xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” กินข้าวปีใหม่สื่อ โชว์หวานควง “อนุทิน-จุรินทร์” ร้องเพลง ลั่นแพไม่แตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ประยุทธ์” ร่วมกินข้าวปีใหม่สื่อทำเนียบฯ จูงมือ “อนุทิน-จุรินทร์” ร้องเพลงโชว์หวานย้ำสัมพันธ์พรรคร่วมเหนียวแน่น เผยต่างชาติงงรัฐบาลมี 18 พรรคไม่ยุ่งตายหรือ โวคนไทยคุยกันรู้เรื่องทำงานได้ ลั่นแพไม่แตกไม่ล่ม ตราบใดที่ยังยืนอยู่ตรงนี้

วันนี้ (18 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบใน “กิจกรรมพบปะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล” เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2563

โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างรับประทานอาหารว่า ยืนยันเศรษฐกิจของประเทศยังคงดีอยู่ และมาตรการการเก็บภาษีต่างๆ ที่ออกมาบางเรื่องเป็นขั้นตอนของการศึกษา เราไม่ได้ต้องการรีดภาษีจากชาวบ้าน ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนตัวเอง ถ้าใครไม่ปรับเปลี่ยนก็ต้องยืนอยู่ที่เดิม ในเรื่องของภาษีนั้นเป็นความต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วม ส่วนเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและที่อยู่อาศัยซึ่งใกล้มีผลบังคับใช้นั้น ยืนยันว่าไม่ได้สร้างความสับสนให้กับประชาชน และไม่ได้เข้าข้างคนรวยแล้วไปเก็บเงินคนจน ตนก็ไม่รู้ว่าทำไมไปรังเกียจคนรวยอะไรกันหนักหนา และคาดหวังว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น โครงการต่างๆ จะลงทุนได้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเมื่องบประมาณประจำปี 2563 มีผลบังคับใช้ เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

“ยืนยันว่าการทำงานตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราคิดถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เคยคิดถึงอย่างอื่น แล้วอย่ามองว่าที่เรามีมาตรการในด้านภาษีนั้นเป็นเพราะรัฐบาลตูดขาด แต่รัฐบาลไม่ได้ตูดขาดอย่างที่คิด การทำงานต่างๆ ในด้านเศรษฐกิจทุกอย่างมีขั้นมีตอน ผมต้องขอบคุณท่านรองฯ สมคิด และรัฐมนตรีทุกคนที่ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ทุกอย่างเราต้องคำนึงถึงเหตุและผล” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ยังยืนยันถึงความเหนียวแน่นในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ไม่รู้ทำไมถึงมีคนชอบไปพูด ส่วนคนที่พูดก็เป็นบรรดานักการเมืองด้วยกันเองที่ชอบไปพูด ไม่ใช่สื่อ ยืนยันไม่มีปัญหาอะไร สื่อก็เห็นกันอยู่ แต่การเมืองก็เป็นแบบนี้ เราเองก็ปรับเปลี่ยนไปได้มากพอสมควร และเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยในพรรคร่วมรัฐบาลมีอะไรก็พูดจากันตลอด ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า วิตกหรือไม่ที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรวม 4 คน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะวิตกเรื่องอะไร ตนก็เตรียมการในการชี้แจง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างสามารถชี้แจงได้ เพราะบริสุทธิ์ใจทุกอย่างในการทำงาน แต่วันนี้อยากเห็นการเมืองที่เป็นการเมืองสร้างสรรค์ ถ้าวันนี้พวกเราไม่ร่วมมือกันปฎิรูป แล้วใครจะมาปฏิรูป ทุกคนต้องช่วยกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ถูกขับออกจากพรรค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เขาไม่ได้เป็นงูเห่า เพียงแต่เขาถูกให้ออกจากพรรค วันนี้ไม่มีคำว่างูเห่า การเมืองก็เป็นแบบนี้ ในช่วงท้ายของการรับประทานอาหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงงานเลี้ยง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ในวันที่ 19 ธันวาคม ที่สโมสรราชพฤกษ์ ว่าอยู่ระหว่างการตัดสินว่าจะไปหรือไม่ ต้องขอดูบรรยากาศอีกทีหนึ่ง ต้องดูว่ามีเมนูอะไรบ้าง ส่วนจะไปหรือไม่ไปเดี๋ยวก็รู้

