีความเป็นห่วงเรื่องการจัดกิจกรรม "แฟลชม็อบ" ของนิสิต นักศึกษา นักเรียน ที่กำลังลุกลาม ไม่ต่างจากเชื้อ "โควิด-19" ในขณะนี้ เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อเป็นอย่างมาก โดยผู้รับเชื้อเข้าไปยังไม่รู้ตัว แต่จะไปแสดงอาการในภายหลัง

มีสมาชิกรัฐสภา "คำนูณ สิทธิสมาน" ส.ว. เสนอให้เปิดรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของคนหนุ่ม คนสาวเหล่านี้ เพื่อเป็นเวทีในการหาทางออกร่วมกัน แทนที่จะปล่อยให้มีการชุมนุมด้วยความเสี่ยง ทั้งเรื่องโรค และสถานการณ์บานปลาย หากมีมือที่ 3 เข้ามาแทรกแซง

หรืออย่าง"สิระ เจนจาคะ" ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าสิ่งที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องการแสดงพลัง ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไปสู่การสร้างกติกาที่เป็นธรรม ก็มีกลไกทางสภาฯอยู่แล้ว อย่างเช่น การแก้ไขรธน. ก็มีการตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไข รธน. ขึ้นมาแล้ว จึงอยากให้ใช้ช่องทางนี้ให้เป็นประโยชน์

แต่ก็มีบางฝ่ายเสนอให้ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อห้ามชุมนุมทางการเมือง เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม...แต่ทางรัฐบาลก็ยังคงปฏิเสธที่จะใช้มาตรการนี้

กระนั้นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอย่าง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" อดีตเลขาฯพรรคอนาคตใหม่ ที่ปัจจุบัน เป็นแกนนำ"คณะอนาคตใหม่" พอได้ยินคำว่า "พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ " ก็ออกมาขวางทันที โดยมองว่า ...การใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อห้ามการชุมนุม เป็นการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์วิกฤตโรคระบาด เพื่อมาจำกัด สิทธิ เสรีภาพ การแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาวหรือไม่ ... ไม่ต้องการให้พวกเขาเหล่านี้ออกมาต่อต้านรัฐบาล ใช่ หรือไม่ ?...

เรื่องการใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังเอาเรื่อง"โรคระบาด" มาโยงกับเรื่อง"การเมือง" หรือไม่ ...แต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีมุมมองใน "ความชอบธรรม"ของตนเอง ...

มีกระแสข่าวว่า วันนี้ "ลุงตู่" จะแถลงข่าวใหญ่ เกี่ยวกับเรื่องภายในประเทศ ก็ขอให้รอติดตามกันว่า จะเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...