จากนั้นนายกฯ กล่าวอวยพรปีใหม่สื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นโอกาสพิเศษอีกครั้งหนึ่ง ช่วงเวลานี้กำลังเข้าสู่บรรยากาศปีใหม่ อย่างน้อยก็พบปะกันปีละครั้ง คนไทยเฉลิมฉลองได้ทุกวาระ ปีใหม่ก็มีสงกรานต์ก็มี คริสต์มาสก็เอาอีก นี่ละประเทศไทยมีความหลากหลาย เหมือนวันนี้รัฐบาลก็มากันหลากหลาย เป็นรัฐบาลแรกที่มีพรรคการเมืองร่วมถึง 18 พรรค ไม่เคยมีเท่านี้มาก่อน เวลาไปต่างประเทศเขาก็ถามตนว่ามีกี่พรรคตนบอกไปว่า 18 พรรค เขาบอกว่าตนไม่ยุ่งตายเลยหรือ ตนก็บอกไปว่าไม่เป็นไรเราคนไทยด้วยกันคุยกันรู้เรื่อง ทำงานได้ เพราะเรามีจุดประสงค์ความมุ่งหมายอันเดียวกันคือทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนของเราเป็นหลัก เราทุกคนต่างทราบดีว่าปัญหาของเราอยู่ที่ไหนบ้าง บางอันก็ได้รับการแก้ไขมาบ้างแล้ว บางอันก็ไม่ได้เริ่มการแก้ไขและบางอย่างก็แก้ไขเสร็จไปแล้ว เพราะฉะนั้นการมาพบกันวันนี้ถือเป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนอยากฝากสื่อมวลชนไว้คือ ทำอย่างไรคนไทยของเราถึงจะรู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม ถ้าสองอย่างนี้หายไปมันก็แย่ไปทั้งหมด จึงต้องรู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกที่ดี จะทำอะไรก็ตาม มีบวกมีลบเสมอ

นายกฯ กล่าวว่า เราในฐานะรัฐบาลทุกคนก็ทำงานเต็มที่ และตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดกรอบให้ดีในเรื่องการจัดทำโครงการงบประมาณให้มีความเหมาะสม และต้องรักษากติกาให้เป็นไปตามกรอบกฎหมายด้วย รวมถึง พ.ร.บ.ต่างๆ ที่มีเยอะแยะ ซึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ตนอยากให้สื่อนำเสนอข่าวในแนวทางที่ก้าวไปข้างหน้า ถ้านำเสนอแต่ในเชิงลบทั้งหมดปัญหาจะเกิดขึ้น แล้วก็จะก่อหวอดไปเรื่อยๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีตที่ผ่านมา มันถึงทำให้ตนต้องมาอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่มีตรงนั้นมันก็ไม่มีตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็อย่าทำกันอีกก็แล้วกัน ทุกคนต้องเอาอดีตมาทำปัจจุบันเพื่อนำไปสู่อนาคต โดยพื้นฐานบริบทความเป็นคนไทยสื่อทุกคนตนนั้นรู้ว่าตั้งใจทำงานตามหน้าที่ที่ตั้งใจว่าจะเป็นสื่อที่มีจรรยาบรรณ เป็นผู้สื่อข่าวที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมองอย่างที่นายกฯ มองคือรัฐบาลมองประเทศชาติเป็นหลัก อะไรก็ตามที่จะทำให้ประเทศชาติเสียหายก็เบาๆ สักนิดนึง เพราะวันนี้เราอยู่ในขั้นที่เรียกว่าเรากำลังเตรียมการเรื่องเศรษฐกิจในปีหน้า ซึ่งหลายสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้กำลังให้ปรับการสื่อสารรูปแบบใหม่ว่าทำอย่างไรคนถึงจะรู้ว่าเราทำอะไรไปแล้วบ้าง กำชับว่าให้มีการนำเสนอให้เป็นเรื่องๆ ไป และต้องสอนให้คนเข้มแข็งเปลี่ยนแปลงตัวเอง รอรัฐบาลให้อย่างเดียวมันไม่มีวันเข้มแข็ง ซึ่งช่วงปีใหม่ก็เป็นห่วงพวกเราทุกคนคงไปพักผ่อนกันในต่างจังหวัดกับครอบครัวก็ขอให้มีความสุข เดินทางปลอดภัย ตนไม่อยากให้มีการตายการเจ็บ

“ขอขอบคุณสื่อทุกคนวันนี้มาเจอกันพร้อมหน้าอีกครั้ง สิ่งใดก็ตามที่ผมอาจจะทำให้ทุกคนไม่สบายใจ พูดจาไม่ไพเราะต่างๆ ผมขออโหสิกรรมด้วยก็แล้วกัน ไม่ได้ ต้องเคารพเขา ต้องเคารพสื่อ ต้องเป็นสื่อที่มีจรรยาบรรณ รู้อยู่แล้วว่าอะไรคือจรรยาบรรณ อะไรที่จะขัดแย้งมากๆ บางครั้งบางเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งก็อย่าไปขยายมากนัก ไม่เกิดประโยชน์และให้มองข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผมเองเข้ามาด้วยเหตุผลอะไร แล้วที่ต้องทำต่อเพราะอะไร อยากจะยืนยันว่าผมไม่ได้ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น สิ่งที่ทำวันนี้ต้องการทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าให้ได้ด้วยฝีมือของพวกเรา ฝีมือของรองนายกฯที่มาจากหลายพรรคการเมืองต้องทำให้ได้ เพราะฉะนั้น น้องๆ ทุกคนมีโอกาสที่จะช่วยเหลือเราตรงนี้ คือการสร้างความเข้าใจให้ประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เผอิญนายกฯ เป็นคนที่ลงรายละเอียดของการทำงานมาก อาจจะจู้จี้มากกับท่านนิดนึงในการทำงาน แต่มันเป็นนิสัยของเรา ตนก็ทำงานแบบนี้มาตลอดชีวิต คือจะลงรายละเอียดเกือบทั้งหมด จนบางครั้งก็ปวดหัวเหมือนกัน เมื่อคืนพูดเยอะหลายเรื่อง ปวดหัวกลับบ้านกินยานอนหลับไป 1 เม็ด เพราะปวดหัวมาก มีเรื่องอื่นๆให้คิดด้วยทั้งวัน ระหว่างนั้นนายกฯ ระบุว่า คงไม่มีอะไร จะมีอะไรอีกละ จะพูดอะไรอีก อยากพูดอะไรให้มีเรื่องอีกหรือไม่ ตนเป็นคนใจเย็นไม่ใช่คนใจร้อนแบบเดิม แต่ตนก็ยังดุดันเหมือนเดิม อะไรที่มันไม่ถูกต้องตนก็ไม่ให้ อะไรที่ถูกต้องและยอมรับซึ่งกันและกันทั้งหมดก็ให้ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันทั้งนักการเมือง ข้าราชการ รวมถึงพนักงานลูกจ้างตนก็เห็นใจ

“เรื่องเศรษฐกิจสำคัญที่สุด สิ่งที่จะเกื้อหนุนคือความมั่นคง ความมีเสถียรภาพทางการเมือง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ใครพูดกันไปกันมาแล้วจะมาตีกันอยู่อย่างนี้ ผมว่ามันไม่เกิดประโยชน์ พอพูดมานักข่าวให้ความสำคัญก็ตีกันออกไป แล้วไปถามคนที่ถูกตีตรงโน้นมันก็ตีเด้งไปเด้งมา ตีปิงปองกันทั้งวัน ต้องบอกว่าวันนี้เราเข้ามาทำอะไร รัฐบาลที่แล้วแก้ปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง แล้วมาแก้ต่อในรัฐบาลนี้ ซึ่งกติกาก็รับกันทั้งหมดอยู่แล้ว อย่ามองว่าแพจะแตกแพจะล่มหรือเปล่า ไม่มีล่มหรอก ถ้าผมยืนอยู่ตรงนี้ไม่มีล่ม จะต้องยืนอยู่ให้ได้ นั่นคือ ครม. ครม.ของคนทั้งประเทศไม่ใช่ ครม.ของพรรคใดพรรคหนึ่งพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลไม่มีตูดขาดอะไรทั้งสิ้น อย่าไปวิจารณ์กันเรื่อยเปื่อยถ้าเราควบคุมการใช้งบประมาณได้แบบนี้เช่น 4-5 ปีที่ผ่านมาผมว่าไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ต้องบริหารให้ได้ให้พอ อะไรที่ทำแล้วไม่ได้ผลก็ต้องเลิกทำ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวในช่วงท้ายว่า เอาละพูดเป็นสาระมากไปหน่อยแล้ว แต่ที่รู้อย่างหนึ่งคือปวดหัวเพราะพูดเยอะ คิดเยอะ คิดแล้วก็พูด แล้วพูดอย่างระมัดระวังมันเครียดนะจะบอกให้ มันหลุดไม่ได้เพราะมีคนตั้งแท่นรอเขียนไว้หมดแล้ว ก่อนจะกล่าวทีเล่นทีจริงกับผู้สื่อข่าวว่า ใช่หรือไม่ ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่าไม่มี เขียนตามที่นายกฯ พูด นายกฯ ยังกล่าวอวยพรด้วยว่า เนื่องในโอกาสวันคริสต์มาส และวันปีใหม่ ขอให้มีความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดหวังสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกคน ใครที่คิดทำให้ประเทศชาติและประชาชนมากๆ ก็ขอให้กุศลนั้นนำไปสู่ความสุข ฝากอวยพรไปถึงคนไทยทุกคนด้วย เราไม่รักกันแล้วใครจะรัก ทุกอย่างอยู่ที่สองมือของเราทั้งนั้น อย่างที่บอกสองมือกับหนึ่งหัวใจ ทำอะไรได้เยอะแยะ ถ้าเราไม่รวมพลังกันให้ได้มันทำอะไรไม่ได้สำเร็จสักอย่าง ตนเป็นแต่เพียงผู้นำพาผู้ดูแล อำนวยความสะดวก เรื่องกติกากฎเกณฑ์ต่างๆ วันนี้ก็ต้องคิดใหม่ทำใหม่อย่าให้ทุกอย่างกลับไปอยู่ที่เดิม

จากนั้นนายกฯ ได้ร้องเพลง “ศรัทธา” ของศิลปิน “หิน-เหล็ก-ไฟ” ตามด้วยเพลง “คนดีไม่มีวันตาย” ของศิลปิน ธีร์ ไชยเดช โดยนายกฯ ได้เรียกนายอนุทิน และนายจุรินทร์ มาร่วมร้องเพลงด้วย ก่อนที่นายอนุทินและนายจุรินทร์จะร้องเพลง “รางวัลแด่คนช่างฝัน” ของศิลปิน จรัล มโนเพ็ชร โดยนายอนุทินกล่าวว่า “ผมสองคนขอมอบเพลงนี้ให้นายกฯ” ทำให้นายกฯ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “หวานซะไม่มี” จากนั้นนายกฯ ได้ร่วมร้องพร้อมโอบหลังนายอนุทินและนายจุรินทร์ ทั้งนี้เมื่อถึงท่อนที่ว่า “เพียงตัวเธอไม่หนีไปเสียก่อน” นายจุรินทร์และนายอนุทินได้ชี้ไปที่นายกฯ ซึ่งนายกฯ ยิ้มเขินเล็กน้อย

ต่อมานายกฯ ยังได้ร่วมร้องเพลง “จับมือกันไว้” ของศิลปิน เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ โดยในท่อนที่ร้องว่า “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน เหมือนมันไม่มีวันพรากไป” นายกฯ พร้อมด้วยนายจุรินทร์และนายอนุทินได้หันมาจับมือกัน โดยภายหลังจบเพลง นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่เราที่จับมือ อยู่ที่พวกเราทุกคนด้วยต้องร่วมมือไปด้วยกันเป้าหมายถึงจะสำเร็จ”

จากนั้นทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมร้องเพลง “ขอใจเธอแลกเบอร์โทร” ของศิลปินหญิงลี ศรีจุมพล พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีออกมาร่วมร้องเพลงดังกล่าวด้วย ในช่วงท้ายก่อนนายกฯเดินทางกลับขึ้นไปปฏิบัติภารกิจ ได้จับมือนายอนุทินและนายจุรินทร์ยกชูขึ้นเพื่อโชว์ความเหนียวแน่น


กำลังโหลดความคิดเห็น...